ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Gen Z มั่นใจดิจิทัลแต่เปลือยต่อภัยไซเบอร์

Gen Z มั่นใจดิจิทัลแต่เปลือยต่อภัยไซเบอร์
ความสนใจ|ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

Gen Z ดิจิทัลคล่องแต่การ์ดตก: ปรากฏการณ์มั่นใจเกินฝีมือ

ความปลอดภัยไซเบอร์ Gen Z คือภาพสะท้อนความขัดแย้งระหว่างการเติบโตมากับเทคโนโลยีดิจิทัล การใช้งานออนไลน์อย่างคล่องแคล่ว และความคุ้นเคยกับสมาร์ตโฟน กับระดับความรู้ด้านความปลอดภัยและพฤติกรรมป้องกันภัยคุกคามดิจิทัลที่กลับต่ำกว่าคนรุ่นก่อน ส่งผลให้ช่องโหว่บนโลกออนไลน์ของคนรุ่นนี้ถูกอาชญากรไซเบอร์ใช้เป็นประตูสู่ข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สินดิจิทัลทุกวัน

ผลวิจัยจากศูนย์วิจัยตลาดของผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยรายหนึ่งพบว่า Gen Z คือกลุ่มที่ใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์มากกว่าคนรุ่นอื่น โดย 57% ของ Gen Z ทั่วโลกใช้เวลาออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ และในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตัวเลขอยู่ที่ 56% ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกช่วงวัย การเชื่อมต่อแทบตลอดเวลานี้ควรทำให้คนรุ่นใหม่ปลอดภัยขึ้น แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม ช่องว่างระหว่างความมั่นใจกับความรู้ด้านความปลอดภัยกำลังทำให้คนกลุ่มที่ดิจิทัลที่สุด กลายเป็นกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดบนโลกออนไลน์

Gen Z มั่นใจดิจิทัลแต่เปลือยต่อภัยไซเบอร์

สมาร์ตโฟนคือทุกอย่าง แต่การป้องกันสมาร์ตโฟนกลับแทบไม่มี

สำหรับ Gen Z สมาร์ตโฟนไม่ใช่แค่อุปกรณ์ แต่เป็นทั้งกระเป๋าสตางค์ อัลบั้มภาพ ตู้เอกสาร และกุญแจสู่ชีวิตดิจิทัล ผลวิจัยระบุว่า 75% ของ Gen Z ในเอเชียแปซิฟิกใช้สมาร์ตโฟนเป็นอุปกรณ์หลักในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ ขณะเดียวกัน 38% ให้ความสำคัญกับรูปถ่ายและเอกสารส่วนตัวที่เก็บในเครื่อง และอีก 30% มองว่ารหัสผ่านและข้อมูลเข้าสู่ระบบเป็นข้อมูลสำคัญอย่างยิ่ง

สิ่งที่น่าตกใจคือการป้องกันสมาร์ตโฟนกลับต่ำกว่าที่ควรอย่างชัดเจน Gen Z ในเอเชียแปซิฟิกเพียง 22% ระบุว่าใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสบนอุปกรณ์มือถือ ต่ำกว่ากลุ่ม Millennials ที่ 31% Gen X 28% และ Boomers 43% โดยมีเพียงประมาณหนึ่งในสามเท่านั้นที่สำรองข้อมูลสำคัญจากสมาร์ตโฟนเป็นประจำ ความเสี่ยงจึงไม่ได้จบแค่การทำมือถือหาย แต่ถ้าเครื่องถูกเจาะระบบ ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงรูปถ่ายส่วนตัว เอกสารยืนยันตัวตน บัญชีอีเมล โซเชียลมีเดีย บริการทางการเงิน และข้อมูลดิจิทัลอื่นแทบทั้งหมด ความประมาทต่ออุปกรณ์เดียวจึงเท่ากับเปิดประตูทั้งชีวิต

Gen Z มั่นใจดิจิทัลแต่เปลือยต่อภัยไซเบอร์

มั่นใจสูงแต่ความรู้ต่ำ: ช่องว่างที่อาชญากรไซเบอร์รอใช้

ภาพรวมความปลอดภัยไซเบอร์ Gen Z ในเอเชียแปซิฟิกสะท้อนความขัดแย้งอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งประมาณสองในสามของ Gen Z ระบุว่าตนมั่นใจในการใช้งานและรับมือกับสภาพแวดล้อมดิจิทัล แต่อีกด้าน เมื่อถามถึงความเข้าใจด้านภัยคุกคามดิจิทัลและการปกป้องตัวเอง มีเพียง 26% ที่ประเมินว่าตนมีความรู้ระดับสูง โดยตัวเลขในแต่ละประเทศอยู่ระหว่าง 10% ถึง 35% เท่านั้น

ช่องว่างนี้สะท้อนในพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง Gen Z เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำเพียง 35% ต่ำกว่าทุกช่วงวัยที่เหลือซึ่งอยู่ในช่วง 48% ถึง 53% ผลวิจัยยังชี้ว่า 90% ของ Gen Z ในภูมิภาคนี้เคยประสบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการถูกแฮ็กบัญชีโซเชียล การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล การหลอกลวงการลงทุน หรือการสูญเสียสิทธิ์เข้าถึงบัญชีเกม ขณะเดียวกันการเชื่อมต่อออนไลน์อย่างต่อเนื่องทำให้คนรุ่นนี้เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับอาชญากรไซเบอร์ โดยที่ภัยคุกคามมีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เกิดมาพร้อมอินเทอร์เน็ต ไม่ได้แปลว่ารู้ทันภัยคุกคามดิจิทัล

คำอธิบายที่ว่า “เด็กยุคใหม่เก่งไอทีอยู่แล้ว” ใช้ไม่ได้กับความรู้ด้านความปลอดภัย จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ Gen Z เติบโตมาในโลกออนไลน์ ทำให้บริการดิจิทัลเป็นสิ่งที่คุ้นเคย แต่ความคุ้นเคยไม่เท่ากับความเข้าใจเรื่องกลโกง วิธีจัดการรหัสผ่านอย่างปลอดภัย หรือการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลได้เสมอไป ทักษะส่วนใหญ่ที่ Gen Z ใช้ทุกวันคือการใช้งาน แชต เล่นเกม สร้างคอนเทนต์ ไม่ใช่การวิเคราะห์ความเสี่ยงหรืออ่านสัญญาณเตือนภัยคุกคามดิจิทัล

ผลวิจัยระบุอย่างชัดเจนว่า “มีช่องว่างระหว่างความเชื่อมั่นทางดิจิทัลกับการเตรียมพร้อมด้านดิจิทัลของ Gen Z ในเอเชียแปซิฟิก” โดยการเชื่อมต่อออนไลน์อย่างต่อเนื่องทำให้คนรุ่นนี้เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับอาชญากรไซเบอร์ เมื่อภัยคุกคามพัฒนาเร็วกว่าเนื้อหาการเรียนการสอน และหลายครอบครัวยังมองเรื่องนี้เป็นรายละเอียดปลีกย่อย ไม่ใช่ทักษะชีวิต การฝากให้ Gen Z “เรียนรู้เอาเอง” จึงเท่ากับปล่อยให้ต้องลองผิดลองถูกกับภัยไซเบอร์ที่อาจย้อนมาทำร้ายในระยะยาว

ถึงเวลายกเครื่องนิสัยดิจิทัล: จากผู้ใช้คล่องสู่ผู้ใช้ที่ปลอดภัย

ถ้า Gen Z จะใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ ความปลอดภัยไซเบอร์ต้องถูกยกระดับจาก “ตัวเลือก” เป็น “นิสัย” ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้เครื่องมือและพฤติกรรมด้านความปลอดภัยไซเบอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตดิจิทัลประจำวัน ทั้งตอนส่งข้อความ เล่นเกม และใช้โซเชียลมีเดีย นั่นเริ่มจากพื้นฐานง่ายแต่สำคัญอย่างการตั้งรหัสผ่านที่รัดกุมและเปลี่ยนเป็นประจำ ใช้การยืนยันตัวตนหลายชั้น ติดตั้งแอปป้องกันมัลแวร์บนสมาร์ตโฟน และสำรองข้อมูลสำคัญอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อใช้งานเครือข่าย Wi Fi สาธารณะ เช่น ร้านกาแฟ สนามบิน หรือมหาวิทยาลัย การใช้ VPN ที่เชื่อถือได้จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยการเข้ารหัสข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตและปกป้องข้อมูลที่มีการรับส่ง ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการยกระดับความรู้ด้านความปลอดภัย เฝ้าระวังกลโกงรูปแบบใหม่ และตั้งคำถามทุกครั้งก่อนกดลิงก์ กรอกข้อมูล หรือโอนเงิน หาก Gen Z สามารถเปลี่ยนจากความมั่นใจแบบไม่มีเกราะป้องกัน ไปสู่ความมั่นใจบนพื้นฐานความรู้และนิสัยดิจิทัลที่ดี ช่องโหว่ที่เคยทำให้ตกเป็นเป้าอันดับต้นๆ ของอาชญากรไซเบอร์ก็จะค่อยๆ แคบลง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!