ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

สงครามชิป AI ที่กำหนดเอง OpenAI ซัมซุง บรอดคอมท้าชน Nvidia GPU

สงครามชิป AI ที่กำหนดเอง OpenAI ซัมซุง บรอดคอมท้าชน Nvidia GPU
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

ชิป AI ที่กำหนดเองคืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นสมรภูมิใหม่

ชิป AI ที่กำหนดเอง หมายถึงชิปประมวลผลที่ออกแบบสถาปัตยกรรม ฮาร์ดแวร์ และหน่วยความจำให้สอดคล้องกับงาน AI เฉพาะด้าน เช่น การฝึกสอนโมเดลหรือการใช้งานโมเดลในขั้นตอนตอบกลับ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ AI ต่ำพลังงาน รองรับการประมวลผลจำนวนมาก และลดต้นทุนศูนย์ข้อมูล เมื่อเทียบกับการใช้ชิปอเนกประสงค์อย่าง GPU ชิปแบบนี้จึงถูกออกแบบร่วมระหว่างผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและบริษัท AI รายใหญ่ เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันระยะยาวในตลาดการประมวลผล AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ OpenAI ไม่พึ่งพาเฉพาะ Nvidia GPU อีกต่อไป แต่หันมาลงทุนสร้าง Jalapeno ซึ่งเป็นชิป AI ที่กำหนดเองสำหรับงานอนุมาน ร่วมกับบรอดคอม โดยผลทดสอบล่าสุดเผยว่า Jalapeno มีทั้งความหน่วงต่ำและประสิทธิภาพต่อวัตต์สูงจนแซงหน้า Nvidia GB300 ในตัวชี้วัดสำคัญ การเคลื่อนตัวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือสัญญาณว่าบริษัทยักษ์ใหญ่เริ่มมองการควบคุมต้นทุนและอำนาจการเจรจามากกว่าการอยู่ภายใต้ซัพพลายเออร์รายเดียว คำถามคือ เมื่อบริษัทยักษ์เริ่มออกแบบชิปเองแบบนี้ การแข่งขันชิปประมวลผลจะเปลี่ยนไปอย่างไร ใครได้ ใครเสีย และผู้ใช้ทั่วไปจะรู้สึกถึงความต่างมากน้อยแค่ไหน นี่คือประเด็นที่ควรถูกจับตา เพราะสงครามชิปครั้งนี้จะกำหนดว่า AI ในอนาคตจะเร็วขึ้น ถูกลง หรือกลับรวมศูนย์มากกว่าเดิม

สงครามชิป AI ที่กำหนดเอง OpenAI ซัมซุง บรอดคอมท้าชน Nvidia GPU

Jalapeno ท้าทาย Nvidia GPU แข่งขัน ด้วยพลัง 700 วัตต์ต่ำแต่แรง

การที่ Jalapeno เอาชนะ GB300 ในด้านความหน่วงต่ำและประสิทธิภาพต่อวัตต์ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันเจาะจุดอ่อนของ GPU ที่ถูกออกแบบมาให้รับงานได้หลากหลาย แต่ไม่เฉพาะทางกับการอนุมานขนาดใหญ่ Jalapeno ถูกออกแบบให้รองรับทั้งปริมาณงานสูงและการตอบสนองฉับไว ซึ่งปกติเป็นสองเป้าหมายที่แย่งทรัพยากรกันเองในสถาปัตยกรรมชิป จากข้อมูลที่เปิดเผย Jalapeno ให้กำลังประมวลผลเต็มที่ที่ระดับกำลังไฟราว 700 วัตต์ ส่งผลให้ศูนย์ข้อมูลสามารถรองรับคำขอจากผู้ใช้จำนวนมากในต้นทุนไฟฟ้าที่ต่ำกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อทดสอบกับโมเดลขนาดใหญ่อย่าง Kimi K2.5 ที่มีพารามิเตอร์ระดับ 1 ล้านล้าน Jalapeno ยิ่งแสดงข้อได้เปรียบด้านความเร็วเหนือฮาร์ดแวร์ทั่วไป ประโยคที่ควรจดคือ “Jalapeno ให้ประสิทธิภาพสูงในระดับ 700 วัตต์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนศูนย์ข้อมูลได้โดยตรง” ซึ่งสะท้อนคำตอบชัดเจนว่าทำไมชิป AI ที่กำหนดเองจึงถูกผลักดันอย่างหนัก อย่างไรก็ดี Jalapeno เน้นงานอนุมานเท่านั้น ด้านการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ OpenAI ยังยอมรับว่าต้องพึ่ง Nvidia GPU เป็นแกนหลักต่อไป นี่เป็นสัญญาณว่าอนาคตอาจแบ่งออกเป็นสองโลก คือโลกการฝึกที่ Nvidia ครองเกม และโลกการอนุมานที่ชิปเฉพาะทางเข้ามาแย่งพื้นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ

บรอดคอมและ XPU เร่งเครื่องสงครามการประมวลผล AI ระดับกิกะวัตต์

หากดูตัวเลขการวางกำลังประมวลผลที่บรอดคอมเปิดเผย จะเห็นว่าการแข่งขันชิปประมวลผลไม่ได้จำกัดแค่ผลิตภัณฑ์เดี่ยว แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับหลายกิกะวัตต์ให้ลูกค้าเฉพาะทาง Anthropic มีแผนติดตั้ง Ironwood ขนาด 1 กิกะวัตต์ในปี 2026 และเพิ่ม TPU v8i อีก 5 กิกะวัตต์ในปี 2027 ก่อนจะขยายอีก 10 กิกะวัตต์ในปี 2028 ตัวเลขนี้ชี้ชัดว่าตลาดตัวเร่งความเร็ว AI แบบคัสตอมกำลังเร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ OpenAI Jalapeno ได้เริ่มส่งมอบแล้ว และมีแผนติดตั้งกำลังการประมวลผล 1.3 กิกะวัตต์ในปี 2027 โดยภายในปี 2028 คาดว่าจะใช้ Jalapeno และ XPU รุ่นใหม่รวมกว่า 5 กิกะวัตต์ ซึ่งมีโอกาสทำให้ OpenAI กลายเป็นลูกค้าอันดับสองของ XPU จากบรอดคอม ขณะที่ Meta ก็เดินหน้าโครงการ MTIA รับชิปเร่งความเร็วสามรุ่นจนถึงสิ้นปี 2027 เพื่อให้ยอดติดตั้งสะสมถึง 3 กิกะวัตต์ในปี 2028 แนวโน้มนี้บอกเราว่า การแข่งขันชิปประมวลผลกำลังเปลี่ยนจากการแย่งกันขาย GPU แบบชิ้นต่อชิ้น ไปสู่การเซ็นสัญญาระยะยาวเพื่อส่งมอบกำลังการประมวลผลเฉพาะทางระดับโครงสร้างพื้นฐาน ใครควบคุมสัญญาเหล่านี้ได้มากที่สุด ย่อมมีอำนาจกำหนดทิศทางตลาด AI ในอีกหลายปีข้างหน้า

สงครามชิป AI ที่กำหนดเอง OpenAI ซัมซุง บรอดคอมท้าชน Nvidia GPU

ซัมซุง จับมือ Arm ดันชิป 2nm บนอุปกรณ์ ขยายสมรภูมิจากคลาวด์สู่ปลายทาง

อีกแนวรบที่น่าจับตาไม่แพ้ศูนย์ข้อมูลคือชิป AI บนอุปกรณ์ปลายทาง ซัมซุงและ Arm เริ่มโครงการร่วมพัฒนา SoC AI ที่ใช้กระบวนการผลิตระดับ 2 นาโนเมตร โดย Armจัดงบ NRE และให้เทคโนโลยีแกนสำคัญ ส่วนซัมซุงดูแลการออกแบบและผลิตในปริมาณมาก รายงานชี้ว่า OpenAI เป็นหนึ่งในแคนดิเดตลูกค้าปลายทาง หากดีลเกิดขึ้นจริง นั่นหมายความว่าผู้เล่นคลาวด์รายใหญ่กำลังเตรียมขยาย AI ไปสู่อุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนและ edge devices อย่างจริงจัง ชิป AI บนอุปกรณ์ช่วยให้การประมวลผลเกิดขึ้นในเครื่องโดยตรง ไม่ต้องส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์ ซึ่งส่งผลให้ภาระของศูนย์ข้อมูลลดลง ความเร็วตอบสนองดีขึ้น และความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้สูงขึ้น ในมุมซัมซุง โครงการนี้คือเวทีฝึกฝนกระบวนการผลิต 2 นาโนเมตรในงาน AI จริง สามารถใช้เป็นตัวอย่างเพื่อปิดดีลชิป AI ที่กำหนดเองและตัวเร่งความเร็ว AI ในอนาคต เมื่อศักยภาพ AI กำลังขยายจากคลาวด์ไปยังปลายทาง ความต้องการชิป AI ที่กำหนดเองยิ่งเพิ่มขึ้นทั้งสองฝั่ง หาก OpenAI และผู้เล่นรายอื่นสามารถออกแบบชิปที่เหมาะกับงานแต่ละแบบได้จริง เราจะเห็นการแบ่งบทบาทระหว่างคลาวด์และอุปกรณ์ที่ชัดเจนขึ้น และอำนาจการควบคุมข้อมูลของผู้ใช้ก็อาจเปลี่ยนมือจากแพลตฟอร์มคลาวด์ไปสู่อุปกรณ์มากขึ้น

เกมใหญ่ของประสิทธิภาพ ต้นทุน และการรวมศูนย์อำนาจ

เมื่อมองภาพรวม สงครามชิป AI ที่กำหนดเองสะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงต่อการประมวลผลแบบเฉพาะงาน ที่ใช้ไฟน้อยลงแต่ให้พลังสูงขึ้น ผู้เล่นอย่าง OpenAI หันมาพัฒนาชิปเองเพื่อลดการพึ่งพาแหล่งกำลังประมวลผลภายนอกและลดค่าใช้จ่ายด้านการคำนวณในศูนย์ข้อมูล ขณะที่ฝั่งอุปกรณ์ปลายทางก็เริ่มต้องการชิปที่ออกแบบมาสำหรับงาน AI โดยเฉพาะเช่นกัน สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ผลกระทบที่จับต้องได้คือบริการ AI ที่ตอบสนองเร็วขึ้น แม้จะมีคำขอจำนวนมากเข้ามาพร้อมกัน และมีโอกาสใช้งานฟีเจอร์ AI บนอุปกรณ์ที่ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา นอกจากนี้ เมื่อชิปประสิทธิภาพ AI ต่ำพลังงานถูกใช้มากขึ้น ต้นทุนการให้บริการมีแนวโน้มลดลง เปิดช่องให้โมเดลใหญ่ถูกนำมาใช้กับผู้ใช้วงกว้างมากขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับค่าไฟมหาศาล อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทยักษ์ใหญ่จับมือผู้ผลิตชิปเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะตัว อาจนำไปสู่การรวมศูนย์อำนาจในตลาดชิปและบริการ AI มากขึ้น ผู้เล่นรายเล็กอาจเข้าถึงเทคโนโลยีและกำลังประมวลผลระดับเดียวกันได้ยากขึ้น ท้ายที่สุด สงครามชิปนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องความเร็วหรือประสิทธิภาพ แต่เป็นการต่อรองว่าใครจะมีสิทธิ์กำหนดกติกาและแบ่งเค้กในเศรษฐกิจ AI รุ่นต่อไป

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!