ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทุนพลังงานยักษ์ใหญ่เร่งสร้างแพลตฟอร์มรวม รับดีมานด์ AI

ทุนพลังงานยักษ์ใหญ่เร่งสร้างแพลตฟอร์มรวม รับดีมานด์ AI
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แพลตฟอร์มพลังงานรวม กุญแจตอบโจทย์ยุค AI และศูนย์ข้อมูล

แพลตฟอร์มพลังงานรวม คือรูปแบบการจัดระบบพลังงานที่เชื่อมโยงแหล่งผลิต ระบบไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีจัดการพลังงานเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และคุ้มค่าทางต้นทุน รองรับทั้งพลังงานหมุนเวียนเอเชียและเชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่าน ตอบโจทย์ยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลและความต้องการพลังงาน AI เติบโตอย่างรวดเร็ว

ภาพใหญ่ที่เริ่มชัดคือ กลุ่มทุนพลังงานกำลังเปลี่ยนจากผู้ขายไฟรายโครงการ ไปสู่บทบาทผู้ออกแบบระบบพลังงานแบบบูรณาการ เป้าหมายไม่ใช่แค่เพิ่มกำไร แต่คือการยึดหัวหาดโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจ AI และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ที่ต้องการไฟ 24 ชั่วโมงและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่สูง การเคลื่อนตัวครั้งนี้จะกำหนดว่าใครคือผู้เล่นหลักของภูมิภาคในอีกสิบปีข้างหน้า และผู้บริโภคจะได้ใช้ไฟที่สะอาดกว่า เสถียรกว่า หรือแพงกว่ากันแน่ จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย

ราช กรุ๊ป เร่งลงทุนพลังงานทดแทน และบุกตลาดศูนย์ข้อมูล

ราช กรุ๊ปกำลังส่งสัญญาณชัดว่าอนาคตของตนอยู่กับแพลตฟอร์มพลังงานรวมและดิจิทัล โดยวางกลยุทธ์ 5S เพื่อดัน EBITDA ให้แตะระดับ 15,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าให้รายได้จากพลังงานทดแทนไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของรายได้รวม การรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในฟิลิปปินส์และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในเวียดนามที่กำลังจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ยืนยันว่าบริษัทเดินหน้าพลังงานหมุนเวียนเอเชียอย่างจริงจัง

จุดพลิกเกมสำคัญคือการนำ AI เข้ามาใช้ซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ในโรงไฟฟ้า SPP ของตน เพื่อเพิ่มความเชื่อถือได้และลดต้นทุนเชื้อเพลิง อีกด้านหนึ่ง ราช กรุ๊ปเริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัลด้วยการให้บริการพลังงานไฟฟ้าแก่ธุรกิจศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ซึ่งใช้ไฟมากและไม่ทนต่อการดับไฟแม้เพียงเสี้ยวนาที ทิศทางนี้สะท้อนชัดว่า ความต้องการพลังงาน AI กำลังกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ใหม่ของธุรกิจไฟฟ้า และใครสามารถให้ไฟที่เสถียรและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ จะมีแต้มต่อระยะยาว

ทุนพลังงานยักษ์ใหญ่เร่งสร้างแพลตฟอร์มรวม รับดีมานด์ AI

บ้านปูและแนวคิด Energy Symphonics สู่แพลตฟอร์มพลังงานครบวงจร

บ้านปูเลือกตอบโจทย์ยุค AI ด้วยการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ควบรวมบ้านปู เพาเวอร์และตั้ง Banpu NEWCO เพื่อปลดล็อกมูลค่าทางธุรกิจและสร้างฐานการเงินที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตระยะยาว เป้าหมายคือเพิ่ม EBITDA ให้เติบโต 1.5 เท่าจากปี 2569 ภายในปี 2573 พร้อมลดการพึ่งพารายได้จากถ่านหินและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตหลักของตนลงอย่างมีนัยสำคัญ

ภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics บ้านปูประกาศวิสัยทัศน์สู่การเป็นแพลตฟอร์มพลังงานครบวงจร เชื่อมแหล่งพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และโซลูชันด้านพลังงานเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับดีมานด์ไฟฟ้าจาก Hyperscalers และเศรษฐกิจ AI หนึ่งในคำพูดที่สะท้อนทิศทางคือ “ขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกด้วยความรับผิดชอบ” ซึ่งถูกแปลงเป็นการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าสำหรับ Data Center ระบบกักเก็บพลังงาน BESS แร่ยุทธศาสตร์ และเทคโนโลยี AI รวมถึงการลด NCI จากการควบรวม BPP เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและอำนาจตัดสินใจของบริษัท นี่คือการเดิมพันระยะยาวว่าพลังงานและข้อมูลจะเดินคู่กันแบบแยกไม่ออก

บางจากกับยุทธศาสตร์ 5 ปี สานต่อห่วงโซ่พลังงานสะอาดและเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน

บางจากวางยุทธศาสตร์ 5 ปีที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้มองพลังงานหมุนเวียนเอเชียแยกขาดจากเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่เลือกสร้างสมดุลผ่านห่วงโซ่พลังงานครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ โรงกลั่น การค้า โลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 2 เท่าภายในปี 2573 และสร้างรายได้ระดับล้านล้านบาทในปี 2574 แนวคิดนี้มุ่งเสริมทั้ง Energy Security และความสามารถรับมือความผันผวน โดยไม่ปล่อยให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทำให้ระบบไฟฟ้าเปราะบาง

จุดเด่นคือการผลักดันเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน SAF และกรีนดีเซล ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเดิมของระบบพลังงานได้ โดย SAF เริ่มเดินเชิงพาณิชย์แล้วและสร้าง EBITDA ราว 1,000 ล้านบาทในไตรมาส 2 การมีฐานธุรกิจที่เชื่อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้บางจากสามารถปรับเส้นทางจัดหาและการผลิตได้เมื่อตลาดผันผวน เช่นกรณีข้อจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มุมมองเชิงวิเคราะห์คือ กลยุทธ์นี้ไม่แหวกแนวสุดโต่งสู่พลังงานสะอาด แต่ค่อยๆ ขยับให้ระบบเดิมรองรับอนาคตและดีมานด์ของเศรษฐกิจ AI ได้โดยไม่เสี่ยงต่อวิกฤตไฟฟ้า

ทุนพลังงานยักษ์ใหญ่เร่งสร้างแพลตฟอร์มรวม รับดีมานด์ AI

บทบาทของ BJC และผลต่อผู้บริโภคในภูมิภาค

แม้ BJC จะไม่ได้เป็นผู้ผลิตไฟโดยตรง แต่การขยายธุรกิจในเวียดนามและการลงทุนในโรงงานใหม่ที่บางปะอินด้วยงบประมาณรวมหลายพันล้านบาท สะท้อนอีกมิติของการสร้างแพลตฟอร์มพลังงานทางอ้อม ผ่านเครือข่ายค้าปลีกและอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ บริษัทคาดว่าการลงทุนและการปรับกระบวนการดำเนินงานจะช่วยประหยัดต้นทุนราว 150-160 ล้านบาทต่อปี และช่วยให้ผลการดำเนินงานเติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน

สำหรับผู้บริโภค ทิศทางของ BJC หมายถึงโอกาสเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคและบรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพด้านต้นทุนมากขึ้น หากบริษัทใช้โรงงานใหม่และคลังสินค้าร่วมกับเครือข่ายค้าปลีกอย่างมีระบบ แต่ในบริบทความต้องการพลังงาน AI ที่สูงขึ้น ความท้าทายคือ โรงงานและศูนย์กระจายสินค้าจะต้องพึ่งพาไฟที่เสถียรและมีต้นทุนแข่งขันได้ หากแพลตฟอร์มพลังงานรวมของกลุ่มทุนใหญ่ทำงานได้ตามแผน ผู้บริโภคอาจเห็นราคาสินค้าที่นิ่งขึ้นแม้โลกผันผวน แต่หากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะดุด ผลกระทบจะย้อนกลับมาที่ราคาสินค้าในห้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!