ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อดีไซเนอร์รุ่นใหม่ยกความเชื่อบนศาลขึ้นรันเวย์กรุงเทพฯ

เมื่อดีไซเนอร์รุ่นใหม่ยกความเชื่อบนศาลขึ้นรันเวย์กรุงเทพฯ
ความสนใจ|แฟชั่นโชว์

BIFW 2026 Visionary Stage คือภาพรวมใหม่ของแฟชั่นที่หันกลับมามองรากตัวเอง

Bangkok International Fashion Week 2026 – Visionary Stage at Siam Center คือเวทีรันเวย์กรุงเทพฯ ที่รวบรวมผลงานของดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่และนักศึกษาเพื่อทดลองตีความสัญลักษณ์ไทยแฟชั่นในบริบทผ้าไทยสมัยใหม่ ตั้งแต่ความเชื่อ เครื่องราง พิธีกรรม ไปจนถึงวัตถุธรรมดาในชีวิตประจำวัน ถูกนำมารื้อและออกแบบใหม่ให้กลายเป็นคอลเลกชันร่วมสมัยที่สะท้อนอัตลักษณ์หลายมิติ และตั้งคำถามว่าแฟชั่นที่หยิบ “ความเป็นเรา” ขึ้นมาพูดบนรันเวย์ควรหน้าตาอย่างไร งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–4 ตุลาคม 2569 บริเวณเอเทรี่ยม 2 ชั้น G Siam Center โดยตั้งใจให้เป็นสะพานเชื่อมจากห้องเรียนสู่รันเวย์จริง สิ่งที่ทำให้ภาพรวมของ BIFW 2026 น่าสนใจกว่าปีอื่น ไม่ใช่แค่จำนวนคนหรือความอลังการ แต่คือท่าทีของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมให้คำว่าความเป็นไทยกลายเป็นลายดอกไม้บนผ้าซ้ำเดิม พวกเขาเลือกหยิบของที่เราคุ้นตาแต่เคยมองผ่าน เช่นม้าลายแก้บน กุมารทอง หรือทุ่งนา แล้วแปลงให้กลายเป็นภาษาดีไซน์ที่ร่วมสมัย ท่าทีแบบนี้ส่งสัญญาณชัดว่าดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ไม่พอใจกับการขายภาพโบราณ แต่กำลังเขียนบทใหม่ให้แฟชั่นที่ผูกกับราก การเมืองเรื่องความเชื่อ และชีวิตประจำวันอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อดีไซเนอร์รุ่นใหม่ยกความเชื่อบนศาลขึ้นรันเวย์กรุงเทพฯ

จากใบตอง ไกรทอง จนถึงม้าลายแก้บน เมื่อสัญลักษณ์บนศาลกลายเป็นไอคอนแฟชั่น

เสน่ห์ของ Visionary Stage ปีนี้อยู่ที่การที่สัญลักษณ์ไทยแฟชั่นไม่ได้จำกัดแค่ลายกนกหรือผ้าไหม แต่ขยายไปถึงงานใบตอง ไกรทองกับชาละวัน ม้าลายแก้บน กุมารทอง และลวดลายมโนราห์ที่หลายคนโตมาด้วย ริ้วและจีบของใบตองถูกแปลงเป็นดีเทลบนเสื้อผ้า ดอกไม้ป่าถูกจับคู่กับลายทางคลาสสิก ภาพทุ่งนากลายเป็นลายพิมพ์บนผ้า ขณะที่ตำนานไกรทองถูกตีความผ่านท่าทางมวยไทย และประเพณีปี๋ใหม่เมืองภาคเหนือถูกเล่าในสไตล์ Pop Art การหยิบเครื่องราง ของขลัง และสัญลักษณ์มงคลออกมาจากบริบทศาล กลายเป็นชุดเดินรันเวย์ ไม่ใช่การเล่นกับความเชื่อแบบผิวเผิน แต่เหมือนการบอกว่า “สิ่งที่เราเคารพหรือกลัว ก็เป็นส่วนหนึ่งของภาพแฟชั่นร่วมสมัยได้” เมื่อมโนราห์ ผ้าบาติก ม้าลายแก้บน กุมารทอง และชุดรับมือภัยพิบัติมาอยู่บนรันเวย์เดียวกัน ภาพที่เกิดขึ้นคือแฟชั่นที่ยอมรับว่าชีวิตคนไทยเต็มไปด้วยของไม่เข้าพวก และดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่เลือกจะเก็บ “ความไม่เข้าพวกนั้น” ไว้ ไม่พยายามทำให้มันดูเรียบร้อยเพื่อขายง่าย

จากผ้าท้องถิ่นถึงผ้าไทยสมัยใหม่ เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลอยู่เบื้องหลังลายผ้า

อีกมิติที่ทำให้ BIFW 2026 น่าดูคือการที่ผ้าไทยสมัยใหม่ไม่ได้หมายถึงเพียงลายใหม่ แต่หมายถึงระบบการผลิตใหม่ด้วย Epson นำระบบพิมพ์ผ้าดิจิทัลมาใช้กับคอลเลกชันพิเศษ และจัด Digital Textile Workshop ให้นักศึกษาได้ลองตั้งแต่การออกแบบ เลือกวัสดุ ไปจนถึงการผลิตจริง เทคโนโลยีนี้ช่วยลดการใช้น้ำ พลังงาน และสารเคมี รองรับการผลิตแบบ On-Demand เพื่อลดการผลิตส่วนเกินและสินค้าคงค้าง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ที่มองกระบวนการผลิตเป็นส่วนหนึ่งของงานดีไซน์ ไม่ใช่แค่เบื้องหลัง ในขณะเดียวกัน แบรนด์อย่างเต่าทองดำร่วมกับ Mohhomphrae Heritage และ Kanhom เอาผ้าท้องถิ่นมาชนกับสตรีทแวร์ วินเทจ และกลิ่นร็อกในคอลเลกชัน “เดรัจฉาน” ทำให้เห็นว่าผ้าทอพื้นบ้านสามารถกลายเป็นผ้าไทยสมัยใหม่ได้ เมื่อผสมกับซิลูเอตและทัศนคติร่วมสมัย การที่เทคโนโลยีดิจิทัลอยู่เบื้องหลังลายผ้าไม่ได้ทำให้รากหายไป กลับกัน มันเปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ใส่คำถามเรื่องสิ่งแวดล้อมและการผลิตรับผิดชอบลงไปในชิ้นงานอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อดีไซเนอร์รุ่นใหม่ยกความเชื่อบนศาลขึ้นรันเวย์กรุงเทพฯ

จาก 13 สถาบันสู่รันเวย์จริง แฟชั่นกลายเป็นภาษาของตัวตนที่หลากหลาย

Visionary Stage ปีนี้รวบรวมผลงานจาก 13 มหาวิทยาลัยและสถาบันทั่วประเทศ ทำให้รันเวย์กรุงเทพฯ แห่งนี้เป็นมากกว่าพื้นที่เดินแบบ แต่คือห้องเรียนที่เปิดโล่งให้ความคิดแตกแขนง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยนำเสน่ห์ปักษ์ใต้ผ่านผ้าปาเต๊ะ ผ้าบาติก ดอกชบา ดอกเฟื่องฟ้า และลวดลายมโนราห์ ส่วนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้การออกแบบเชิงทดลองพูดถึงความหลากหลาย ขณะที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพเลือกโจทย์เสื้อผ้ารับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ นอกจากนักศึกษา ยังมีแบรนด์ไทยอย่างเต่าทองดำ Sleeping Cloud และ Kiera Selbe มาร่วมเติมเสียงของตัวเอง Sleeping Cloud เล่าเสื้อผ้า 7 วัน 7 มู้ด ในคอนเซ็ปต์ “Your 7 Days Pajamas” ขณะที่ Kiera Selbe ใช้โซ่และโครงสร้างโลหะขนาดใหญ่สร้างซิลูเอตที่เคลื่อนไหวไปพร้อมร่างกาย ภาพรวมบนเวทีจึงไม่ใช่ความเป็นไทยแบบชุดเดียว แต่เป็นแผนที่ของตัวตนที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ผู้คนที่อยากมองกลับไปที่รากวัฒนธรรม ไปจนถึงคนที่สนใจชีวิตประจำวัน ความเชื่อ และปัญหาสิ่งแวดล้อม

เมื่อดีไซเนอร์รุ่นใหม่ยกความเชื่อบนศาลขึ้นรันเวย์กรุงเทพฯ

ทำไมการรื้อความเป็นไทยบนรันเวย์จึงสำคัญต่ออนาคตแฟชั่น

คำถามที่ลอยอยู่เหนือ BIFW 2026 คือ “แฟชั่นไทยวันนี้คืออะไร” คำตอบที่เห็นชัดจาก Visionary Stage คือ คนรุ่นใหม่ปฏิเสธสูตรสำเร็จแบบชุดเดียว พวกเขาหยิบสิ่งที่โตมาด้วยกันมารื้อใหม่ ตั้งแต่พิธีกรรม ความเชื่อ งานฝีมือ วัฒนธรรมป๊อป ไปจนถึงวัตถุธรรมดาที่แทบไม่มีใครคิดว่าจะขึ้นไปอยู่บนเสื้อผ้าได้ การรื้อแบบนี้สำคัญ เพราะมันทำให้แฟชั่นไม่ต้องเลือกข้างระหว่างดั้งเดิมกับร่วมสมัย แต่ยอมรับความขัดแย้งและความหลากหลายของตัวตน เมื่อมโนราห์ ผ้าบาติก ม้าลายแก้บน กุมารทอง และชุดรับมือภัยพิบัติมาเดินบนรันเวย์เดียวกัน ความเป็นไทยจึงไม่ได้หมายถึงภาพอัตลักษณ์ที่ขัดเงาแล้ว แต่หมายถึงการกล้าหยิบสิ่งธรรมดาและเปราะบางในชีวิตขึ้นมาพูด การที่ดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ใช้ผ้าไทยสมัยใหม่ เทคโนโลยีดิจิทัล และแนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย ทำให้รันเวย์กรุงเทพฯ กลายเป็นพื้นที่ที่อัตลักษณ์หลายชั้นสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องลบใครออกไป และนี่อาจเป็นจุดตั้งต้นสำคัญของแฟชั่นที่เคารพรากโดยไม่ยึดติดกับกรอบเดิม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!