Verticaltainment คืออะไร และทำไมจอแนวตั้งถึงสำคัญกว่าที่คิด
Verticaltainment คือกระแสความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่เน้น short-form drama content ในสัดส่วนจอแนวตั้งบนสมาร์ตโฟน โดยแอปซีรีส์แนวตั้งถูกออกแบบให้ตอบรับพฤติกรรมผู้ชมที่ต้องการคอนเทนต์สั้น เร็ว และต่อเนื่อง สามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา และกลายเป็นแกนกลางของ vertical entertainment market ที่ดึงทั้งแพลตฟอร์ม แบรนด์ และครีเอเตอร์เข้ามาแข่งขันแย่งเวลาบนหน้าจอเดียวกันอย่างเข้มข้น
ตัวเลขการใช้งาน Vertical Short-Drama Apps ที่เติบโตถึง 56% ภายในปีเดียว พร้อมผู้ใช้งานใหม่กว่า 3 ล้านราย และผู้ใช้แอปซีรีส์แนวตั้งราว 9 ล้านคนต่อเดือน ไม่ใช่แค่สถิติสวย ๆ แต่เป็นสัญญาณว่าผู้ชมกำลังโหวตด้วยนิ้วมือ ว่าคอนเทนต์ที่ชนะคือคอนเทนต์ที่สั้น เร็ว และเชื่อมกับไลฟ์สไตล์ได้ทันที แพลตฟอร์มที่มองเพียง “วิดีโอแนวนอนยาว ๆ” จึงเสี่ยงหลุดเกม เพราะจังหวะการเสพสื่อถูกกำหนดใหม่แล้วโดยจอแนวตั้ง

TrueID กับ CO CREATE THE SERIES: จากแอปดูคอนเทนต์สู่ Digital Ecosystem Hub
การทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ของ TrueID ภายใต้แนวคิด “CO CREATE THE SERIES” เพื่อพลิกบทบาทจากแพลตฟอร์มรับชมคอนเทนต์ ไปเป็นศูนย์กลางระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem Hub) คือข้อความชัดเจนว่าแพลตฟอร์มสตรีมมิงยุคนี้อยู่ได้ด้วยระบบนิเวศ ไม่ใช่แค่จำนวนเรื่องให้ดู TrueID มีผู้ใช้ต่อเดือนราว 30 ล้านคน รับชมวิดีโอสั้นเป็นหลัก และมี TrueYou Points หมุนเวียนวันละกว่า 14.3 ล้านพอยต์ ขณะที่ยอดชมถ่ายทอดสดพร้อมกันเคยพุ่งถึง 1.1 ล้านคนในนัดชิงฟุตบอลโลก
แกนสำคัญของเกมใหม่คือ short-form drama content แบบแนวตั้ง ผ่านมินิแอป “ตาตั้ง by TrueID” ที่ออกแบบแบบ Mobile-First และการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแพลตฟอร์มซีรีส์แนวตั้งระดับโลกอย่าง DramaBox เพื่อให้แอปซีรีส์แนวตั้งไม่ได้เป็นแค่ช่องดูซีรีส์ แต่เป็นฮับของครีเอเตอร์ แบรนด์ และผู้ร่วมลงทุนที่หมุนเวียนอยู่ใน ecosystem เดียวกัน ใครคิดว่า TrueID แค่ตามเทรนด์ กำลังมองข้ามว่าพวกเขากำลังสร้าง “สนาม” ไม่ใช่แค่ “รายการแข่ง”

9 กลยุทธ์ของ TrueID: จากผู้รับคอนเทนต์สู่ผู้ส่งออก IP ในสงครามซีรีส์แนวตั้ง
TrueID ไม่ได้ตอบโต้สงครามแย่งสายตาเพียงด้วยการเพิ่มคอนเทนต์ แต่เลือกวาง 9 กลยุทธ์สร้าง Content Ecosystem ยุคใหม่พร้อม Framework 3 ขั้นและหลักคิดชัดเจน เป้าหมายคือเปลี่ยนตลาดที่แพลตฟอร์มต่างชาติส่งซีรีส์แนวตั้งเข้ามาตีตลาด ให้กลายเป็นโอกาสสร้าง New S-curve ของอุตสาหกรรมคอนเทนต์บนมือถือ และพัฒนาเส้นทางจากผู้รับคอนเทนต์ต่างชาติ ไปสู่ผู้ผลิตและส่งออก IP ระดับโลก
การจับมือกับ DramaBox ทำหน้าที่เหมือน “สะพานสามชั้น” นำคอนเทนต์ระดับโลกเข้ามา สร้างเวทีร่วมผลิต และส่งออกคอนเทนต์ท้องถิ่นไปยังตลาดต่างประเทศ คีย์เวิร์ดเชิงกลยุทธ์คือการสร้าง Creator Ecosystem ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์มากกว่า 9 ล้านคนที่ส่วนใหญ่มีรายได้เพียงประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน มีเส้นทางรายได้ที่ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มอำนาจต่อรองของผู้ผลิตท้องถิ่นในตลาด vertical entertainment market ที่ถูกทุนต่างชาติครองอยู่ก่อน

เมื่อแบรนด์และผู้ให้บริการเครือข่ายลงสนาม Verticaltainment
ผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ไม่ได้หยุดอยู่ที่การขายดาต้า แต่ขยายบทบาทสู่ Digital Intelligent Platform ที่เชื่อมโครงข่ายอัจฉริยะกับคอนเทนต์ระดับสากล และวางตำแหน่งตัวเองในกระแส Verticaltainment ที่เติบโตเร็ว หนึ่งในคำกล่าวที่ชี้ภาพได้ชัดคือ “วันนี้ 80% ของคอนซูเมอร์ใช้ Data เป็นหลัก เราจึงขยายบทบาทจากการเป็น Network Intelligent สู่การเป็น Digital Intelligent Platform อย่างเต็มรูปแบบ”
การร่วมมือกับแพลตฟอร์มซีรีส์แนวตั้งระดับโลกอย่าง ReelShort เพื่อเติมเต็ม ecosystem ความบันเทิงแนวตั้ง สะท้อนว่าผู้ให้บริการเครือข่ายไม่ยอมให้แพลตฟอร์มสตรีมมิงควบคุมความสัมพันธ์กับผู้ใช้แต่เพียงฝ่ายเดียว ขณะเดียวกัน แบรนด์ถูกดึงเข้ามาในบทบาท “Brand as Story Partner” เปลี่ยนจากผู้ซื้อโฆษณาไปเป็นผู้ร่วมสร้างเรื่องราวใน short-form drama content vertical entertainment market จึงกลายเป็นจุดแตะสำคัญของดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ที่แบรนด์ใช้เชื่อมโยงภาพลักษณ์เข้ากับชีวิตประจำวันของผู้ชมในระดับลึกกว่าแบนเนอร์โฆษณา

ข้อสรุป: สงครามจอแนวตั้งคือสงครามระบบนิเวศ ไม่ใช่แค่จำนวนซีรีส์
เมื่อผู้ชมเปิดแอปเฉลี่ยกว่าร้อยครั้งต่อวัน และต้องเลือกระหว่างคอนเทนต์ล้นจอที่ทั้งสนุก ข่าวลวง และการหลอกลวงบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ การแย่งเวลาบนหน้าจอไม่ได้วัดกันที่ความดังของเรื่องเดียวอีกต่อไป แต่เป็นความสามารถของแพลตฟอร์มในการสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ เชื่อมผู้ชม ครีเอเตอร์ แบรนด์ และพันธมิตรเข้าด้วยกัน
TrueID เลือกเดินเกมด้วย 9 กลยุทธ์ ecosystem และการ co-create กับ DramaBox เพื่อดัน IP ท้องถิ่นสู่เวทีโลก ขณะที่ผู้ให้บริการเครือข่ายลงมาจับมือกับแพลตฟอร์มอย่าง ReelShort เพื่อฝังตัวในกระแส Verticaltainment บทเรียนสำคัญคือ ใครควบคุมระบบนิเวศของ short-form drama content ได้ก่อน คนนั้นจะครอง vertical entertainment market ในฐานะมากกว่าผู้ให้บริการสตรีมมิง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของความบันเทิงและการสื่อสารยุคใหม่
