ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ปิด Background App Refresh แบบเลือกแอป เพิ่มอายุแบตเตอรี่ Android ได้จริง

ปิด Background App Refresh แบบเลือกแอป เพิ่มอายุแบตเตอรี่ Android ได้จริง
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

Background App Refresh คืออะไร และทำไมถึงกินแบตมากกว่าที่คิด

Background App Refresh คือพฤติกรรมที่แอปบน Android ยังอัปเดตข้อมูล ใช้งานอินเทอร์เน็ต และเข้าถึงเซ็นเซอร์ต่างๆ แม้คุณจะไม่ได้เปิดแอปอยู่ ส่งผลให้ฮาร์ดแวร์ต้องทำงานต่อเนื่อง ทั้งหน้าจอที่ตื่นขึ้นชั่วคราว โมดูลเครือข่าย เซ็นเซอร์ GPS รวมถึงการสแกน Wi-Fi และ Bluetooth ส่งผลให้ใช้พลังงานสะสมตลอดทั้งวันโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์เมื่อคุณต้องการให้ฟีด ข่าว หรือข้อมูลเรียลไทม์พร้อมเสมอ แต่แลกมาด้วยการสูญเสียอายุแบตเตอรี่ที่ไม่จำเป็น หากไม่ควบคุมให้ดีอาจต้องชาร์จระหว่างวันทั้งที่ใช้งานไม่หนัก แอปที่ทำงานเบื้องหลังสามารถทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมีหลายแอปรีเฟรชข้อมูลพร้อมกัน ระบบจึงต้องจ่ายพลังงานมากขึ้นแบบต่อเนื่อง การเริ่มจากการปิดหรือจำกัด Background App Refresh สำหรับแอปที่ไม่จำเป็นจึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการประหยัดแบตเตอรี่ Android

ปิด Background App Refresh แบบเลือกแอป เพิ่มอายุแบตเตอรี่ Android ได้จริง

ก่อนปิด Background App Refresh ต้องรู้ว่าแอปไหนกินแบตมากที่สุด

ถ้าจะปิด Background App Refresh แบบมีเหตุผล คุณต้องรู้ก่อนว่าแอปไหนคือตัวการกินแบต ไม่ใช่ไล่ปิดทุกอย่างแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ แนวทางที่สมเหตุสมผลคือเปิดหน้าสรุปการใช้พลังงาน แล้วดูว่าแอปใดอยู่บนสุดในรายชื่อการใช้แบต เมื่อพบตัวเด่นแล้วค่อยจัดการให้เข้มข้นขึ้น บนอุปกรณ์ส่วนใหญ่คุณสามารถตรวจสอบได้จาก การตั้งค่า > แบตเตอรี่ แล้วเลือก การใช้แบตเตอรี่ตามแอป ตรงนี้จะมีรายละเอียดว่าแต่ละแอปใช้แบตเท่าไร ใช้งานมานานแค่ไหน และใช้พลังงานไปเท่าใดในระดับ mAh เพื่อให้เห็นภาพว่าแอปไหนทำงานเบื้องหลังมากเกินไป แอปอย่าง Google แอปแผนที่ แอปโซเชียล และวิดีโอสตรีมมิงมักติดอันดับต้นๆ เพราะชอบรีเฟรชฟีดและข้อมูลอยู่ตลอด การรู้ตัวผู้ร้ายจะช่วยให้คุณวางแผนปิด Background App Refresh ได้โดยไม่กระทบแอปที่จำเป็นจริงๆ

จัดระเบียบสิทธิ์ตำแหน่งที่ตั้ง ลดงานเบื้องหลังที่ไม่จำเป็น

หนึ่งในส่วนสำคัญของ Background App Refresh ที่มักถูกมองข้ามคือการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งในพื้นหลัง เพราะทุกครั้งที่แอปเรียกใช้ตำแหน่ง ระบบต้องเปิด GPS หรือสแกน Wi-Fi และ Bluetooth เพื่อหาตำแหน่งที่แม่นขึ้น ส่งผลให้ฮาร์ดแวร์ทำงานที่ความถี่สูงและกินพลังงานมากกว่าที่คิด การจัดระเบียบสิทธิ์ตำแหน่งสำหรับแต่ละแอปจึงเป็นก้าวแรกในการเพิ่มอายุแบตเตอรี่ ผู้ใช้ควรจัดหมวดหมู่สิทธิ์การเข้าถึงสำหรับแต่ละแอปพลิเคชันแยกกันโดยทำตามขั้นตอนเหล่านี้ เข้าสู่เมนู การตั้งค่า บนอุปกรณ์ Android หรือโทรศัพท์ Galaxy ของคุณ เลือก ตำแหน่งที่ตั้ง จากนั้น แตะ สิทธิ์การเข้าถึงแอป ตรวจสอบรายการและปรับระดับการอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ระหว่าง อนุญาตเสมอ อนุญาตเฉพาะเมื่อใช้แอป หรือ ไม่อนุญาต แอปที่ไม่จำเป็นต้องรู้ตำแหน่งในพื้นหลังควรถูกเปลี่ยนเป็น อนุญาตเฉพาะเมื่อใช้แอป เพื่อให้ทั้งประหยัดแบตเตอรี่ Android และเพิ่มความเป็นส่วนตัวไปพร้อมกัน

ปิด Background App Refresh แบบเลือกแอป เพิ่มอายุแบตเตอรี่ Android ได้จริง

จำกัดการทำงานเบื้องหลังของแอปที่ใช้บ่อยแบบไม่ทำให้เครื่องเสียฟีเจอร์

เมื่อรู้ว่าแอปไหนกินแบต และจัดสิทธิ์ตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปคือการจำกัดการทำงานเบื้องหลังโดยตรง เพื่อเปรียบเสมือนการปิด Background App Refresh แบบเฉพาะเจาะจง แอปที่ควรถูกจับตามองคือแอปค้นหา แผนที่ โซเชียล และวิดีโอที่มักรีเฟรชคอนเทนต์แม้คุณไม่ได้เปิดอยู่ การลดการรีเฟรชเหล่านี้จะช่วยเพิ่มอายุแบตเตอรี่โดยไม่ทำให้เครื่องเสียฟังก์ชันหลัก เช่นการรับข้อความหรือการนำทางแบบเรียลไทม์ ในตัวแอปเองบางครั้งคุณสามารถปิดฟีดที่อัปเดตต่อเนื่อง เช่นการปิดฟีด Discover ในส่วนการตั้งค่าภายในแอปเพื่อหยุดการดึงข้อมูลซ้ำๆ จากนั้นในระบบ Android ให้เข้าไปที่หมวดแอปหรือการจัดการแอปของแต่ละเครื่องเพื่อปรับการอนุญาต หากมีตัวเลือกให้หยุดกิจกรรมแอปเมื่อไม่ใช้งานหรือจำกัดการทำงานเบื้องหลัง ควรเปิดใช้กับแอปที่ไม่จำเป็นต้องออนไลน์ตลอดเวลา ส่วนแอปข้อความและนำทางควรคงสิทธิ์ไว้เพื่อไม่ให้ประสบการณ์ใช้งานเสียไป

ใช้เครื่องมือจัดการพลังงานของระบบให้เต็มประสิทธิภาพ

นอกจากการปรับ Background App Refresh แบบรายแอปแล้ว ระบบ Android รุ่นใหม่และสกินจากผู้ผลิตหลายรายมีเครื่องมือจัดการพลังงานให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น การปล่อยให้ระบบช่วยคัดแยกแอปที่ไม่ค่อยใช้เข้าสู่โหมดพักเองเป็นอีกวิธีที่ทำให้แบตอยู่กับคุณได้นานโดยไม่ต้องนั่งไล่ปิดแอปทีละตัว แพลตฟอร์ม One UI มีระบบในตัวที่ทำให้แอปที่ใช้งานไม่บ่อยเข้าสู่โหมดพักเครื่องหรือโหมดพักเครื่องขั้นสูง ซึ่งช่วยลดโอกาสที่แอปเหล่านั้นจะเรียกใช้การทำงานเบื้องหลังโดยอัตโนมัติอย่างมาก สิ่งสำคัญคือไม่ควรปิดสิทธิ์ตำแหน่งหรือจำกัดการทำงานเบื้องหลังแบบหนักมือกับบริการแผนที่ เรียกรถ หรือส่งของ เพราะจะกระทบการใช้งานจริง แนวทางที่สมดุลคือปล่อยให้ระบบจัดการแอปที่ไม่จำเป็นและคอยทบทวนรายการแอปที่ถูกพักเป็นระยะ ขณะเดียวกันก็จัดการแบตเตอรี่ด้วยตัวเองสำหรับแอปที่คุณใช้งานหนักและต้องการควบคุมให้เข้มข้นเป็นพิเศษ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!