ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

61% ใช้ AI แต่ได้ผลลัพธ์เปลี่ยนองค์กรเพียง 42% ช่องว่างที่ใครต้องรับผิดชอบ

61% ใช้ AI แต่ได้ผลลัพธ์เปลี่ยนองค์กรเพียง 42% ช่องว่างที่ใครต้องรับผิดชอบ
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

เมื่อองค์กรใช้ AI มากขึ้น แต่ผลลัพธ์เชิงธุรกิจยังไม่ตามมา

ช่องว่างระหว่างการนำ AI มาใช้กับการสร้างผลลัพธ์ AI จริง หมายถึงสถานการณ์ที่องค์กรลงทุนและทดลองใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างแพร่หลาย แต่ไม่สามารถเปลี่ยนการใช้งานเหล่านั้นให้เป็นการปรับรูปแบบธุรกิจ การทำงาน และรายได้อย่างเป็นระบบและวัดผลได้ชัดเจน ทำให้ AI adoption Thailand ดูก้าวหน้าในเชิงจำนวน แต่ยังไม่พาองค์กรข้ามไปสู่การเปลี่ยนแปลงแท้จริงที่ระดับโครงสร้างและวัฒนธรรมการทำงานของทั้งบริษัท วันที่ 13 ส.ค. 2569 มีการเปิดผลสำรวจภาพรวมดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันโดยชี้ว่า 61% ขององค์กรไทยใช้ AI เพิ่มจาก 47% ในปีก่อน แต่ระดับความพร้อมด้านดิจิทัลอยู่ที่ขั้น Becoming Digital เพียง 42% แม้จะเพิ่มจาก 28% อย่างก้าวกระโดด ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่ข่าวดีล้วน ๆ เพราะสะท้อนชัดว่าองค์กรวิ่งนำหน้าไปไกลในด้านการทดลองใช้เทคโนโลยี แต่โครงสร้าง กระบวนการ และกลยุทธ์ยังไม่ทัน AI implementation challenges ที่ซับซ้อน การใช้ AI จึงยังติดอยู่ที่โครงการนำร่องมากกว่าการเปลี่ยนเกมธุรกิจ

AI ในองค์กรยังเป็นเรื่องของฝ่าย IT มากกว่ากลยุทธ์ร่วมทั้งบริษัท

หัวใจของ digital transformation gap ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่คือวิธีที่ผู้บริหารมองบทบาทของ AI ในองค์กร หาก AI adoption Thailand ยังถูกจัดอยู่ในหมวด “โปรเจกต์ฝ่าย IT” ช่องว่างระหว่างการติดตั้งระบบกับการสร้างผลลัพธ์ AI จริงย่อมไม่หายไป ผลสำรวจชี้ว่าเกือบร้อยละ 70 ขององค์กรมองว่า AI เป็นความรับผิดชอบหลักของฝ่าย IT แทนที่จะถูกยกระดับเป็นวาระร่วมของทุกสายงาน นี่คือสัญญาณว่าผู้บริหารจำนวนมากยังไม่กล้าปรับโครงสร้างธุรกิจให้รองรับการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI อย่างจริงจัง เมื่อ AI อยู่ในมือ IT มากกว่าฝ่ายธุรกิจ โครงการจึงมักเกิดจากเครื่องมือที่ “มีอยู่” มากกว่าปัญหาที่ “ต้องแก้” ผลคือ 71% ขององค์กรบอกเองว่าทำได้เพียงบางส่วนของเป้าหมายที่ตั้งไว้ และมีเพียง 19% ที่ขยายการใช้ AI ไปได้หลายหน่วยงานทั่วทั้งองค์กร การไม่ยอมให้เจ้าของธุรกิจจริง ๆ กำหนดทิศทางการใช้ AI คือการยอมให้ความเสี่ยงเรื่องงบประมาณไหลไปกับโครงการทดลองไม่รู้จบ

ทักษะ ข้อมูล และกระบวนการ: สามจุดอ่อนที่ทำให้การลงทุน AI ไม่คืนทุน

แม้องค์กรเพิ่มงบด้านดิจิทัลเป็น 48% ของงบเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการดำเนินงานจาก 39% ในปีก่อน แต่การขาดความพร้อมพื้นฐานทำให้ AI implementation challenges กลายเป็นกำแพงสูงกว่าที่คิด 71% ขององค์กรระบุว่าขาดบุคลากรและทักษะด้านเทคนิคเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำ AI มาใช้ ขณะเดียวกัน 40% ยังไม่สามารถระบุกรณีใช้งาน (Use Cases) ที่เหมาะสม เมื่อทีมไม่รู้จะใช้ AI กับงานไหน และไม่รู้จะวัดผลอย่างไร การพูดถึง ROI ก็เลือนราง ด้านข้อมูล 38% ยอมรับว่าข้อมูลของตนยังไม่พร้อมสำหรับการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และอีก 38% กังวลว่าต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้โครงสร้างพื้นฐาน AI ยิ่งไปกว่านั้น องค์กรส่วนใหญ่ยังฝึกอบรมด้าน AI ให้พนักงานไม่ถึง 30% ของจำนวนทั้งหมด การคาดหวังให้เครื่องมืออัจฉริยะไปเปลี่ยนองค์กร โดยไม่ลงทุนฝึกคน ปรับกระบวนการ และออกแบบการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับ AI จึงเป็นความหวังที่เกือบจะไม่มีทางเป็นจริง

ผู้บริโภคใช้ AI ทุกวัน แต่ความตระหนักและความเชื่อมั่นยังไม่เสถียร

ในขณะที่องค์กรยังสับสนว่าควรจะใช้ AI อย่างไร ผู้บริโภคกลับใช้มันไปแล้วในชีวิตประจำวันโดยแทบไม่ได้ตั้งคำถาม ตัวเลขจากการสำรวจ Digital Lives Decoded 2025 ชี้ว่าปี 2025 คนไทย 91% ตระหนักว่าตนใช้งาน AI ในบางรูปแบบ เพิ่มจาก 77% ในปี 2024 และ 54% ใช้งาน AI อย่างน้อยวันละครั้ง ขณะที่ 28% ใช้งานหลายครั้งต่อวัน AI ฝังอยู่ในสมาร์ตโฟน บริการดิจิทัล และแพลตฟอร์มที่เราแตะหน้าจอทุกวัน แม้หลายคนยังไม่รู้ตัวเต็มที่ การใช้ AI ในกิจวัตรประจำวันเพิ่มจาก 19% เป็น 40% ด้านการทำงานจาก 21% เป็น 41% การซื้อสินค้าออนไลน์ 43% โซเชียลมีเดีย 66% และความบันเทิง 49% ต่างโตขึ้นเด่นชัดเมื่อเทียบกับปี 2024 คนส่วนใหญ่ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล 62% สร้างสรรค์ผลงาน 52% และสื่อสาร 35% ในชีวิตส่วนตัว แต่ถึงจะใช้มาก ความกังวลยังสูง 83% กังวลความปลอดภัยของบัญชีออนไลน์ และ 78% เห็นว่าติดตามภัยคุกคามทำได้ยาก หากองค์กรไม่แสดงความโปร่งใสและไม่ให้สิทธิ์ปฏิเสธการใช้ข้อมูลอย่างจริงจัง digital transformation gap ระหว่างความสะดวกกับความไว้วางใจจะยิ่งถ่างกว้าง

จากเครื่องมือลดต้นทุน สู่กลยุทธ์เติบโตที่ทุกคนในองค์กรต้องร่วมออกแบบ

วันนี้ AI adoption Thailand อยู่ในจุดที่จำนวนผู้ใช้มากกว่าคุณค่าที่สร้าง องค์กรครึ่งหนึ่งมองว่า AI ช่วยลดต้นทุน อีก 48% เห็นว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ แต่เพียง 9% ที่สร้างรายได้ใหม่จาก AI นั่นหมายความว่าหลายบริษัทยังมอง AI เป็น “เครื่องมือประหยัด” มากกว่า “กลยุทธ์เติบโต” ในระยะยาว ในทางกลับกัน ผู้ใช้ปลายทาง 77% ยินดีแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวเพื่อรับบริการที่ดีขึ้น หากมีความโปร่งใสและสิทธิ์ในการปฏิเสธ นี่คือสัญญาณชัดว่าตลาดพร้อมรับผลิตภัณฑ์และบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI หากองค์กรกล้าที่จะออกแบบและสื่อสารอย่างซื่อสัตย์ ข้อสรุปคือ ช่องว่างระหว่างการนำมาใช้กับผลประโยชน์ไม่ได้เกิดจาก AI แต่เกิดจากวิธีคิดของเราเอง หากยังปล่อยให้ฝ่าย IT แบกทุกอย่าง หากยังไม่ลงทุนในทักษะและกระบวนการ หากยังไม่ยอมให้ฝ่ายธุรกิจและพนักงานทุกระดับร่วมกำหนดภาพอนาคตของ AI ผลลัพธ์ AI จริงก็จะยังเป็นเพียงสไลด์ในงานประชุม ไม่ใช่การเปลี่ยนเกมในตลาด องค์กรที่อยากข้ามกับดักนี้ต้องเลิกถามว่า “เราต้องใช้ AI อะไร” แล้วหันมาถามว่า “เราจะเปลี่ยนวิธีทำงานและวัดผลอย่างไร เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเราแล้ว”

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!