เย็นวันอังคารที่แล้ว ฝนเพิ่งหยุดตก อากาศหน้าตึกสำนักงานเย็นแบบปลายฝนที่ไม่ต้องใส่แจ็กเก็ตแต่ขนลุกเบาๆ แล้วในลิฟต์มีเพื่อนร่วมงานที่ไม่ค่อยคุยกันหันมาถามว่า "ฉีดอะไรหอมเหมือนเค้กอุ่นๆ แต่แบบแพง" วันนั้นมิ้นท์ฉีดวานิลลาขวดละสามร้อยกว่าบาทที่กดมาจากไลฟ์เองกับมือ ยิ้มแก้มแทบแตกค่ะ 5555
นั่นแหละเหตุผลที่มานั่งเขียนอยู่นี่ เพราะกลางตุลา ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้คือช่วงที่น้ำหอมกลิ่นวานิลลาทำงานเก่งที่สุด ห้องแอร์ไม่ฆ่ากลิ่น แถมเย็นๆ ค่ำๆ ทำให้วานิลลาสายบูซี่และสายครีมหอม "ขึ้น" กว่าตอนอากาศชื้นร้อนๆ แบบมีนาเยอะ มิ้นท์เลยควักวานิลลาแบรนด์ไทยทุกขวดบนชั้น บวกขวดใหม่ที่กดช่วงพักโปรหลัง 10.10 มาฉีดวนทีละขวดหลายวัน แล้วเล่าตรงๆ ว่าตัวไหนคุ้มทุกบาททุกสตางค์ ตัวไหนข้ามได้
Scentry Vanilla Collection — ขวดละ 390 บาท ที่โน้ตกลิ่นอ่านแล้วนึกว่านิชหลักพัน
ถ้างบหลักร้อยและอยากได้วานิลลาที่ไม่หอมแบบน้ำหอมหลักร้อย Scentry คือชื่อแรกที่ยื่นให้เลย คอลเลกชัน Vanilla ตอนนี้เขามี 7 กลิ่น ขวดแก้วฝากลมสีขาวเหมือนกันหมด ขนาด 30 ml ราคาขวดละ 390 บาท (ราคาเต็มบนกล่อง 1,190 บาท แต่เท่าที่เจอไม่มีใครจ่ายเต็มสักคน 5555) ที่ว้าวคือหลังกล่องลิสต์โน้ต top/middle/base ครบแบบไม่กั๊ก พร้อมเลข อย. ให้ตรวจ

ตัวเด่นของล็อตใหม่คือ Spicy Vanilla เปิดด้วยพริกไทยชมพูและมะกรูดซ่าๆ ใสๆ ไม่ทึบเลย กลางเป็นซีดาร์กับกระดังงานวลๆ แล้วฐานคือวานิลลาเกรดสูงสุดตัดด้วยกำยานและมัสก์ หวานลึกสโมกกี้วู้ดดี้เหมือนเหล้าบ่มในถังโอ๊ก ร้านเคลมติดทนราว 8 ชั่วโมง ส่วนบนผิวมิ้นท์ฉีดเก้าโมงเช้า เลิกงานหกโมงเย็นได้กลิ่นที่คอเสื้ออีกทีตอนกลับถึงห้องคืนนั้น ขวดนี้ใส่ได้ทั้งวันทำงานและเดตเย็นๆ ใบเดียวครอบจักรวาลจริง
Plantifolia Vanilla คือฝั่งกลับกัน เปิดด้วยควันเบาๆ กับหนังนุ่มๆ แล้วค่อยๆ ละเป็นวานิลลาหวานนวลครีมมี่แบบกลิ่นผิว ฉีดแล้วคนนั่งข้างๆ ในห้องประชุมจะเอียงคอมาถาม ส่วน Puff Vanilla เป็นน้องเล็กสายมีชีวิตชีวา ฟรุ้ตตี้ฉ่ำๆ ห่อวานิลลา มีมะลิและแซนดัลวูดพาวเดอรี่ตัด ใครกลัววานิลลาทึบจมูกเริ่มที่ขวดนี้
ไตรโอรุ่นแรกยังกดได้และยังคุ้ม: Candy Vanilla ฟรุ้ตตี้ทรอปิคัลปิดท้ายคาราเมล หวานซนแต่ติดทนน้อยสุดในบ้านราว 4-6 ชั่วโมง Sugar Vanilla คือนมสตรอว์เบอร์รีผสมแอปเปิ้ลเขียวและเนคทารีน สดใสวัยเรียน บนกล่องเคลม 8-10 ชั่วโมง และบนเสื้อผ้านางทำได้จริง Nude Vanilla วานิลลาไอศกรีมมะพร้าวแป้งๆ สายคลีน กระจายตัวดีสุดของคอลเลกชัน เหมาะกับคนที่อยากหอมแบบคนเพิ่งอาบน้ำทาครีมแพง
ข้อดี
- ราคา 390 บาท แต่หลายกลิ่นเคลมติดทน 8-10 ชั่วโมง
- มี 7 กลิ่นครอบตั้งแต่ฟรุ้ตตี้ สายคลีน จนถึงสโมกกี้บูซี่ ใช้ได้ทุกเพศ
- กล่องระบุโน้ตครบและเลข อย. ชัดเจน กดออนไลน์แบบหลับตาได้
ข้อเสีย
- การกระจายตัวนุ่มๆ เหมาะกับห้องแอร์และระยะใกล้กว่ายืนกลางแจ้งร้อนๆ
- Candy Vanilla อยู่ได้ราว 4-6 ชั่วโมง ต้องฉีดซ้ำหลังมื้อเที่ยง
- กลิ่นดังหมดสต็อกเร็วช่วงไลฟ์ ต้องรอรีสต็อกเป็นรอบ
พิกัดกดคือร้าน Scentry.shop บน Shopee ราคา 390 บาทต่อขวดเท่ากันทั้งคอลเลกชันค่ะ
LE HORM Vanilla Venue — รัมออนเดอะร็อกในขวด 890 บาท
ถ้า Scentry คือวานิลลาประจำวัน LE HORM Vanilla Venue คือวานิลลาสำหรับเย็นที่อยากถูกจำ น้ำในขวดสีอำพันเข้มมาก แค่เปิดฉีดครั้งแรกได้เลมอน ส้ม และพริกไทยชมพูตัดความบูซี่จนช่วงเปิดไม่ขนมเลย นึกภาพรัมเทออนเดอะร็อก แก้วเย็นๆ หอมเหล้าแต่ใสกริ๊ง


กลางกลิ่นรัม โกโก้ และกระวานมาครบ ก่อนดรายดาวน์เป็นแซนดัลวูดครีมมี่วู้ดดี้สไปซี่ จบแบบนั่งจิบเครื่องดื่มหวานๆ ในบาร์แจ๊สบุด้านไม้ทั้งหมด การสวมใส่ของมิ้นท์: ฉีดข้อมือสองสเปรย์แปดโมงเช้า ประชุมทั้งวัน ออกกินข้าวเที่ยงแดดเปรี้ยง สองทุ่มอาบน้ำยังเหลือกลิ่นที่ข้อมือราว 20% สำหรับน้ำหอมไทยงบไม่เกินพัน ตัวนี้คุ้มเงินที่สุดเท่าที่เคยฉีดมา
ราคา 20 ml ที่ King Power อยู่ที่ 890 บาท ถ้าใช้ทุกวันค่อยขยับไป 50 ml ซึ่งเจอบน Lazada ราคา 1,420 บาท ลดจาก 1,490 บาท คำเตือนเดียว: สายหวานนม gourmand ขวดนี้ไม่ใช่ เพราะเขาหวานแบบใสและคลาสซี่ ไม่ใช่หวานเลี่ยนแบบขนม
ดูราคาและสต็อกได้ที่หน้าสินค้า King Power ค่ะ
EVERPINK Skinship — หวานแบบผ้าห่มนวมอุ่นๆ กลิ่นผิวที่เซฟสุดในห้องประชุม
ขวดสุดท้ายแพงสุดในลิสต์แต่ก็เซฟสุดในห้องประชุม: EVERPINK Skinship มันไม่ใช่วานิลลาตรงตัว แต่เปิดด้วยความหวานแบบ cotton candy แล้วไอริสกับ Iso E Super จะดึงลงมาเป็นกลิ่นผิว ฐานเป็นไวท์อูด ออร์คาออกซ์ และลอเรนอกซ์ จบหวานนุ่มอุ่นๆ ที่ดมแล้วนึกถึงวานิลลาละลายบนผิว มิ้นท์ฉีดบนเสื้อเชิ้ตขาวแล้วเพื่อนทักว่าหอมเหมือนน้ำยาปรับผ้านุ่มแบรนด์หรู 5555

โน้ตทางการคือ top cotton candy / middle iris, Iso E Super / base white oud, orcanox, lorenox และแบรนด์เคลมติดทน 6 ชั่วโมง บนผิวมิ้นท์ชั่วโมงที่ 5 กลิ่นจะแนบผิวมาก แต่ที่ปกเสื้อยังอยู่ถึงเย็น ขนาด 50 ml ถือว่าแพงสุดต่อมล. ในลิสต์นี้ และราคาสวิงตามโปรแต่ละรอบแรงมาก ก่อนกดเช็กหน้าร้าน official อีกทีนะคะ เหมาะกับคนอยากได้ความหวานนุ่มแบบไม่รบกวนใครทั้งออฟฟิศ
โน้ตเต็มดูได้ที่หน้าสินค้า Konvy ส่วนพิกัดกดมิ้นท์จิ้มร้าน official ของแบรนด์บน Shopee ค่ะ
ตารางเทียบไวๆ และทริกฉีดวานิลลาให้ทนถึงชั่วโมงที่ 8

ก่อนไปกด ตารางที่มิ้นท์จดแปะกระจกไว้ เลือกตามงบและมู้ดได้เลยค่ะ
| กลิ่น | โทนกลิ่น | ความติดทน | ราคา |
|---|---|---|---|
| Scentry Spicy Vanilla | สไปซี่วานิลลา สโมกกี้วู้ดดี้ | ราว 8 ชม. | ฿390 (30 ml) |
| Scentry Sugar Vanilla | นมสตรอว์เบอร์รี ฟรุ้ตตี้สดใส | 8-10 ชม. | ฿390 (30 ml) |
| Scentry Nude Vanilla | ไอศกรีมมะพร้าว สายคลีน | 8-10 ชม. | ฿390 (30 ml) |
| Scentry Candy Vanilla | ทรอปิคัลฟรุ้ต คาราเมล | 4-6 ชม. | ฿390 (30 ml) |
| LE HORM Vanilla Venue | รัมบูซี่ โกโก้ แซนดัลวูด | เช้าถึงสองทุ่มบนผิวมิ้นท์ | ฿890 (20 ml) |
| EVERPINK Skinship | คอตตอนแคนดีสู่กลิ่นผิวมัสก์ | แบรนด์เคลม 6 ชม. | 50 ml เช็กราคาโปรหน้าร้าน |
ส่วนทริกที่ทำให้วานิลลาอยู่ถึงชั่วโมงที่ 8 จริง: ฉีดบนผิวที่ทาโลชันเพิ่งซึม ยังชื้นๆ อยู่ กลิ่นจะเกาะดีกว่าผิวแห้งหนึ่งเท่าตัว ฉีดเพิ่มหนึ่งสเปรย์ที่ปกเสื้อด้านในหรือชายเสื้อ เพราะผ้าถือกลิ่นนานกว่าผิวมาก และอย่าถูข้อมือเด็ดขาด ให้กลิ่นเซ็ตตัวเอง วานิลลาสายฟรุ้ตตี้แบบ Candy ให้เลเยอร์บนโลชันไม่มีกลิ่นเป็นฐานก่อนแล้วค่อยฉีดทับ ถ้าจะตุนจริงๆ รอจังหวะ 11.11 คูปองร้านไทยซ้อนโค้ดแพลตฟอร์มแล้วขวด 390 เคยหลุดไปสองร้อยปลายมาแล้วค่ะ
ปิดท้ายด้วยความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ: น้องนักเรียนนักศึกษาหรือน้องเฟิร์สจอบเบอร์งบหลักร้อย เริ่มที่ Scentry Sugar หรือ Nude ขวดเดียวใช้ได้ทั้งเทอม มนุษย์เงินเดือนที่อยากได้ออร่าแพงตอนเดตเย็นๆ เก็บเงินคว้า LE HORM Vanilla Venue ขวด 20 ml เอาอยู่ทั้งหน้าหนาว สายหวานนุ่มกลัวรบกวนเพื่อนข้างโต๊ะ EVERPINK Skinship หรือ Scentry Plantifolia ตอบโจทย์ที่สุด ส่วนควรตุนไหม กลิ่นเดลีมีขวดเดียวพอ แต่สายบูซี่ถ้าเห็นราคาหลุดต่ำกว่าเจ็ดร้อยเมื่อไหร่คว้าสำรองอีกขวดได้เลย อาทิตย์นี้ลิฟต์ออฟฟิศมิ้นท์ยังหอมเค้กอุ่นๆ อยู่เลย ถ้าเพื่อนข้างโต๊ะหันมาถามว่าฉีดอะไร แวะมาคอมเมนต์บอกกันหน่อยนะคะ หรือใครฉีดขวดไหนในลิสต์อยู่แล้ว มาคอนเฟิร์มหน่อยว่าชั่วโมงที่ 8 บนตัวคุณเหลืออะไร มิ้นท์อ่านทุกเสียงจริงๆ ค่ะ













