ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตลาดเพลงพุ่งแรงเมื่อสตรีมมิ่งและคอนเสิร์ตจับมือกัน

ตลาดเพลงพุ่งแรงเมื่อสตรีมมิ่งและคอนเสิร์ตจับมือกัน
ความสนใจ|ฟังเพลง

ตลาดเพลงไทยยุคใหม่: เมื่อสตรีมมิ่งไม่ใช่แค่ช่องทางฟังเพลง

ตลาดเพลงไทยยุคใหม่คือระบบนิเวศที่เชื่อมการฟังผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง การจัดคอนเสิร์ตดนตรี และการบริหารลิขสิทธิ์เข้าด้วยกัน โดยมีค่ายเพลงรายใหญ่และหน่วยงานรัฐผลักดันศิลปินไทยให้เติบโตทั้งในประเทศและต่างตลาด พร้อมสร้างรายได้จากดิจิทัล การแสดงสด และสิทธิในผลงานเสียงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การสร้างสรรค์ดนตรีเปลี่ยนจากงานศิลปะไปเป็นอุตสาหกรรมที่แข่งขันได้ในระดับโลก

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวเลขเติบโต แต่คือวิธีที่โครงสร้างตลาดเพลงไทยเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ตลาดสิ่งบันทึกเสียงมีมูลค่าหลายพันล้านบาท และรายได้ส่วนใหญ่ไหลมาจากบริการสตรีมมิ่งที่ครองสัดส่วนเกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจึงไม่ใช่ตัวประกอบ แต่เป็นหัวใจของตลาดเพลงไทย ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวของคอนเสิร์ตดนตรีและมิวสิกเฟสติวัลหลังวิกฤตโควิด ทำให้รายได้จากการแสดงสดกลับมาเป็นเส้นเลือดอีกเส้นที่ขับเคลื่อนตลาดเพลงไทยให้เดินหน้าอย่างมั่นคง

ตลาดเพลงพุ่งแรงเมื่อสตรีมมิ่งและคอนเสิร์ตจับมือกัน

GMM Music: ตัวอย่างค่ายที่อ่านเกมสตรีมมิ่งและโชว์บิซขาด

หากจะหาตัวอย่างของผู้เล่นที่เข้าใจตลาดเพลงไทยยุคใหม่ GMM Music คือกรณีศึกษาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อรวม 5 พอร์ตธุรกิจหลักของบริษัทในปี 2565 สามารถทำรายได้กว่า 3 พันล้านบาท โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 3,043 ล้านบาท และกำไร 355 ล้านบาท เติบโตจากปีที่อุตสาหกรรมเพลงยังซบเซาจากโควิดมากถึง 67% นี่ไม่ใช่แค่ผลของเพลงฮิต แต่สะท้อนกลยุทธ์ที่เกาะทั้งดิจิทัลและการแสดงสดอย่างจริงจัง แถมยังถือครองสัดส่วนเพลงฮิตบนชาร์ต Thailand Billboard Top 100 ถึง 37% ในปีเดียวกัน แสดงให้เห็นอิทธิพลทั้งด้านรสนิยมและรายได้ในตลาดเพลงไทย

เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือการจัดโครงสร้างธุรกิจให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้ฟังและข้อจำกัดช่วงโควิด ฝั่ง Digital และการบริหารลิขสิทธิ์คือสองพอร์ตหลักที่ช่วยให้บริษัทประคองตัวผ่านช่วงที่ศิลปินออกโชว์ไม่ได้เลย พอรัฐผ่อนมาตรการและการเดินทางกลับมา การจัดมิวสิกเฟสติวัลและอินดอร์คอนเสิร์ตจึงถูกเร่งเครื่องเต็มที่ Showbiz กลายเป็นพอร์ตที่ตั้งเป้าโตสูงสุด และค่ายยังเลือกจับงานไซส์ L และ XL ที่มีคนร่วมงานหลายหมื่นคนต่อวัน เพื่อรักษากำไรจากการขายบัตรและสปอนเซอร์ โดยไม่ลงไปแย่งตลาดไซส์เล็ก ปล่อยพื้นที่ให้ผู้จัดรายอื่นเติบโต นี่คือการอ่านเกมทั้งเชิงธุรกิจและระบบนิเวศที่ทำให้ GMM Music มีบทบาทเด่นในตลาดเพลงไทย

ตลาดเพลงพุ่งแรงเมื่อสตรีมมิ่งและคอนเสิร์ตจับมือกัน

สตรีมมิ่งกับมูลค่าตลาดเพลง: ตัวเลขโตแต่โอกาสยังเปิดกว้าง

เมื่อมองภาพรวม ตลาดสิ่งบันทึกเสียงของไทยมีมูลค่าถึง 3,561.56 ล้านบาท และอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกตามข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ในงาน Thailand’s Music Economy Spotlight 2026 แม้รายได้หลักกว่า 91.2% จะมาจากบริการสตรีมมิ่ง ซึ่งทำให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งกลายเป็นประตูหลักของศิลปินไทยในการเข้าถึงผู้ฟัง แต่การพึ่งพาช่องทางเดียวในสัดส่วนสูงขนาดนี้ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดเพลงไทยยังมีความเสี่ยง หากโมเดลธุรกิจหรือส่วนแบ่งรายได้ของแพลตฟอร์มเปลี่ยนไป ผู้เล่นทั้งค่ายใหญ่และอินดี้จะรับผลกระแทกโดยตรง

จุดที่หลายคนมองข้ามคือรายได้จากสิทธิการแสดง (Performance Rights) และการขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งยังถูกใช้ไม่เต็มศักยภาพ ผู้บริหารฝั่งนโยบายชี้ชัดว่าทั้งสองขานี้คือโอกาสเติบโตมหาศาล การเก็บค่าลิขสิทธิ์จากการใช้เพลงในสถานประกอบการ สื่อ หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ และการผลักดันผลงานไทยออกสู่ตลาดใหม่ ๆ จะช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งสตรีมมิ่งอย่างเดียว และเพิ่มรายได้ให้ศิลปินไทยอย่างเป็นธรรมมากขึ้น แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อผู้เล่นในอุตสาหกรรมยกระดับความเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์และการทำธุรกิจ ไม่ใช่คิดถึงแค่ยอดสตรีมและวิวบนแพลตฟอร์ม

ตลาดเพลงพุ่งแรงเมื่อสตรีมมิ่งและคอนเสิร์ตจับมือกัน

บทบาทรัฐ: จาก Music Lab สู่ Music Exchange และเป้าหมาย Music Hub

แรงผลักอีกด้านที่กำลังเปลี่ยนตลาดเพลงไทยคือการลงมือของรัฐผ่านสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ซึ่งไม่ได้ทำงานเชิงอีเวนต์ระยะสั้น แต่สร้างโปรแกรมเพื่ออัพเกรดทั้งทักษะและโอกาสของศิลปินไทยในห่วงโซ่อุตสาหกรรม โครงการ Music Lab เน้นเรื่องธุรกิจดนตรีและการบริหารลิขสิทธิ์ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสูง มีหลักสูตรบ่มเพาะเข้มข้น ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ศิลปินและค่ายเพลงเรียนรู้เรื่องการสร้างแบรนด์ การตลาดระดับโลก และการผลิตโชว์ พร้อมคัดเลือก 10 ทีมศักยภาพสูงให้ทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาโปรเจ็กต์และขยายตลาดต่างประเทศโดยตรง

ในอีกขา Music Exchange 2026 พาศิลปินไทย 33 รายออกไปแสดงในเทศกาลดนตรีนานาชาติ 34 เทศกาล ครอบคลุม 14 ตลาดเป้าหมาย พร้อมจัดเวทีจับคู่ธุรกิจ (International Business Matching) ระหว่างผู้จัดเทศกาลต่างประเทศกับค่ายเพลงไทย เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจข้ามพรมแดน ศิลปินที่ได้ขึ้นเวทีระดับโลกพูดตรงกันว่ามันเปิดโอกาสให้ผลงานไทยเป็นที่รู้จักและช่วยให้เรียนรู้มาตรฐานการทำงานระดับสากล ตั้งแต่การแสดง การร่วมงานกับทีมต่างชาติ ไปจนถึงการปรับตัวเข้ากับตลาดแต่ละแห่ง เป้าหมายระยะยาวของชุดโครงการเหล่านี้คือการผลักดันกระแส Thai Music Wave และผลักประเทศไปสู่การเป็น Music Hub ของภูมิภาค ซึ่งหากทำได้จริงจะเปลี่ยนตำแหน่งของตลาดเพลงไทยจากผู้ตามเป็นผู้เล่นหลักในภูมิภาค

ตลาดเพลงพุ่งแรงเมื่อสตรีมมิ่งและคอนเสิร์ตจับมือกัน

ผลกระทบต่อแฟนเพลงและอนาคตตลาดเพลงไทย

การเติบโตของตลาดเพลงไทยไม่ได้สะท้อนอยู่แค่ในงบการเงินของค่ายเพลง แต่แปลออกมาเป็นประสบการณ์ที่แฟนเพลงจับต้องได้แบบวันต่อวัน การฟื้นตัวของมิวสิกเฟสติวัลและอินดอร์คอนเสิร์ตมูลค่ารวมปีละราว 5,000 ล้านบาท ทำให้แฟนเพลงมีตัวเลือกงานแสดงสดมากขึ้น ทั้งที่จัดโดยค่ายไทย เกาหลี และค่ายอินเตอร์ โดย GMM Music ถือครองแชร์ตลาดไซส์ใหญ่ราว 600 ล้านบาท และประเมินว่าผู้เข้าชมงานหนึ่งคนมีการใช้จ่ายในงานได้มากถึง 3,000 บาทต่อวัน นอกเหนือจากค่าบัตร นั่นหมายความว่าคอนเสิร์ตดนตรีไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิง แต่เป็นกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจที่เชื่อมธุรกิจอาหาร ที่พัก และการเดินทางเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น

ในระยะยาว แฟนเพลงจะได้เห็นศิลปินไทยหลากหลายแนวทางมากขึ้น เพราะทุนและความรู้เริ่มกระจายไปสู่ค่ายเล็กและศิลปินอิสระผ่านโครงการของรัฐ ขณะที่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งทำให้การค้นพบศิลปินใหม่ง่ายขึ้น แต่โจทย์ใหญ่คือการจัดสมดุลระหว่างรายได้ดิจิทัลกับการแสดงสด และระหว่างตลาดในประเทศกับต่างประเทศ ถ้าอุตสาหกรรมยังปล่อยให้รายได้ถูกล็อกอยู่ในแพลตฟอร์มไม่กี่เจ้า โดยการบริหารลิขสิทธิ์และการออกต่างตลาดไม่ได้รับความสำคัญ ตลาดเพลงไทยอาจโตแบบเปราะบางอย่างทุกวันนี้ ทางออกคือการเริ่มมองเพลงเป็นธุรกิจที่ต้องมีแผนทั้งด้านสิทธิ รายได้จากคอนเสิร์ต และการสร้างฐานแฟนในตลาดใหม่ ๆ พร้อมกัน ไม่ใช่แค่รอเพลงติดชาร์ตแล้วหวังว่าเงินจะตามมาเอง

ตลาดเพลงพุ่งแรงเมื่อสตรีมมิ่งและคอนเสิร์ตจับมือกัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!