ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อผู้จัดคอนเสิร์ตระดับโลกและแบรนด์เครื่องเสียงยึดเวทีลาอีฟ มิวสิก เวนิว

เมื่อผู้จัดคอนเสิร์ตระดับโลกและแบรนด์เครื่องเสียงยึดเวทีลาอีฟ มิวสิก เวนิว
ความสนใจ|ร้องเพลง

ลาอีฟ มิวสิก เวนิว ยุคใหม่คือสนามธุรกิจ ไม่ใช่แค่เวทีดนตรี

ลาอีฟ มิวสิก เวนิว ในยุคใหม่หมายถึงพื้นที่จัดดนตรีสดที่ถูกออกแบบให้เป็นทั้งห้องแสดงสด ศูนย์รวมคอมมูนิตี้ และเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจบันเทิงและแบรนด์สินค้า ที่ใช้คอนเสิร์ตระดับโลกและกิจกรรมดนตรีเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมร่วมกัน ไม่ใช่แค่สถานที่ตั้งเวทีและขายบัตรอีกต่อไป ภาพที่ชัดที่สุดคือการรุกของผู้เล่นระดับโลกสองกลุ่ม หนึ่งคือผู้จัดคอนเสิร์ตอย่าง Live Nation Tero ที่คุมตั้งแต่การดึงศิลปินต่างชาติ การจัดทัวร์ ไปจนถึงระบบจำหน่ายบัตร สองคือแบรนด์เครื่องเสียงอย่าง Marshall ที่ขยับจากโรงงานผลิตแอมป์มาสร้างห้องแสดงสดของตัวเอง การเปลี่ยนเวทีให้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์แบบนี้กำลังเขย่าระบบนิเวศดนตรีสดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ศิลปินหน้าใหม่จนถึงแฟนเพลงที่ต้องควักเงินซื้อบัตรแพงขึ้นแต่ก็ได้ประสบการณ์ที่ใหญ่และซับซ้อนกว่าเดิม

เมื่อผู้จัดคอนเสิร์ตระดับโลกและแบรนด์เครื่องเสียงยึดเวทีลาอีฟ มิวสิก เวนิว

Live Nation Tero กับอำนาจใหม่เหนือคอนเสิร์ตระดับโลก

เบื้องหลังตารางคอนเสิร์ตระดับโลกที่แน่นขนัดในภูมิภาคนี้ ชื่อที่โผล่ขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ Live Nation Tero ผู้จัดที่อยู่เบื้องหลังโชว์ของศิลปินต่างชาติอย่าง The Weeknd, Zara Larsson, BTS, Bruno Mars, Maroon 5, Westlife และ Blue ที่แห่กันมาขึ้นเวทีขนาดใหญ่ในภูมิภาคเดียวกัน การครองไลน์อัประดับนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลจากการปูเกมยาวตั้งแต่ปี 2558 ที่ Live Nation เข้ามาจับมือกับผู้จัดรายใหญ่ในประเทศตั้งเป็นบริษัทร่วมทุน ก่อนจะปรับโครงสร้างเป็น Live Nation Tero ในปี 2563 สิ่งที่น่าคิดคือ Live Nation ไม่ได้หยุดแค่การจัดคอนเสิร์ต แต่ยังเข้าไปถือหุ้นในธุรกิจทัวร์อีเวนต์และบริษัทจำหน่ายบัตรรายใหญ่ ผ่านการที่ Ticketmaster เข้าซื้อหุ้นใน Thaiticketmajor จนโครงสร้างผู้ถือหุ้นกลายเป็น Tero 60% Major 20% และ Ticketmaster 20% ในปัจจุบัน นั่นหมายความว่าเส้นทางตั้งแต่ศิลปินขึ้นเวทีจนถึงบัตรในมือแฟนเพลงถูกเชื่อมเข้าหากันในเครือเดียวกันแทบทั้งหมด

เมื่อห้องแสดงสดกลายเป็นแบรนด์ฮับ Marshall Livehouse คือคำตอบ

ขณะที่ผู้จัดคอนเสิร์ตเร่งขยายเครือข่าย แบรนด์เครื่องเสียงอย่าง Marshall เลือกเดินอีกทางที่เฉียบไม่แพ้กัน นั่นคือการสร้างห้องแสดงสดของตัวเอง Marshall Livehouse แห่งแรกของโลกถูกปักหมุดกลางย่านเจริญกรุง พร้อมประกาศแคมเปญระดับโลก Keep Live Music Alive และซีรีส์คอนเสิร์ต Live From Marshall Livehouse เพื่อสร้างระบบนิเวศดนตรีสดเต็มรูปแบบ ตลอดกว่า 60 ปี Marshall ขยับจากการเป็นผู้ผลิตเครื่องเสียงไปสู่ตัวแทนทัศนคติและสไตล์ที่ผูกกับวัฒนธรรมดนตรีสดอย่างแน่นแฟ้น การมีห้องแสดงสดของตัวเองทำให้แบรนด์ไม่ต้องรอให้ศิลปินหยิบแอมป์ไปใช้บนเวทีคนอื่น แต่ดึงคนดนตรีเข้ามาในพื้นที่ของตัวเองโดยตรง ใช้เวทีเดียวกันทั้งเปิดตัวลำโพงปาร์ตี้รุ่นใหม่อย่าง Bromley 150 และจัดคอนเสิร์ตหลายเจเนอเรชันในซีรีส์ Live From Marshall Livehouse ระหว่างวันที่ 15–17 ตุลาคม 2569 นี่คือการเปลี่ยนห้องแสดงสดให้เป็นหัวใจของ Music Culture Marketing อย่างแท้จริง

เมื่อผู้จัดคอนเสิร์ตระดับโลกและแบรนด์เครื่องเสียงยึดเวทีลาอีฟ มิวสิก เวนิว

ดนตรีสดคือยุทธศาสตร์การเติบโตระดับภูมิภาค ไม่ใช่งานอดิเรกของแบรนด์

การแห่กันมาลงทุนในลาอีฟ มิวสิก เวนิว ไม่ได้เกิดจากความรักดนตรีอย่างเดียว แต่เพราะดนตรีสดกลายเป็นยุทธศาสตร์เติบโตระดับภูมิภาคอย่างชัดเจน อุตสาหกรรมดนตรีสดและคอนเสิร์ตในภูมิภาคนี้กำลังถูกมองเป็นหัวใจของการขยายธุรกิจ ทั้งจากฝั่งผู้จัดอย่าง Live Nation ที่เก็บเกี่ยวผลจากการเติบโตของคอนเสิร์ตทั่วโลก และจากฝั่งแบรนด์สินค้าอย่าง Marshall ที่เห็นศักยภาพตลาดดนตรีสดและมิวสิกไลฟ์สไตล์จนเลือกใช้เป็นฐานขยายตลาดเชิงประสบการณ์ โดยตลาดในภูมิภาคนี้ถูกจัดเป็นอันดับ 1 ของแบรนด์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอยู่ในท็อปของเอเชียรองจากจีนและอินเดีย ตัวเลขระดับโลกยิ่งตอกย้ำว่าดนตรีสดไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป รายได้รวมของ Live Nation Entertainment ในปี 2025 สูงถึง 25,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน และกำไรพุ่งกว่า 50% ไปแตะ 1,300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จำนวนแฟนเพลงที่เข้าชมคอนเสิร์ตเพิ่มจาก 151 ล้านคนในปี 2024 เป็น 159 ล้านคนในปี 2025 คำพูดที่อ้างได้คือ รายงานระบุชัดว่าผู้บริโภคยังพร้อมทุ่มเงินเพื่อดูคอนเสิร์ตของศิลปินที่รัก แม้เศรษฐกิจผันผวน

เมื่อผู้จัดคอนเสิร์ตระดับโลกและแบรนด์เครื่องเสียงยึดเวทีลาอีฟ มิวสิก เวนิว

ราคาบัตรที่แพงขึ้นแลกกับระบบนิเวศใหม่ที่ต้องไม่ทิ้งศิลปินรากหญ้า

ด้านหนึ่ง การมาของผู้เล่นระดับโลกทำให้แฟนเพลงมีโอกาสดูศิลปินต่างชาติในคอนเสิร์ตระดับโลกมากขึ้น แต่อีกด้านต้นทุนจัดงานที่พุ่งขึ้นจากค่าแรง ค่าอุปกรณ์เทคนิค ค่าพลังงาน และเงินเฟ้อ ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของการจัดคอนเสิร์ตทั่วโลกในปี 2026 เพิ่มขึ้นถึง 30–50% เมื่อเทียบกับปี 2019 ผลลัพธ์ที่หลีกไม่พ้นคือราคาบัตรที่แพงขึ้นและกลายเป็นภาระใหม่ของคนดู แม้ตัวเลขจะบอกว่าผู้ชมจำนวนมากยังยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์ดนตรีสดที่รัก คำถามคือใครได้ประโยชน์จากระบบนิเวศใหม่นี้ ถ้าทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยทุนใหญ่เพียงไม่กี่ราย ความเสี่ยงเรื่องการผูกขาดทั้งการจัดคอนเสิร์ต การบริหารสถานที่ และการขายบัตรก็เริ่มชัดจนถูกตั้งคำถามในต่างประเทศว่าควรแยกบริษัทระหว่าง Live Nation และ Ticketmaster หรือไม่ในอนาคต ทางออกที่สมเหตุสมผลคือการสร้างสมดุลระหว่างเวทีใหญ่กับห้องแสดงสดขนาดกลางและเล็ก ที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปินรากหญ้าและศิลปินท้องถิ่นมีที่ยืนจริง

อนาคตห้องแสดงสด: ถ้าอยากดึงศิลปินและคนดู ต้องเริ่มจากรากหญ้า

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในยุคที่ทุนใหญ่บุกลาอีฟ มิวสิก เวนิว คือการกลับไปให้ความสำคัญกับรากหญ้า Marshall เลือกใช้ Marshall Livehouse เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างศิลปิน คอมมูนิตี้ และผู้ฟัง ตั้งใจสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินจากชุมชนดนตรีให้มีพื้นที่พัฒนาและส่งต่อเสียงของตัวเองผ่านโครงการอย่าง The Echo of Thai Sound ที่ดันศิลปินใหม่ 6 รายสู่เวทีระดับนานาชาติ นี่คือทิศทางที่ผู้จัดและแบรนด์รายอื่นควรเรียนแบบ ถ้าอยากให้ห้องแสดงสดเป็นมากกว่าสถานที่ขายบัตร ต้องลงทุนกับคอมมูนิตี้ สร้างเวทีเล็กให้แน่นไม่แพ้เวทีใหญ่ และเปิดทางให้ศิลปินท้องถิ่นได้เติบโตไปพร้อมกับศิลปินต่างชาติ ถ้าระบบนิเวศดนตรีสดจะยั่งยืนจริง อนาคตไม่ได้อยู่แค่ในสนามกีฬาและฮอลล์ยักษ์ แต่อยู่ในห้องแสดงสดที่กล้าปั้นคนตัวเล็กให้กลายเป็นศิลปินที่คนทั้งภูมิภาครอคิวซื้อตั๋วไปดู

เมื่อผู้จัดคอนเสิร์ตระดับโลกและแบรนด์เครื่องเสียงยึดเวทีลาอีฟ มิวสิก เวนิว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!