ยุคใหม่ของ M-mount เลนส์ใหม่ เมื่อ Leica ไม่ได้ผูกขาดความพรีเมียมอีกต่อไป
ยุคใหม่ของ M-mount เลนส์ใหม่คือช่วงเวลาที่ผู้ใช้ Leica ระบบ rangefinder ได้เห็นผู้ผลิตอิสระหลายรายพัฒนาเลนส์เกรดพรีเมียมด้วย APO optical design เพื่อแข่งขันกับเลนส์เรือธงของ Leica โดยเน้นคุณภาพออปติคสูง การลดความคลาดสี และงานประกอบแบบ premium manual focus ทำให้ระบบ M-mount กลายเป็นสนามประลองของผู้ผลิตเลนส์ที่ต้องการตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ภาพลักษณ์ และบุคลิกการใช้งานของช่างภาพสาย rangefinder ประเด็นสำคัญคือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมองหาเลนส์จาก Leica เพียงแบรนด์เดียวอีกต่อไป เพราะ Light Lens Lab และ Voigtländer กำลังแสดงให้เห็นว่าพวกเขาพร้อมจะขึ้นเวทีเดียวกัน ทั้งด้านการออกแบบออปติคและประสบการณ์การโฟกัสมือที่ละเอียดอ่อน
Light Lens Lab 50mm f/2 APO การประกาศศึกตรงกับ APO-Summicron ของ Leica
Light Lens Lab กำลังพัฒนาเลนส์ 50mm f/2 APO สำหรับกล้อง Leica M-mount ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในปี 2027 เลนส์นี้เล็งตรงไปที่เซกเมนต์ 50mm พรีเมียมที่ Leica ครองตลาดมานานด้วย APO-Summicron-M 50mm f/2 ASPH โดยเลือกใช้วิศวกรรมอิสระแทนการลอกสูตรคลาสสิก เลนส์ APO ถูกออกแบบมาเพื่อลดความคลาดสี ให้ภาพคมชัด คอนทราสต์สูง และสีแม่นยำแม้ในสภาพแสงยาก สำหรับผู้ใช้ Leica ระบบ rangefinder นี่คือโอกาสได้เลนส์มาตรฐาน 50mm ที่เน้นคุณภาพออปติคระดับสูงแต่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับแบรนด์เดียว สิ่งที่น่าสนใจคือ Light Lens Lab เคยโชว์ความทะเยอทะยานด้วยเลนส์ 35mm f/2 APO ที่ใช้ชิ้นเลนส์ aspherical ถึงสี่ชิ้นและกลุ่มเลนส์ลอย และตอนนี้บริษัทหันมาพัฒนา APO series แบบต้นฉบับของตัวเอง ไม่ใช่แค่การสร้างเลนส์ย้อนยุคอีกต่อไป แนวทางนี้ส่งสัญญาณชัดว่าแบรนด์ตั้งใจจะเป็นผู้เล่นหลักในตลาด premium manual focus ไม่ใช่เพียงทางเลือกเสริม
Voigtländer APO-Lanthar 90mm f/4 Close Focus เปลี่ยนข้อจำกัดการโฟกัสใกล้ของระบบ rangefinder
อีกด้านหนึ่ง Voigtländer เปิดตัว APO-Lanthar 90mm f/4 Close Focus VM สำหรับกล้อง Leica M-mount แบบฟูลเฟรม โดยออกแบบเป็นเลนส์เทเลกลางขนาดกะทัดรัดสำหรับระบบ rangefinder จุดเด่นไม่ใช่แค่ APO optical design แต่คือความสามารถในการโฟกัสใกล้ถึง 0.5 เมตร ซึ่งเลยขีดจำกัด 0.7 เมตรที่เลนส์ rangefinder ส่วนใหญ่ทำได้ ภายในเลนส์มีชิ้นเลนส์ 8 ชิ้นใน 7 กลุ่ม โดย 6 ชิ้นเป็นกระจก anomalous partial dispersion ที่ช่วยให้ความละเอียดสูง คอนทราสต์จัด และคุณภาพสม่ำเสมอทั่วเฟรม การเลือกช่องรับแสง f/4 ทำให้ตัวเลนส์สั้นและเบา ลดการบังช่องมองภาพ ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกของเลนส์เทเลบนระบบ rangefinder สำหรับช่างภาพ M-mount นี่คือการขยายขอบเขตการใช้งานจากการถ่าย portrait ระยะปกติไปสู่การถ่ายวัตถุใกล้ด้วยคุณภาพ APO โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบอื่น Close-focusing performance จึงกลายเป็นจุดขายที่มีผลต่อการใช้งานจริงมากกว่าตัวเลขสเปกบนกระดาษ

ระบบ M-mount ที่หลากหลายขึ้น เมื่อผู้ผลิตอิสระเติมช่องว่างโฟกัสและทางยาวโฟกัส
เมื่อมองภาพรวม แนวโน้มชัดเจนคือระบบ M-mount กำลังเปลี่ยนจากระบบปิดที่พึ่งพา Leica เป็นหลัก ไปสู่ระบบที่มีผู้ผลิตอิสระเข้ามาเติมเต็มหลายระดับ ทั้งทางยาวโฟกัสและบุคลิกภาพเลนส์ Light Lens Lab มีแผนเพิ่มเลนส์ APO ทางยาว 28mm f/2, 75mm f/2, 90mm f/2 และ 135mm f/2 ต่อจาก 50mm f/2 หากทำได้ตามที่ประกาศ ผู้ใช้จะมีชุดเลนส์ APO ครบช่วงจากไวด์ไปถึงเทเลในสไตล์ premium manual focus จากแบรนด์เดียว ในขณะเดียวกัน Voigtländer เสนอ 90mm f/4 Close Focus เป็นตัวเลือกเทเลกลางที่เน้นการโฟกัสใกล้และขนาดเล็ก ผลคือช่างภาพ M-mount มีตัวเลือกหลายระดับราคาและบุคลิกภาพมากขึ้น ไม่ต้องยึดติดกับเลนส์แท้จาก Leica เพียงอย่างเดียว "More choice in the M-mount system is always welcome" เป็นประโยคที่สะท้อนความรู้สึกของผู้ใช้จำนวนมากที่ต้องการทั้งคุณภาพและอิสระในการเลือกเลนส์ เมื่อเลนส์จากหลายค่ายหันมาผลักดัน APO optical design แทนการขายคาแรกเตอร์วินเทจเพียงอย่างเดียว ระบบ M-mount จึงกำลังร้อนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และปี 2027 ถูกคาดหมายว่าจะเป็นปีที่น่าสนใจสำหรับช่างภาพสาย rangefinder






