ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

4 ความเข้าใจผิดด้านสุขภาพที่ทำให้ผลลัพธ์คุณแย่ลง

4 ความเข้าใจผิดด้านสุขภาพที่ทำให้ผลลัพธ์คุณแย่ลง
ความสนใจ|ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

สรุปก่อน: สุขภาพดีเริ่มจากเลิกเชื่อเคล็ดลับผิดๆ

บทความนี้ว่าด้วยความเข้าใจผิดด้านสุขภาพ 4 เรื่องที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับแคลเซียมและกระดูก วิตามินเสริมสุขภาพ น้ำส้มสายชูแอปเปิล และการกินสับปะรดเพื่อบำรุงไต โดยเน้นว่าแม้ทั้งหมดจะถูกมองว่าเป็นตัวช่วยสุขภาพ แต่หลักฐานวิทยาศาสตร์ชี้ว่าหากใช้หรือเชื่อผิดวิธีอาจทำให้ผลลัพธ์แย่ลงหรือเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนแทนที่จะได้ประโยชน์ จึงต้องอาศัยข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในการตัดสินใจไม่ใช่ตามกระแสโซเชียล

มุมมองสำคัญคือ การดูแลสุขภาพไม่ใช่การแข่งขันสะสมสารอาหารหรืออาหารเสริมมากที่สุด แต่คือการเข้าใจว่าร่างกายต้องการอะไรในปริมาณเท่าไรและจากแหล่งไหน หลายความเชื่อยอดฮิตถูกขายในรูปแบบ “เคล็ดลับง่ายๆ” ทว่าพอเจาะลึกกลับพบว่าเป็นภาพครึ่งเดียวของความจริง หรือบางครั้งขัดกับหลักโภชนาการและการแพทย์ เมื่อเรากล้าตั้งคำถามกับคำโฆษณา ก็จะเริ่มสร้างวิธีดูแลตัวเองที่มีเหตุผลและปลอดภัยกว่า

แคลเซียมและกระดูก: ไม่ใช่กินเยอะที่สุดแล้วจะดีสุด

ความเข้าใจผิดด้านสุขภาพเรื่องแคลเซียมที่อันตรายที่สุดคือคิดว่ากินเยอะๆ แล้วกระดูกจะยิ่งแข็งแรงเสมอ ทั้งที่จริงร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้จำกัดในแต่ละครั้ง การศึกษาต่างๆ แสดงว่าดูดซึมได้ดีเมื่อรับครั้งละประมาณ 500 มิลลิกรัม และการเสริมแคลเซียมมากเกินไป โดยเฉพาะจากผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณสูง อาจทำให้ท้องผูกและนิ่วในไตในบางคนได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงไม่สนับสนุนการกินเม็ดแคลเซียมโดสสูงทีเดียวหวังให้กระดูกดีรวดเร็ว

อีกมุมที่ถูกละเลยคือ แคลเซียมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการสร้างกระดูกที่แข็งแรง วิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม ขณะที่วิตามินเค แมกนีเซียม และโปรตีนก็มีบทบาทต่อโครงสร้างกระดูก รวมถึงการออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดิน วิ่ง เต้นรำ หรือยกน้ำหนักที่ช่วยรักษาสุขภาพกระดูกด้วย และไม่ใช่ว่าต้องพึ่งแต่นม ผักใบเขียว ถั่ว และเต้าหู้ก็เป็นแหล่งแคลเซียมสำคัญเช่นกัน จึงถึงเวลาหยุดเชื่อว่ากระดูกดีมีได้ด้วยการ “อัดแคลเซียม” จากแหล่งเดียว

ประเด็นความเชื่อผิดข้อเท็จจริง
ปริมาณแคลเซียมยิ่งกินมากกระดูกยิ่งแข็งแรงร่างกายดูดซึมได้จำกัด การเสริมมากเกินไปเสี่ยงท้องผูกและนิ่วในไต
สารอาหารประกอบแคลเซียมอย่างเดียวพอต้องมีวิตามินดี วิตามินเค แมกนีเซียม โปรตีน และการออกกำลังกายร่วมด้วย
แหล่งอาหารมีแคลเซียมแค่ในนมมีในผักใบเขียว ถั่ว เต้าหู้ และอาหารหลากหลาย
4 ความเข้าใจผิดด้านสุขภาพที่ทำให้ผลลัพธ์คุณแย่ลง

วิตามินเสริมสุขภาพ: ไม่ใช่ทุกคนต้องกิน และอาจทำให้เสียสมดุล

กระแสวิตามินเสริมสุขภาพทำให้คนจำนวนมากเชื่อว่าต้องกินวิตามินรวมทุกวันเพื่อ “กันไว้ดีกว่าแก้” ทั้งที่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องรับประทานวิตามินเสริม สำหรับหลายคนวิตามินรวมมีประโยชน์ แต่ในบางกรณีอาจทำให้เกิดความไม่สมดุลทางโภชนาการได้ การรับในปริมาณมากยังเสี่ยงเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ภาวะขาดน้ำ สับสน และทำลายอวัยวะ เช่น ตับหรือไต รวมถึงแร่ธาตุอย่างแคลเซียม แมกนีเซียม หรือสังกะสีในวิตามินรวมอาจรบกวนการดูดซึมยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะหรือยาไทรอยด์

ประเด็นที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากยอมรับคือ งานวิจัยจำนวนมากไม่พบความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างการกินมัลติวิตามินทุกวันกับการลดความเสี่ยงการเสียชีวิต ซาแมนธา ปีเตอร์สัน นักโภชนาการกล่าวไว้ชัดเจนว่า “วิตามินรวมไม่ใช่ยาวิเศษหรือสิ่งที่จะมาทดแทนอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่เป็นเพียงเครื่องมือเสริม” วิตามินรวมไม่สามารถแทนการกินอาหารดี การนอนหลับ การออกกำลังกาย หรือการจัดการความเครียด แต่ช่วยแก้ภาวะขาดสารอาหารเฉพาะในบางกลุ่ม เช่น สตรีมีครรภ์หรือผู้สูงอายุ การจะกินจึงควรเริ่มจากประเมินภาวะโภชนาการกับแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ใช่ตามคำโฆษณา

4 ความเข้าใจผิดด้านสุขภาพที่ทำให้ผลลัพธ์คุณแย่ลง

น้ำส้มสายชูแอปเปิล: กระแสย่อยดี ล้างลำไส้ ที่หลักฐานยังไม่หนุน

น้ำส้มสายชูแอปเปิลถูกยกให้เป็นเครื่องดื่มมหัศจรรย์ด้านการย่อยอาหาร ลดกรดไหลย้อน ท้องอืด และช่วย “ล้างพิษ” ลำไส้ แต่แพทย์ระบบทางเดินอาหาร Sameer K Berry ระบุว่ายังไม่มีการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ที่พิสูจน์ได้ว่าน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลช่วยลดอาการกรดไหลย้อน ท้องอืด มีแก๊ส หรือปรับปรุงจุลินทรีย์ในลำไส้ได้ การที่เป็นอาหารหมักไม่ได้แปลว่าจะปรับจุลินทรีย์ในลำไส้เสมอไป หลักฐานที่มีอยู่ส่วนใหญ่ก็เน้นไปที่ระดับน้ำตาลในเลือดและน้ำหนัก ไม่ใช่อาการทางระบบทางเดินอาหารโดยตรง

ที่น่ากังวลกว่าคือคนที่มีภาวะกรดไหลย้อนกลับถูกเชียร์ให้ดื่มกรดเพิ่มเข้าไป ทั้งที่หลอดอาหารของคนกลุ่มนี้มักระคายเคืองจากกรดในกระเพาะอยู่แล้ว การเพิ่มกรดเข้าไปอาจทำให้อาการแย่ลง ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่าไม่ควรดื่มน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลโดยไม่เจือจาง เพราะความเป็นกรดอาจระคายเคืองลำคอและหลอดอาหาร และทำลายเคลือบฟัน อีกทั้งการใช้ในปริมาณมากเป็นเวลานานยังเชื่อมโยงกับระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำและการเกิดปฏิกิริยากับยาบางชนิด ถ้าอยากดูแลระบบย่อยอาหาร สิ่งที่มีหลักฐานชัดกว่าคือการกินอาหารสมดุล มีกากใย ดื่มน้ำพอ และพักผ่อนให้เพียงพอ

สับปะรดกับสุขภาพไต: ประโยชน์มี แต่ไม่ใช่ใบผ่านตลอด

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดด้านสุขภาพคือเชื่อว่ากินสับปะรดทุกวันจะ “ล้างไต” หรือทำให้ไตแข็งแรงขึ้นสำหรับทุกคน ทั้งที่ตามข้อมูลจากนักโภชนาการ สับปะรดมีโพแทสเซียมค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับผลไม้และอาหารอื่น แต่ผู้ที่เป็นโรคไตยังคงต้องใส่ใจกับการบริโภค โดยเฉพาะผู้ที่กำลังควบคุมระดับโพแทสเซียมในร่างกาย โรคไตเรื้อรังทำให้ไตเสียความสามารถในการรักษาสมดุลของอิเล็กโทรไลต์และแร่ธาตุอย่างฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ซึ่งหากสะสมจะกระทบหลอดเลือด สุขภาพกระดูก กล้ามเนื้อ และหัวใจ

ข้อเท็จจริงคือ การเป็นโรคไตไม่ได้หมายความว่าต้องงดสับปะรดโดยสิ้นเชิง แม้ว่าสับปะรดจะเป็นผลไม้ที่มีโซเดียมและฟอสฟอรัสต่ำ และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ช่วยบำรุงไตได้ แต่ก็ยังมีโพแทสเซียมอยู่ นักโภชนาการจึงแนะนำให้พิจารณาจากหน้าที่ของไต ระดับโพแทสเซียมในเลือด ยาที่ใช้ และภาวะทางการแพทย์อื่นของแต่ละคนก่อน หากมีภาวะโพแทสเซียมสูงอยู่แล้ว แพทย์อาจให้ลดหรือหยุดกินชั่วคราว แนวคิด “ผลไม้ดีต่อไตทุกชนิด” จึงเป็นภาพรวมเกินไป ทางที่ปลอดภัยคือปรึกษานักโภชนาการเพื่อกำหนดชนิดและปริมาณผลไม้ให้เหมาะกับการทำงานของไตของตัวเอง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!