ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อชมรมออกกำลังกายกลายเป็นโครงข่ายสุขภาวะของทุกชุมชน

เมื่อชมรมออกกำลังกายกลายเป็นโครงข่ายสุขภาวะของทุกชุมชน
ความสนใจ|ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

จากนโยบายส่วนกลางสู่โครงข่ายสุขภาวะระดับหมู่บ้าน

โครงข่ายกีฬาและชมรมออกกำลังกายระดับรากหญ้าคือระบบความร่วมมือในชุมชนที่ใช้กิจกรรมทางกาย กีฬา และการออกกำลังกายเป็นเครื่องมือสร้างสุขภาวะ เครือข่ายนี้เชื่อมโยงหน่วยงานรัฐท้องถิ่น จิตอาสากีฬา และประชาชนให้ร่วมกันออกแบบกิจกรรม ปรับพื้นที่ และสร้างวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในทุกละแวกบ้าน ไม่จำกัดแค่คนมีทุนหรือเข้าใช้งานศูนย์เฉพาะทาง

หัวใจของเรื่องนี้คือ การที่ภาครัฐไม่ได้หยุดอยู่ที่การรณรงค์เป็นครั้งคราว แต่พยายามสร้างโครงสร้างถาวรด้านสุขภาพในระดับชุมชน ภายใต้โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมพลศึกษาผลักดันให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงกิจกรรมทางกายอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ แทนที่จะรอให้ป่วยแล้วจึงรักษา แนวทางนี้ชัดเจนว่าเลือกลงทุนกับสุขภาวะตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการปลูกฝังนิสัยรักการออกกำลังกายเพื่อลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ลดอบายมุข และสร้างชุมชนเข้มแข็งมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ตัวเลขที่สะท้อนโครงสร้าง ไม่ใช่แค่กระแสออกกำลังกาย

สิ่งที่น่าสนใจคือโครงข่ายนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่คำว่าโครงการ แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพของชุมชน แต่เดิมตั้งเป้าจัดตั้งชมรมส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาประจำหมู่บ้านอย่างน้อยตำบลละหนึ่งแห่ง จำนวน 7,255 ชมรม ทว่าผลการดำเนินงานกลับก้าวข้ามเป้าหมายไปไกล "มีชมรมที่จัดตั้งขึ้นแล้วจำนวน 8,041 แห่ง ครอบคลุม 76 จังหวัด สูงกว่าเป้าหมายเบื้องต้นที่กำหนดไว้ 7,255 แห่ง"

ตัวเลขนี้สำคัญเพราะหมายถึงพื้นที่ใกล้บ้านที่ประชาชนสามารถเดินไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้จริง ไม่ต้องรอพึ่งศูนย์ฟิตเนสขนาดใหญ่ในตัวเมือง เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงจำนวนชมรมที่เพิ่มขึ้น แต่คือการสร้างวัฒนธรรมที่ประชาชนมองการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และสร้างสภาพแวดล้อมให้คนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย เข้าถึงกิจกรรมทางกายได้อย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ นี่คือการทำให้สิทธิด้านสุขภาพกลายเป็นของสามัญชนอย่างแท้จริง

จิตอาสากีฬา: กล้ามเนื้อสำคัญของโครงการสุขภาวะชุมชน

ถ้าชมรมออกกำลังกายคือโครงกระดูกของโครงการสุขภาวะชุมชน จิตอาสากีฬาก็คือกล้ามเนื้อที่ทำให้ระบบขยับได้จริง กรมพลศึกษาพัฒนาโครงการส่งเสริมอาสาสมัครกีฬาและผู้นำการออกกำลังกาย เพื่อสร้างคนในพื้นที่ให้มีทั้งความรู้ ทักษะ และจิตสาธารณะ ทำหน้าที่เชื่อมโยงนโยบายรัฐกับการปฏิบัติจริงในชุมชน ตลอดปีงบประมาณ 2569 มีการจัดอบรมจิตอาสากีฬาแล้ว 10 รุ่น มีผู้ผ่านการอบรม 1,396 คน แบ่งเป็น 873 คนจากงบกรมพลศึกษา และ 523 คนจากงบสนับสนุนของจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัด

หลักสูตรไม่ได้สอนแต่ท่าทางการออกกำลังกาย หากยังครอบคลุมภาวะผู้นำ วิทยาศาสตร์การกีฬา การออกแบบกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ และการบริหารจัดการโครงการ นั่นหมายความว่าเครือข่ายจิตอาสากีฬาไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นผู้สั่งให้คนออกกำลังกาย แต่เป็นผู้ร่วมคิด ร่วมออกแบบ และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรอบตัวเห็นว่าการขยับกายคือเรื่องสนุก ทำได้ทุกวัน และทำร่วมกันได้ทั้งชุมชน

เมื่อหลายภาคส่วนจับมือกัน ชุมชนก็กลายเป็นยิมเปิดโล่ง

จุดแข็งที่ทำให้โครงการสุขภาวะชุมชนมีโอกาสยั่งยืน คือการไม่ผูกอนาคตไว้กับหน่วยงานเดียว กรมพลศึกษาย้ำชัดว่าการผลักดันชมรมออกกำลังกายต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งกองทุนหมู่บ้าน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมอนามัย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทำให้ชมรมไม่เป็นเพียงพื้นที่จัดกิจกรรมเป็นครั้งคราว แต่พัฒนาไปสู่ระบบการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ประชาชนสามารถคิด วางแผน และดำเนินกิจกรรมด้านกีฬาและสุขภาพได้ด้วยตนเอง

ภาพนี้เห็นชัดในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ที่จัดกิจกรรมขยับกาย สร้างสุข ปลุกพลังชุมชน ต้านยาเสพติด โดยอำเภอบ้านฉางจับมือสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ สำนักงานพัฒนาชุมชน โรงพยาบาล สถานีตำรวจ สมาคมท่องเที่ยว ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชมรม อสม. และกองทุนแม่ของแผ่นดิน ชวนประชาชนมาออกกำลังกายเพื่อสร้างสุขภาพ ความสามัคคี และป้องกันยาเสพติด พร้อมกำหนดจัดต่อเนื่องสัปดาห์ละสองวันคือวันจันทร์และวันพฤหัสบดี นี่คือภาพของชุมชนที่ทำตัวเองให้เป็นยิมกลางแจ้ง โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง

เมื่อชมรมออกกำลังกายกลายเป็นโครงข่ายสุขภาวะของทุกชุมชน

จากกิจกรรมครั้งคราวสู่วัฒนธรรมการดูแลสุขภาพร่วมกัน

คำถามสำคัญในตอนนี้ไม่ใช่ว่าชมรมออกกำลังกายมีกี่แห่ง แต่คือจะทำอย่างไรให้โครงข่ายเหล่านี้กลายเป็นวัฒนธรรมถาวร กรมพลศึกษาประกาศชัดว่าระยะต่อไปจะพัฒนาฐานข้อมูลชมรมให้เป็นระบบ เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อใช้วางแผนและสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬาให้สอดคล้องกับพันธกิจและบริบทพื้นที่ มากไปกว่านั้น ยังตั้งเป้าเปลี่ยนจากกิจกรรมเชิงรณรงค์ไปสู่การสร้างวัฒนธรรมการออกกำลังกายของสังคมไทยอย่างแท้จริง

ทิศทางนี้สมเหตุสมผล เพราะการสร้างสุขภาวะต้องคิดยาว ไม่ใช่รอระบบรักษาพยาบาลมารับภาระทีหลัง เมื่อชมรมออกกำลังกาย จิตอาสากีฬา และโครงการสุขภาวะชุมชนเริ่มฝังรากในทุกตำบล หน้าที่ของภาครัฐต่อจากนี้คือการค้ำจุนเครือข่ายให้มีทรัพยากร ข้อมูล และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หน้าที่ของประชาชนคือไม่ยกภาระสุขภาพให้ใครคนเดียว แต่ร่วมกันรักษาพื้นที่ออกกำลังกาย ร่วมกันเข้าร่วมกิจกรรม และร่วมกันส่งต่อวัฒนธรรมการขยับกายให้คนรุ่นต่อไป หากทำได้ สวนสาธารณะ ลานหมู่บ้าน และถนนหน้าบ้านจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพที่แข็งแรงกว่าสิ่งปลูกสร้างราคาแพงใดๆ

เมื่อชมรมออกกำลังกายกลายเป็นโครงข่ายสุขภาวะของทุกชุมชน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!