ไฟแมโคร Godox MA2 คืออะไร และทำไมสายถ่ายใกล้ควรสนใจ
ไฟแมโคร Godox MA2 คือระบบไฟถ่ายภาพใกล้แบบทวินไลท์ที่ติดบนฮอตชูของกล้อง มาพร้อมแขนไฟยืดหยุ่นสองข้าง มีไฟ LED ในตัว และสามารถติดตั้งแฟลชขนาดเล็กหลายตัวเพื่อจัดแสงรอบวัตถุได้อย่างละเอียด ผู้ใช้ปรับความสว่างและอุณหภูมิสีของไฟได้อย่างอิสระ เหมาะทั้งงานภาพนิ่งและวิดีโอที่ต้องการควบคุมทิศทางและคุณภาพของแสงใกล้วัตถุในพื้นที่แคบโดยไม่ต้องพึ่งระบบไฟสตูดิโอขนาดใหญ่ จุดแข็งของ MA2 คือการออกแบบให้เป็นศูนย์กลางของระบบไฟแมโคร Godox แบบโมดูลาร์ แทนที่ชุดแฟลชหัวเดียวหน้าเลนส์ที่มักให้แสงแบนและควบคุมทิศทางได้จำกัด MA2 เปิดโอกาสให้จัดไฟแบบล้อมวัตถุ ปรับแสงให้มีมิติ และลดเงาแข็งได้ง่ายขึ้น เหมาะมากกับงานถ่ายแมลง ดอกไม้ เครื่องประดับ ไปจนถึงงานรีวิวสินค้าเล็กๆ ที่ต้องเน้นรายละเอียดและพื้นผิว
แขนไฟยืดหยุ่นและไฟ LED ปรับได้ เปลี่ยน workflow แมโครให้คล่องกว่าระบบเดิม
หัวใจของ MA2 คือแขนไฟคู่แบบยืดหยุ่นที่มีไฟ LED ฝังอยู่และควบคุมผ่านตัวคอนโทรลเลอร์บนฮอตชู กลายเป็นระบบไฟถ่ายภาพใกล้ที่เดินตามกล้องไปทุกที่ได้ ผู้ใช้ปรับความสว่างของ LED แต่ละด้านได้ตั้งแต่ 1% ถึง 100% และปรับอุณหภูมิสีระหว่าง 2800K ถึง 6500K เพื่อให้เข้ากับแสงแวดล้อมหรือสไตล์โทนภาพที่ต้องการ ค่ามาตรฐานด้านสีอย่าง TLCI 97 และ CRI 96 ทำให้ไฟนี้ใช้งานวิดีโอและงานสีจริงจังได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสีเพี้ยนมากนัก แม้ Godox ไม่ระบุค่าไกด์นัมเบอร์หรือความสว่างเป็นลูเมนของ LED ซึ่งสื่อว่าบทบาทหลักคือไฟนำโฟกัสหรือไฟสำหรับวิดีโอมากกว่าการเป็นไฟหลัก แต่ในทางปฏิบัติ นี่คือข้อดีสำหรับสายแมโครที่ต้องการแยกหน้าที่ระหว่างไฟนำและแฟลช ไม่ใช่ข้อเสีย เพราะช่วยให้เราออกแบบ workflow เป็นขั้นตอน ตั้งแต่จัดมุมบนจอด้วยไฟ LED แล้วใช้แฟลชเป็นไฟหลักเมื่อพร้อมกดชัตเตอร์
รองรับแฟลชเล็กถึง 4 ตัวต่อแขน จัดแสงแบบสตูดิโอบนเลนส์เดียว
จุดที่ทำให้ MA2 ต่างจากชุดไฟแมโครแบบวงแหวนคือความสามารถในการรับแฟลชหลายตัวบนแขนยืดหยุ่น แต่ละแขนมีฮอตชูให้ติดแฟลชได้ถึง 4 ตำแหน่ง และ Godox แสดงตัวอย่างการใช้งานด้วยการติดแฟลช iM20 สี่ตัวบนแขนทั้งสองข้าง MA2 รองรับแฟลชรุ่น iM22 iT20 และ iT22 ทำให้ผู้ใช้สามารถผสมแฟลชหลายแบบตามงานที่เจอได้ โดยแขนแต่ละข้างรับน้ำหนักรวมสูงสุด 90 กรัม ซึ่งเพียงพอกับแฟลชเล็กหลายตัวที่ออกแบบมาให้ใช้งานด้วยกัน การควบคุมก็ออกแบบคิดมาดี แฟลชถูกจัดกลุ่มเป็น A และ B ตามแต่ละแขน ผู้ใช้ปรับอุณหภูมิสีของแฟลชแต่ละตัวระหว่าง 2800K ถึง 6500K เปิดปิดทีละตัวตามต้องการ ทำให้เราสร้างแสงหลัก แสงรอง และแสงไฮไลต์บนวัตถุชิ้นเล็กได้คล้ายเซตไฟสตูดิโอเต็มรูปแบบ ระบบยังรองรับการทริกแบบ S1 S2 สำหรับแฟลชแมนนวล และโหมด TTL พร้อมพรีแฟลช นี่คือระดับความยืดหยุ่นที่ชุดไฟแมโครแบบเก่าให้ไม่ได้
กระจายแสงและลดเงาแข็งด้วยอุปกรณ์ Diffuser พร้อมฐานดูด ES01 แทนขาตั้งไฟถ่ายภาพ
แมโครคือแนวที่แพ้แสงแข็งและเงาชัด MA2 จึงมาพร้อมอุปกรณ์กระจายแสงให้เป็นชุด Godox ใส่แผง Magnetic Diffuser Panel ที่ติดกับคอนโทรลเลอร์เพื่อทำให้แสงแฟลชนุ่มขึ้น และที่น่าสนใจคือแผงนี้ยืดหยุ่น สามารถดัดให้เข้าทรวดทรงเลนส์หรือวัตถุที่ถ่ายได้ ยังมี MCL-D Macro Conversion Lens Diffuser สำหรับครอบเลนส์เพิ่มพื้นที่กระจายแสง และ Diffuser Box แบบเสริมสำหรับแฟลชที่จะช่วยให้แสงเนียนและสม่ำเสมอรอบวัตถุ เมื่อขยับออกจากเลนส์ไปเป็นฉากหลังหรือไฟเสริม ระบบไฟสตูดิโอของ Godox ก็มี ES01 Electric Suction Base เป็นตัวเปลี่ยนเกม ES01 คือฐานแฟลชที่มีก้านดูดซิลิโคนด้านล่างและแบตเตอรี่ในตัว ใช้ติดไฟกับผนัง หน้าต่าง หรือพื้นผิวเรียบอื่นๆ ได้ทุกแบบ เพียงกดฐานแนบกับพื้นผิวเรียบไม่เป็นรูพรุน ปั๊มมอเตอร์ด้านในจะดูดอากาศออกเพื่อให้ตัวฐานติดแน่น จากนั้นจึงติดแฟลชแล้วจัดแสงตามใจ และกดปุ่มปล่อยอากาศเมื่อต้องการถอดออก "ตัวฐาน ES01 รองรับน้ำหนักไฟสูงสุดประมาณ 590 กรัม ช่วยให้ใช้งานกับแฟลชและไฟ LED ขนาดเล็กของ Godox ได้สะดวก" ด้วยแนวคิดนี้ ผู้ใช้สามารถลดการพึ่งขาตั้งไฟถ่ายภาพในพื้นที่คับแคบ เช่น ห้องเล็ก โต๊ะทำงาน หรือมุมหน้าต่าง และได้มุมไฟที่หลากหลายกว่าขาตั้งพื้นทั่วไป
MA2 และ ES01 เหมาะกับใคร และข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนลงทุน
ภาพรวมแล้ว MA2 บวก ES01 คือชุดสร้างระบบไฟถ่ายภาพใกล้แบบโมดูลาร์สำหรับคนที่อยากยกระดับงานแมโครโดยไม่ต้องลงทุนระบบไฟสตูดิโอเต็มเซต การมีแขนไฟยืดหยุ่นสองข้าง ไฟ LED นำโฟกัส และการรองรับแฟลชเล็กหลายตัวรอบเลนส์ ทำให้เราสร้างเซตไฟที่เคลื่อนตามกล้องได้จริง ช่างภาพแมโครกลางแจ้ง คนถ่ายสินค้าเล็กในห้องเล็ก และผู้ทำคอนเทนต์รีวิวของจิ๋วจะได้ประโยชน์มากที่สุด อย่างไรก็ตาม MA2 ไม่ใช่คำตอบทุกกรณี LED ในตัวออกแบบมาเป็นไฟนำ ไม่ใช่ไฟหลัก ถ้าเน้นงานแฟลชแรงหรือวัตถุเคลื่อนไหวเร็ว ยังต้องจัดแฟลชเสริมเอง และแต่ละแขนรับน้ำหนักสูงสุด 90 กรัม แฟลชที่หนักเกินจะไม่เหมาะ ฝั่ง ES01 ก็มีเพดานน้ำหนักประมาณ 590 กรัมเช่นกัน ทำให้ยังต้องใช้ขาตั้งไฟถ่ายภาพกับไฟใหญ่ๆ อยู่ ข้อสรุปคือ ถ้าคุณเชื่อว่าการควบคุมทิศทางและคุณภาพของแสงใกล้วัตถุสำคัญกว่าพลังไฟดิบ MA2 และ ES01 คือการลงทุนที่ให้ผลชัดเจน คุณจะได้ระบบไฟแมโคร Godox ที่ขยายต่อได้เรื่อยๆ เป็นสตูดิโอขนาดพกพาที่เดินไปถ่ายได้ทุกที่โดยไม่ต้องขนขาตั้งเต็มรถ



