ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ถ่ายวิดีโอระดับภาพยนตร์ในคลิกเดียวด้วย ARRI Look บน Magic9

ถ่ายวิดีโอระดับภาพยนตร์ในคลิกเดียวด้วย ARRI Look บน Magic9
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

ARRI Look Cinematic Video คืออะไร และทำไมสายวิดีโอควรสนใจ

ARRI Look Cinematic Video คือชุดฟิลเตอร์เกรดสีสำหรับการถ่ายวิดีโอบนสมาร์ตโฟนที่ออกแบบมาเพื่อเลียนแบบโทนสีและบรรยากาศของกล้องภาพยนตร์ ARRI ระดับไฮเอนด์ ผู้ใช้สามารถเปิดใช้เพื่อปรับโทนสีวิดีโอให้ใกล้เคียงงานถ่ายทำมืออาชีพได้ทันทีระหว่างการบันทึก โดยไม่ต้องอาศัยการตัดต่อหรือปรับสีวิดีโอในโปรแกรมหลังการถ่ายทำ ทำให้การถ่ายวิดีโอระดับภาพยนตร์กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับคนทั่วไปที่มีสมาร์ตโฟนรองรับฟีเจอร์นี้ หัวใจของบทความนี้คือ ถ้าคุณถือ Magic9 แล้วไม่เปิดใช้ ARRI Look ฟิลเตอร์ คุณกำลังปล่อยให้ศักยภาพของกล้อง Magic9 วิดีโอหล่นหายไปเฉยๆ ฟีเจอร์นี้ไม่ได้มีไว้ให้ดูเล่น แต่ถูกสร้างมาเพื่อให้ครีเอเตอร์ทั่วไปแตะครั้งเดียวแล้วได้โทนหนังใช้งานจริงในงานคอนเทนต์

ถ่ายวิดีโอระดับภาพยนตร์ในคลิกเดียวด้วย ARRI Look บน Magic9

เข้าโหมดวิดีโอบนกล้อง Magic9 แล้วแตะครั้งเดียวให้ได้โทนหนัง

จุดแข็งของ ARRI Look ฟิลเตอร์บน Magic9 Series คือการเปิดใช้ที่ง่ายแบบแตะครั้งเดียวในหน้าอินเทอร์เฟซกล้องถ่ายวิดีโอ ผู้ผลิตระบุชัดว่าเป็นการกดเปิดใช้ฟิลเตอร์ภาพยนตร์ได้ทันทีแบบ One-tap พร้อมแถบปรับอุณหภูมิสีได้อย่างอิสระ นั่นหมายความว่าในทางปฏิบัติ เมื่อคุณเข้าโหมดวิดีโอของกล้อง Magic9 วิดีโอ ก็เพียงมองหาเมนูฟิลเตอร์หรือโหมดภาพยนตร์ แล้วแตะเลือก ARRI Look Cinematic Video ให้แสดงสถานะเปิดใช้งาน จากนั้นคุณสามารถเลื่อนแถบปรับอุณหภูมิสีเพื่อเปลี่ยนโทนภาพให้อุ่นขึ้นหรือเย็นลงตามอารมณ์ที่ต้องการ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนและระหว่างการถ่าย ไม่ใช่หลังการถ่ายทำ ทำให้การปรับโทนสีวิดีโอกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีเล่าเรื่อง ไม่ใช่ขั้นตอนเทคนิคที่ต้องกลับมาแก้ในคอมพิวเตอร์

ถ่ายวิดีโอระดับภาพยนตร์ในคลิกเดียวด้วย ARRI Look บน Magic9

ฟิลเตอร์ ARRI Look เปลี่ยนงานถ่ายให้เป็นงานกำกับภาพแบบมืออาชีพ

สิ่งที่ทำให้ ARRI Look Cinematic Video น่าสนใจคือมันไม่ได้แค่แต่งสีให้สวยขึ้น แต่ถูกพัฒนามาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งโทนสีของวิดีโอให้ตรงกับโปรไฟล์สีของกล้องภาพยนตร์ ARRI ระดับไฮเอนด์ได้ในทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการ Post-production ที่ซับซ้อน พูดง่ายๆ คือ Magic9 พยายามยกมาตรฐานของการถ่ายวิดีโอระดับภาพยนตร์มาไว้ในสมาร์ตโฟน โดยให้ผู้ใช้ทั่วไปแตะครั้งเดียวก็เข้าใกล้งานภาพยนตร์ที่เคยอยู่ในมือของทีมโปรดักชันใหญ่เท่านั้น ฟิลเตอร์นี้ยังช่วยให้การควบคุมอารมณ์ภาพเป็นเรื่องชัดเจนขึ้น การเปลี่ยนโทนสีจากเย็นไปอุ่นภายในฉากเดียวสามารถสื่ออารมณ์ตัวละครหรือบรรยากาศได้ทันที แทนที่คุณจะปล่อยให้กล้องตัดสินใจเอง ฟีเจอร์นี้ผลักให้คุณคิดแบบผู้กำกับภาพ ตั้งใจเลือกว่าแต่ละฉากควรมีโทนแบบไหน

ฮาร์ดแวร์กล้องคู่ 200MP คือฐานของโทนภาพยนตร์ที่กล้าขยายรายละเอียด

ฟิลเตอร์ดีแค่ไหน ถ้าเซนเซอร์ไม่ไหวก็ไปต่อไม่สวย Magic9 Series เลยยัดกล้องคู่ 200MP มาเป็นฐานรองรับงานวิดีโอจริงจัง โดยเซนเซอร์กล้องหลักมีความละเอียด 200MP ขนาด 1/1.28 นิ้ว และเซนเซอร์กล้อง Telephoto ก็เป็น 200MP ขนาด 1/1.4 นิ้ว พร้อมรองรับชุดเลนส์เสริม Teleconverter ระยะ 500 มม ในรุ่น Pro Max นี่คือฮาร์ดแวร์ระดับที่ไม่เห็นบ่อยในสมาร์ตโฟนทั่วไป สำหรับคนทำงานวิดีโอ การมี Telephoto 200MP บวกระยะ 500 มม เปิดโอกาสให้คุณถ่ายซีนไกลให้ดูใกล้ และยังปรับโทนสีด้วย ARRI Look ฟิลเตอร์ให้เนียนไปกับซีนใกล้ได้ในกล้องเดียวกัน จุดนี้ทำให้ Magic9 เป็นมากกว่าเครื่องถ่ายเล่น แต่กลายเป็นเครื่องมือสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องการภาพคมและโทนสม่ำเสมอในทุกระยะ

สรุป: ถ้าอยากได้โทนหนังแต่ไม่อยากนั่งเกรดสี Magic9 คือคำตอบ

แก่นของ ARRI Look Cinematic Video คือการทำให้การปรับโทนสีวิดีโอแบบภาพยนตร์เป็นเรื่องที่เกิดได้ในกล้อง ไม่ใช่ในโปรแกรมตัดต่อ ฟีเจอร์นี้เป็นชุดฟิลเตอร์ที่ช่วยปรับการเกรดสีของวิดีโอจากกล้องสมาร์ตโฟนให้มีลักษณะใกล้เคียงกับภาพจากกล้อง ARRI หลายรุ่น และผู้ใช้สามารถเลือกใช้ฟิลเตอร์ได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว เมื่อประกบกับกล้องคู่ 200MP และเลนส์เสริมระยะไกล Magic9 จึงมีเหตุผลชัดเจนที่จะถูกจับตามองในฐานะเครื่องมือสำหรับคนที่อยากถ่ายวิดีโอระดับภาพยนตร์โดยไม่แตะโปรแกรมตัดต่อเลย ตามข้อมูลที่เผยแพร่ Magic9 Series จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กันยายน ใครที่กำลังวางแผนสร้างงานวิดีโอโทนภาพยนตร์ด้วยสมาร์ตโฟน ควรจับตาฟีเจอร์นี้ให้ดี เพราะมันเปลี่ยนคำถามจาก ทำได้ไหม ไปเป็น กล้าเล่าเรื่องของตัวเองให้สุดแค่ไหนต่างหาก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!