ระบบทางไกลดูแลจิตใจคืออะไร และทำไมจึงกลายเป็นโครงสร้างใหม่ของการดูแลสุขภาพจิต
ระบบทางไกลดูแลจิตใจ คือการจัดบริการสุขภาพจิตผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น บริการจิตวิทยาออนไลน์ และบริการปรึกษาวิดีโอคอล ที่ออกแบบให้ผู้ใช้เข้าถึงการคัดกรอง การให้คำปรึกษา การส่งต่อ และการติดตามผลได้จากที่บ้านหรือชุมชน โดยลดการพึ่งพาโรงพยาบาลศูนย์เป็นหลัก และกระจายการดูแลไปยังหน่วยบริการที่อยู่ใกล้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้มากขึ้น
สาระสำคัญของบทความนี้คือ เรากำลังเห็นการเปลี่ยนผ่านจากระบบดูแลสุขภาพจิตแบบรวมศูนย์ ไปสู่โครงข่ายบริการจิตวิทยาออนไลน์ที่เข้าถึงง่ายและขยายได้จริง ผ่านตัวอย่างทั้งในสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐ ซึ่งกำลังออกแบบระบบให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ นักศึกษา และมารดาช่วงตั้งครรภ์–หลังคลอดที่ต้องการการดูแลต่อเนื่อง แต่ไม่พร้อมหรือไม่สะดวกเดินเข้าคลินิกแบบเดิม
KKU Tele Mental Health: เมื่อมหาวิทยาลัยสร้างสะพานดิจิทัลดูแลใจนักศึกษา
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใต้การสนับสนุนของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ได้พัฒนางานวิจัย “การพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตทางไกลสำหรับนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา” และสร้างระบบ KKU Tele Mental Health ขึ้นเป็นระบบดูแลสุขภาพจิตทางไกลสำหรับนักศึกษาโดยตรง เป้าหมายชัดเจนคือรับมือกับภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า และความเครียดที่พุ่งสูงในกลุ่มนักศึกษาจากแรงกดดันด้านการเรียน การเงิน และความสัมพันธ์
โมเดลนี้ไม่ได้เป็นเพียงบริการจิตวิทยาออนไลน์ที่เปิดช่องให้คุยกับผู้เชี่ยวชาญ แต่ออกแบบให้เป็นโครงสร้าง “สะพานกลาง” เชื่อมหน่วยงานสุขภาพและหน่วยงานด้านนักศึกษาเข้าหากัน ตั้งแต่การคัดกรอง ให้คำปรึกษา ส่งต่อ ไปจนถึงการติดตามผลอย่างเป็นระบบ พูดง่ายๆ คือจากเดิมที่นักศึกษาต้องหาทางไปหาหมอเอง ระบบนี้กลับดึงทีมสหวิชาชีพเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของนักศึกษา ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

ออกแบบระบบทางไกลอย่างไรให้ใช้งานได้จริง: จากการคัดกรองถึงการส่งต่อที่ต่อเนื่อง
หัวใจของ KKU Tele Mental Health คือการออกแบบระบบทางไกลดูแลจิตใจให้เป็นโทรมาตรฐานสุขภาพจิตของมหาวิทยาลัย มากกว่าจะเป็นโปรเจกต์ทดลองชั่วคราว นักศึกษาที่เข้าสู่ระบบจะถูกคัดกรองสุขภาพจิตก่อน หากปัญหายังไม่รุนแรง หน่วยงานเครือข่ายในมหาวิทยาลัย เช่น หน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ ศูนย์ให้คำปรึกษา หรือฝ่ายพัฒนานักศึกษา สามารถให้คำปรึกษาและความรู้ด้านสุขภาพจิตได้ทันที
หากพบว่ามีอาการรุนแรงหรือความเสี่ยงสูง ระบบจะเชื่อมเข้าสู่การส่งต่อและติดตาม โดยทีมสหวิชาชีพที่มีทั้งพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช นักจิตวิทยา และบุคลากรแนะแนวในคณะร่วมกันดูแล สำหรับผู้ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยเพิ่มเติม ยังสามารถส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศรีนครินทร์ผ่านระบบได้อีกชั้นหนึ่ง จุดนี้สะท้อนการออกแบบที่เน้น “ความต่อเนื่องของเส้นทางการรักษา” มากกว่าการให้บริการครั้งเดียวแล้วจบ

เสียงสะท้อนจากผู้ใช้และข้อเสนอเชิงนโยบาย: เมื่อบริการจิตวิทยาออนไลน์ต้องกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน
งานวิจัยที่พัฒนา KKU Tele Mental Health ดำเนินการใน 4 ระยะ ตั้งแต่การสำรวจสถานการณ์และความต้องการ การพัฒนาต้นแบบ การทดลองใช้ และการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยเก็บข้อมูลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ถึงเมษายน 2569 ผลการสำรวจพบว่า 88.93% ของนักศึกษามองว่าระบบดูแลสุขภาพจิตทางไกลมีประโยชน์ และคาดหวังแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายควบคู่กับผู้ให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญ
ทีมนักวิจัยเสนอให้ยกระดับบริการปรึกษาสุขภาพจิตออนไลน์แบบทางไกลให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพจิตของมหาวิทยาลัย พร้อมแนวทางเชิงนโยบาย 6 ด้าน เช่น การทำให้ทุกกลุ่มเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม การพัฒนาระบบข้อมูลและ Dashboard สำหรับการตัดสินใจ การยกระดับมาตรฐานบุคลากรให้คำปรึกษาออนไลน์ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการสร้างความยั่งยืนด้านงบประมาณและเครือข่ายความร่วมมือ นี่คือการประกาศว่าบริการจิตวิทยาออนไลน์ไม่ใช่ “ของเสริม” อีกต่อไป แต่คือโครงข่ายจำเป็นของสถาบันการศึกษา
จากนักศึกษาสู่มารดา: งานวิจัยต้นทุนสุขภาพจิตและอนาคตของโทรมาตรฐานสุขภาพจิตระดับชาติ
ในอีกฟากหนึ่งของระบบสุขภาพจิต คณะจิตวิทยาแห่งหนึ่งร่วมกับพันธมิตรเพื่อสุขภาพจิตแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด และสถาบันวิชาการจากต่างประเทศ จัดงานเปิดตัวรายงานการประเมินต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ของปัญหาสุขภาพจิตช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดเป็นครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 รายงานนี้แสดงให้เห็นว่าการปล่อยให้ปัญหาสุขภาพจิตมารดาไม่ถูกดูแลอย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ราว 68,000 ล้านบาทต่อปี
ข้อค้นพบที่ว่าประมาณ 45% ของต้นทุนทั้งหมดสะท้อนผลกระทบที่ส่งตรงไปยังเด็ก คือสัญญาณเตือนว่า การลงทุนในระบบทางไกลดูแลจิตใจสำหรับมารดาและครอบครัวไม่ใช่ความหรูหรา แต่คือการป้องกันความเสียหายระยะยาวต่อพัฒนาการของเด็กและคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต เมื่อเชื่อมเข้ากับบทเรียนจาก KKU Tele Mental Health จะเห็นภาพชัดว่าโทรมาตรฐานสุขภาพจิตในอนาคตควรเป็นระบบที่กระจายบริการไปยังชุมชน ผ่านบริการปรึกษาวิดีโอคอลและแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพและข้อมูลเชิงนโยบาย ไม่ใช่แค่รอผู้ป่วยเดินเข้าประตูโรงพยาบาล






