ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Xring O3 ชิป 3nm แตะ AnTuTu 5 ล้าน จุดเปลี่ยนศึกสมาร์ทโฟนพับได้พรีเมียม

Xring O3 ชิป 3nm แตะ AnTuTu 5 ล้าน จุดเปลี่ยนศึกสมาร์ทโฟนพับได้พรีเมียม
ความสนใจ|รวมเทคโนโลยี

Xring O3 คืออะไร และทำไม AnTuTu 5 ล้านแต้มจึงสำคัญ

Xring O3 ชิป คือระบบบนชิปสำหรับสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่ Xiaomi พัฒนาด้วยตนเอง ผลิตบนเทคโนโลยี 3nm โปรเซสของ TSMC ใช้ทรานซิสเตอร์ราว 24 พันล้านตัว เน้นประสิทธิภาพสูง การรองรับหน่วยความจำรุ่นใหม่อย่าง LPDDR6 รองรับงานกราฟิก เกม และปัญญาประดิษฐ์ พร้อมออกแบบให้ใช้กับสมาร์ทโฟนพับได้และแท็บเล็ตระดับพรีเมียมของแบรนด์ เพื่อเสริมอำนาจควบคุมเทคโนโลยีชิปและลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ภายนอก

ใจความสำคัญคือ Xring O3 ทำคะแนน AnTuTu 5.22 ล้านแต้ม กลายเป็นชิปสมาร์ทโฟนตัวแรกที่ทะลุเพดาน 5 ล้านคะแนนตามข้อมูลของบริษัท นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวย แต่เป็นการประกาศว่า Xiaomi ตั้งใจขึ้นมาเล่นในลีกเดียวกับผู้ผลิตที่มีชิปเองอย่าง Apple Samsung และ Huawei ถ้าผลทดสอบบนเครื่องขายจริงยืนยันตัวเลขนี้ได้ เรากำลังเห็นสมรภูมิประสิทธิภาพสมาร์ทโฟนพับได้ถูกยกมาตรฐานใหม่อย่างชัดเจน

Xring O3 ชิป 3nm แตะ AnTuTu 5 ล้าน จุดเปลี่ยนศึกสมาร์ทโฟนพับได้พรีเมียม

สถาปัตยกรรม 3nm โปรเซส และ All-Big-Core หมายถึงประสบการณ์แบบไหน

การที่ Xring O3 ผลิตบน 3nm โปรเซส N3P ของ TSMC พร้อมทรานซิสเตอร์ 24 พันล้านตัว ไม่ใช่แค่ตัวเลขเชิงเทคนิค แต่สะท้อนว่าชิปนี้ถูกผลักดันไปสุดขีดด้านประสิทธิภาพต่อวัตต์ Xiaomi ใส่ CPU 10 คอร์ที่เป็น All-Big-Core พร้อมสถาปัตยกรรมแบบ 6+4 แยกระดับ Ultra Premium และ Pro เพื่อดันความเร็วคอร์ใหญ่ให้สูงกว่าชิปทั่วไปที่ยังใช้คอร์เล็กแนวประหยัดพลังงาน

ตามข้อมูลของ Xiaomi ประสิทธิภาพการประมวลผลเพิ่มสูงสุด 60 เปอร์เซ็นต์ และกราฟิกแรงขึ้นถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันใช้พลังงานน้อยลง 64 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ประโยคที่ควรถูกหยิบไปอ้างคือ "Xring O3 ทำคะแนน AnTuTu ได้สูงถึง 5.22 ล้านคะแนน และเป็นชิปมือถือรุ่นแรกที่ทำคะแนนทะลุระดับ 5 ล้านคะแนน" สำหรับผู้ใช้จริง สิ่งนี้แปลว่าโหลดเกมเร็วขึ้น ภาพลื่นขึ้น และการคำนวณ AI บนเครื่อง เช่น ฟีเจอร์กล้องอัจฉริยะหรือการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ จะตอบสนองไวขึ้น โดยไม่ต้องแลกกับความร้อนและแบตเตอรี่ที่ไหลเร็วเท่าเดิม

LPDDR6 รองรับ และพลัง AI 200 TOPS: สมาร์ทโฟนพับได้ที่คิดแทนผู้ใช้

หนึ่งในจุดพลิกเกมของ Xring O3 คือเป็นชิปสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รองรับ LPDDR6 รองรับ เต็มรูปแบบ ด้วยแบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงสุด 113.8GB/s ทำให้การส่งข้อมูลระหว่าง CPU GPU และ NPU ไม่ติดคอขวดง่ายเหมือนอดีต เมื่อรวมกับดีไซน์ All-Big-Core ผลคือระบบสามารถดันเฟรมเรตเกม ความละเอียดจอ และงานมัลติทาสก์ในสมาร์ทโฟนพับได้ที่มีสองหน้าจอให้ทำงานพร้อมกันโดยไม่อาการหน่วงชัดเจน

ด้าน AI Xring O3 มีประสิทธิภาพ Tensor สูงสุด 200 TOPS และ Vector 3.13 TFLOPS ขณะที่ NPU แรงขึ้น 45 เปอร์เซ็นต์จากรุ่นก่อน Xiaomi กระจายงาน AI ไปยัง CPU GPU ISP DPU และ ADSP เพื่อลดดีเลย์ให้เหลือค่า Static Latency 82 นาโนวินาที ในโลกการใช้งานจริง ผู้ใช้สมาร์ทโฟนพับได้จะสังเกตเห็นว่าการประมวลผลภาพขนาดใหญ่ การครอปเอกสารบนจอด้านใน หรือการรันโมเดลภาษาในออฟไลน์บนเครื่องทำได้ต่อเนื่องมากขึ้น ไม่ต้องรอโหลดหรือพึ่งการเชื่อมต่อเน็ตตลอดเวลา

Xiaomi 18 Fold และ Pad 9 Pro Max: เวทีพิสูจน์ชิปที่บ้านทำเอง

Xring O3 ไม่ได้ถูกออกแบบแบบลอยๆ แต่มีอุปกรณ์เป้าชัดเจนคือ Xiaomi 18 Fold และ Xiaomi Pad 9 Pro Max ที่จะเปิดตัวในจีนช่วงเดือนกันยายน 2026 สมาร์ทโฟนพับได้รุ่นใหม่นี้ใช้ดีไซน์หน้าจอกว้าง ทำให้เป็นพื้นที่ทดสอบชัดเจนว่าชิปจะขับจอคู่และงานมัลติทาสก์ได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อ Xiaomi เปิดให้ลงทะเบียนสั่งซื้อล่วงหน้าแล้วในบางตลาด

อย่างไรก็ตาม คะแนน AnTuTu 5.22 ล้านแต้มเป็นตัวเลขจากผลทดสอบภายในของ Xiaomi เอง ผู้บริโภคควรจับตาผลเบนช์มาร์กจากเครื่องขายจริงและสื่ออิสระก่อนสรุปว่าชิปนี้แซงคู่แข่งอย่างไร จุดชี้ชัดไม่ใช่แค่แต้ม แต่คือว่าความเร็ว การเล่นเกม การประมวลผล AI และการจัดการพลังงานบนสมาร์ทโฟนพับได้และแท็บเล็ตรุ่นนี้ดีขึ้นแบบสัมผัสได้หรือไม่ หากทำได้ Xring O3 จะเป็นตัวอย่างว่าเบนช์มาร์กมีความหมายเมื่อมันแปลงเป็นประสบการณ์ที่ผู้ใช้รู้สึกได้ในทุกวัน

จาก Xring O1 สู่ Xring O3: Xiaomi เข้าค่ายเดียวกับ Apple Samsung และ Huawei

การเปิดตัว Xring O3 พร้อมชิปร่วมตระกูลอย่าง Xring O100 และ Xring D100 แสดงให้เห็นว่า Xiaomi ไม่พอใจกับบทบาทที่ต้องรอชิปจากผู้ผลิตรายอื่นอีกต่อไป บริษัทประกาศชัดว่าต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทาน ลดการพึ่งพาผู้ผลิตชิปภายนอก และต่อยอดจากความสำเร็จของ Xring O1 รุ่นแรกที่เปิดตัวมาก่อนหน้า วันนี้ Xiaomi จึงก้าวเข้ากลุ่มเดียวกับ Apple Samsung Electronics และ Huawei ที่มีชิปตระกูลของตนเองอย่าง A-Series M-Series Exynos และ Kirin

ในเชิงยุทธศาสตร์ การมี Xring O3 ชิป สำหรับสมาร์ทโฟนพับได้เรือธง และการเดินหน้าพัฒนา Xring O100 ด้วยแนวคิด Near-Memory AI เพื่อใช้งานเชิงพาณิชย์ในปี 2027 รวมถึง Xring D100 สำหรับระบบขับขี่อัจฉริยะที่พร้อมใช้งานปีเดียวกัน คือสัญญาณว่าตลาดอุปกรณ์พรีเมียมกำลังเข้าสู่ยุค "ระบบชิปปิด" ที่แต่ละค่ายสร้างระบบนิเวศฮาร์ดแวร์ของตัวเอง ผู้ใช้จะได้ผลดีคือฟีเจอร์ที่ลึกและเฉพาะตัวขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนค่ายอาจยากกว่าเดิม เพราะประสบการณ์ใช้งานจะผูกแน่นกับชิปและซอฟต์แวร์ที่เจ้าของแบรนด์ควบคุมทั้งหมด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!