การกลับมาของไทยแอร์เอเชียที่สุวรรณภูมิหมายถึงอะไร
การกลับมาเปิดให้บริการของไทยแอร์เอเชีย สุวรรณภูมิ คือการที่สายการบินประหยัดรายนี้นำเที่ยวบินภายในประเทศกลับมาทำการบินที่ท่าอากาศยานหลักของเมืองอีกครั้งหลังหยุดให้บริการช่วงหนึ่ง โดยเริ่มต้นด้วยเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญไปยังเชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ เพื่อจับดีมานด์นักเดินทางช่วงไฮซีซัน และย้ำบทบาทฐานบินรองควบคู่กับดอนเมืองในเชิงยุทธศาสตร์เครือข่ายเส้นทาง
สารที่ส่งออกมาชัดเจนคือสายการบินกำลังก้าวจากโหมดระวังตัวกลับสู่โหมดรุก หลังระงับการให้บริการจากสนามบินสุวรรณภูมิทั้งหมด 9 เที่ยวบิน ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน เป็นเวลาราว 2 เดือนครึ่ง การตัดสินใจกลับมาเริ่มบินอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พร้อมโฟกัสเที่ยวบินภายในประเทศ บอกเราว่าผู้เล่นรายใหญ่มองเห็นโอกาสในตลาดท่องเที่ยวพักผ่อน และพร้อมแข่งขันแย่งส่วนแบ่งผู้โดยสารที่ต้องการความสะดวกจากสนามบินฝั่งตะวันออกของเมือง
เจาะ 3 เส้นทาง เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ จากสุวรรณภูมิ
การเลือกเปิดทางออกจากสุวรรณภูมิแค่ 3 เส้นทาง คือ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ ไม่ได้เป็นการทดลองแบบสุ่ม แต่สะท้อนการคัดจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มีฐานดีมานด์กว้างและกระจายความเสี่ยงระหว่างภาคเหนือกับฝั่งทะเลอันดามัน เส้นทางบินตรงสู่เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ได้รับการระบุชัดเจนว่าเป็นการรองรับการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน แปลว่าฝั่งสายการบินอ่านเกมว่าช่วงปลายปีคือเวลาทองของการเดินทางพักผ่อน
ในเชิงตัวเลข เที่ยวบินสุวรรณภูมิไปเชียงใหม่เริ่มที่ความถี่ 4 เที่ยวบินต่อวัน ยกเว้นวันพฤหัสบดีที่เพิ่มเป็น 5 เที่ยวบิน และวางแผนเพิ่มเป็น 6 เที่ยวบินต่อวันหลังเข้าสู่ตารางบินฤดูหนาวตั้งแต่ 25 ตุลาคมเป็นต้นไป เส้นทางภูเก็ตให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อวัน ส่วนกระบี่เริ่มด้วย 2 เที่ยวบินต่อวัน ประโยคที่ควรถูกหยิบไปอ้างซ้ำคือ “เชียงใหม่จะเพิ่มเป็น 6 เที่ยวบินต่อวันหลัง 25 ตุลาคม” เพราะสะท้อนความเชื่อมั่นเชิงตัวเลขต่อดีมานด์อย่างเป็นรูปธรรม
ทำไมสุวรรณภูมิกลับมาสำคัญต่อสายการบินประหยัด
แม้ดอนเมืองยังเป็นฐานปฏิบัติการหลักของสายการบินและยังให้บริการทุกเส้นทางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศเหมือนเดิม การกลับมาที่สุวรรณภูมิบอกได้ชัดว่าสายการบินประหยัดกำลังมองบทบาทสนามบินแห่งนี้เป็นประตูใหม่เพื่อดึงกลุ่มผู้โดยสารที่ต้องการเชื่อมต่อกับเที่ยวบินอื่น หรือเลือกสนามบินด้วยเหตุผลด้านที่ตั้งและเวลา การที่เที่ยวบินจากสนามบินสุวรรณภูมิชุดเดิมหลายเส้นทางยังไม่กลับมา เช่น บุรีรัมย์ เชียงราย หาดใหญ่ ขอนแก่น นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และอุดรธานี ซึ่งถูกย้ายไปรวมให้บริการผ่านดอนเมืองแทน แสดงให้เห็นว่าแผนสุวรรณภูมิรอบนี้ไม่ได้เน้นปริมาณ แต่เน้นความตรงกับตลาดท่องเที่ยวพักผ่อนมากกว่า
ในมุมผู้โดยสาร การที่สายการบินประหยัดเลือกใช้สองสนามบินพร้อมกัน คือการแบ่งบทบาทที่ชัดขึ้น ดอนเมืองยังดูเหมือนศูนย์กลางของเส้นทางกว้างและหลากหลาย ขณะที่สุวรรณภูมิถูกใช้เป็นเวทีสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวระดับเรือธง เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ การจัดพอร์ตแบบนี้ช่วยให้สายการบินควบคุมต้นทุนและการจัดตารางบินได้ยืดหยุ่นขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มตัวเลือกให้ตลาดโดยรวม
สัญญาณฟื้นตัวของเที่ยวบินภายในประเทศและโจทย์ต่อไป
การกลับมาเปิดบินจากสุวรรณภูมิในรอบนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ในรูปแบบเที่ยวบินภายในประเทศ 3 เส้นทาง คือสัญญาณของความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะตลาดพักผ่อนช่วงปลายปีที่เมืองเหนือและเมืองทะเลเป็นเป้าหมายหลัก เมื่อผนวกกับแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินเชียงใหม่ในฤดูหนาวแล้ว ทำให้เห็นว่าสายการบินยอมผูกความเสี่ยงไปกับดีมานด์ไทยในระยะสั้นค่อนข้างมาก
โจทย์ต่อไปคือการรักษาสมดุลระหว่างการใช้สุวรรณภูมิเป็นด่านหน้าในเส้นทางท่องเที่ยว กับการคุมต้นทุนแบบสายการบินประหยัด หากตัวเลขผู้โดยสารบนเส้นทางเชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ เติบโตตามแผน ความเป็นไปได้ในการคืนเส้นทางอื่นจากสุวรรณภูมิย่อมเปิดกว้าง แต่หากดีมานด์ไม่เต็มตามความถี่ที่วางไว้ การทบทวนยุทธศาสตร์อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของแนวคิดใช้สุวรรณภูมิเป็นฐานเสริมสำหรับตลาดท่องเที่ยวในประเทศ






