ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากใบขลู่สู่สมุนไพรพรีเมียม กลยุทธ์ยกระดับเครื่องดื่มสุขภาพสู่ตลาดโลก

จากใบขลู่สู่สมุนไพรพรีเมียม กลยุทธ์ยกระดับเครื่องดื่มสุขภาพสู่ตลาดโลก
ความสนใจ|การเลือกซื้อวัตถุดิบ

เลือกวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างใบขลู่ แล้วคิดแบบแบรนด์โลก

การยกระดับพืชพื้นบ้านสู่เครื่องดื่มสุขภาพ คือกระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์แล้วแปลงเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ผ่านมาตรฐานคุณภาพที่วัดได้ การใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม และการออกแบบแบรนด์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ในตลาดสากล

จุดตั้งต้นของเรื่องนี้ไม่ใช่การถามว่าเรามีสมุนไพรอะไรขาย แต่คือการถามว่าโลกต้องการเครื่องดื่มสุขภาพแบบไหน แล้วจึงถอยกลับมาดูว่าพืชท้องถิ่นใดตอบโจทย์ได้ดีที่สุด นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมองว่าการเติบโตของ Wellness Economy คือโอกาสสำคัญในการนำความหลากหลายทางชีวภาพ สมุนไพร และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ตอบตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทุกปี แบรนด์ที่มองเกมออกจึงไม่หยุดอยู่ที่การขายวัตถุดิบ แต่เดินหน้าไปสู่การสร้างสมุนไพรพรีเมียมที่มีเรื่องเล่าและมาตรฐานรองรับ

จากใบขลู่สู่สมุนไพรพรีเมียม กลยุทธ์ยกระดับเครื่องดื่มสุขภาพสู่ตลาดโลก

เคสใบขลู่ริมทะเลสาบสงขลา จากชาโบราณสู่คราฟต์โซดาพันสาขา

ใบขลู่คือภาพชัดเจนของการที่แบรนด์ใช้โมเดลเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่นให้กลายเป็นธุรกิจเวลเนสได้จริง เดิมทีใบขลู่ถูกคั่วทำชาในชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา แต่ยังไม่มีการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับที่จับต้องได้ แม้จะมีงานวิจัยรองรับคุณค่าของสมุนไพรชนิดนี้ก็ตาม การพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยแบรนด์ KOS ที่ออกแบบคราฟต์โซดาสมุนไพร Rosé Spark จากใบขลู่ร่วมกับมะตูม มะขามป้อม พุทราจีน และกระเจี๊ยบ แสดงให้เห็นว่าการเล่าคุณค่าผ่านเครื่องดื่มสมัยใหม่ทำให้สมุนไพรพื้นบ้านเข้าใกล้คนรุ่นใหม่มากขึ้น

ประโยคที่ควรจดคือ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์จากใบขลู่ของ KOS ขยายเข้าสู่ช่องทางร้านกาแฟพันธุ์ไทยกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ และสร้างยอดซื้อผลิตภัณฑ์จากใบขลู่ที่หน้าร้านเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 70 ขณะที่กำลังการผลิตต่อเดือนเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ใน 3 เบื้องหลังความสำเร็จไม่ใช่ดวง แต่คือการทำการบ้านเรื่องตลาด การพัฒนาสูตร การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการเตรียมพร้อมเชิงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานสนับสนุนอย่างเป็นระบบ แสดงให้เห็นว่าการเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นต้องพ่วงแผนธุรกิจและมาตรฐานคุณภาพเสมอ

จากใบขลู่สู่สมุนไพรพรีเมียม กลยุทธ์ยกระดับเครื่องดื่มสุขภาพสู่ตลาดโลก

จากสมุนไพรบ้านๆ สู่สมุนไพรพรีเมียม ต้องมีมาตรฐานคุณภาพไม่ใช่แค่เรื่องเล่า

โอกาสของสมุนไพรพรีเมียมไม่ได้อยู่ที่เรื่องเล่าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการแปลงเรื่องเล่านั้นให้กลายเป็นมาตรฐานคุณภาพที่ตรวจสอบได้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมวางกรอบ DIPROM FLEXi ไว้ 5 แนวทาง ตั้งแต่การค้นหาและต่อยอดสมุนไพรอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ การนำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมายกระดับวัตถุดิบ การเตรียมความพร้อมเชิงพาณิชย์ การเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร ไปจนถึงการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก นี่คือระบบที่ทำให้การเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นไม่ใช่การสุ่มทดลอง แต่เป็นการจัดการห่วงโซ่มูลค่าตั้งแต่ฟาร์มจนถึงชั้นวางสินค้า

เมื่อสมุนไพรจากหลายแหล่งต้องแข่งขันในตลาดเดียวกัน ความต่างจึงไม่ใช่แค่ต้นทางปลูกที่ไหน แต่คือมาตรฐานคุณภาพและงานวิจัยรองรับ ใบขลู่จะกลายเป็นเครื่องดื่มสุขภาพที่คนเมืองยอมจ่ายได้ก็ต่อเมื่อผู้บริโภครู้สึกว่ามีความปลอดภัย สูตรชัดเจน รูปแบบการดื่มทันสมัย และบรรจุภัณฑ์บอกเล่าอัตลักษณ์อย่างเข้าใจง่าย ช่องว่างระหว่างคำว่า “มีสมุนไพร” กับ “มีธุรกิจสมุนไพร” จึงถูกถมด้วยการลงทุนในมาตรฐาน มากกว่าความหวังว่าตลาดสุขภาพกำลังมา

จากใบขลู่สู่สมุนไพรพรีเมียม กลยุทธ์ยกระดับเครื่องดื่มสุขภาพสู่ตลาดโลก

โรงงานสมุนไพรแบบ Smart Factory สร้าง 15 นวัตกรรม Longevity อย่างไร

อีกด้านหนึ่งของการยกระดับเครื่องดื่มสุขภาพคือฝั่งโรงงานผลิตที่ต้องเป็นมากกว่าไลน์บรรจุขวดทั่วไป บริษัทหนึ่งประกาศแผนส่งมอบผลิตภัณฑ์สุขภาพกลุ่ม Longevity ที่มีงานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับจำนวน 15 รายการภายใน 5 ปี เพื่อเจาะตลาดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและผู้สูงวัย ตั้งเป้าให้กลุ่มนี้สร้างรายได้ 5–10% ของรายได้รวมภายใน 3–5 ปีในฐานะ Growth Engine ใหม่ ที่สำคัญ บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมแตะ 4,000 ล้านบาทภายในปี 2029 เติบโตเฉลี่ย 10–15% ต่อปี พร้อมเป้าหมายเป็น Top 3 ในตลาด OTC และ Top 10 ในตลาดโรงพยาบาล

หัวใจของแผนนี้คือการยกระดับโรงงานเฮเว่น เฮิร์บสู่ Smart Factory ด้วยงบลงทุน 50 ล้านบาทต่อปี เพื่อนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรทันสมัยมาใช้ควบคุมคุณภาพและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP PIC/S ในฐานะ Production Hub ของผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เมื่อโรงงานมีมาตรฐานระดับนี้ การต่อยอดใบขลู่หรือสมุนไพรอื่นให้กลายเป็นสมุนไพรพรีเมียมที่พร้อมเข้าสู่ตลาดโลกจึงไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง แต่เป็นโจทย์ด้านการจับคู่ระหว่างเกษตรกร นักวิจัย และผู้ผลิตที่ต้องวางแผนร่วมกัน

จากใบขลู่สู่สมุนไพรพรีเมียม กลยุทธ์ยกระดับเครื่องดื่มสุขภาพสู่ตลาดโลก

กลยุทธ์ต่อไปของแบรนด์สมุนไพรพรีเมียม จากชุมชนสู่ครอบครัวทุกช่วงวัย

อนาคตของเครื่องดื่มสุขภาพและสมุนไพรพรีเมียมจะไม่ได้หยุดอยู่ที่คนดื่มชาและโซดาสมุนไพรเท่านั้น แต่จะขยับไปสู่โซลูชันดูแลครอบครัวทั้งระบบ บริษัทยาที่รุกตลาด Longevity ใช้ยุทธศาสตร์ 4S ในช่วงปี 2026–2028 ตั้งแต่การเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจหลัก การเร่งขยายช่องทางเติบโต การพัฒนานวัตกรรมสุขภาพเชิงป้องกันและไบโอเทค ไปจนถึงการยกระดับระบบการทำงานและเทคโนโลยีภายใน พร้อมเดินเกมเติบโตทางอ้อมผ่านการเข้าซื้อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกสำหรับแม่และเด็กระดับพรีเมียม เพื่อให้พอร์ตสินค้าครอบคลุมการดูแลคนในครอบครัวครบทุกช่วงวัย และต่อยอดร่วมกันทั้งด้านงานวิจัย สายการผลิต และการขายสินค้าข้ามกลุ่ม

ในมุมผู้บริโภค สิ่งนี้หมายความว่าเครื่องดื่มสุขภาพจากใบขลู่วันนี้อาจเป็นแค่ประตูบานแรกของระบบผลิตภัณฑ์เวลเนสที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยสูงอายุ สำหรับผู้ประกอบการ การเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นจึงต้องคิดตั้งแต่วันแรกว่า วัตถุดิบนี้จะไปได้ไกลแค่ไหนเมื่อถูกจับคู่กับโรงงาน Smart Factory มาตรฐานคุณภาพที่วัดได้ และแผนขยายตลาดที่ชัดเจนตั้งแต่ระดับชุมชนถึงเวทีโลก หากแบรนด์ใดตอบคำถามสามข้อดังกล่าวได้ครบ ก็มีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนพืชริมรั้วให้กลายเป็นธุรกิจเวลเนสระดับสากล ไม่ใช่แค่สินค้าของที่ระลึกในงานท่องเที่ยว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!