ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

7 สัญญาณเงียบที่บอกว่าใจคุณอาจมีปัญหา มากกว่าที่คิด

7 สัญญาณเงียบที่บอกว่าใจคุณอาจมีปัญหา มากกว่าที่คิด
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

โรคหัวใจ ภัยเงียบอันดับหนึ่งที่ไม่เริ่มจากอาการเจ็บหน้าอก

สัญญาณเตือนโรคหัวใจ คือกลุ่มอาการและความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในร่างกาย เช่น การหายใจ เหนื่อยง่าย การพูด การมองเห็น หรือความผิดปกติบนผิวหนัง ใบหู และดวงตา ที่สะท้อนความเสื่อมของหลอดเลือดและการไหลเวียนเลือด ซึ่งอาจเกิดขึ้นล่วงหน้านานหลายปีก่อนเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดสมองตีบ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากเข้าใจว่าตนเองยังแข็งแรงดีและไม่ได้รีบพบแพทย์ จนพลาดโอกาสในการวินิจฉัยและป้องกันภาวะรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประชากร และถูกเรียกว่าภัยเงียบไม่ใช่เพราะมันพบได้น้อย แต่เพราะหลายคนไม่มีอาการชัดเจนจนวันที่เกิดเหตุใหญ่ เช่น หัวใจวายหรืออัมพาตเฉียบพลัน แพทย์ด้านควบคุมโรคย้ำว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดจากปัจจัยร่วมหลายอย่าง ทั้งความดันโลหิตสูง อาหารไม่ดีต่อสุขภาพ เบาหวาน โรคอ้วน โรคไต ภาวะไขมันในเลือดสูง มลพิษ การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย การดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด ประวัติครอบครัว และอายุที่มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าคนที่คิดว่าตนเองแข็งแรง ก็อาจซ่อนความเสี่ยงเอาไว้โดยไม่รู้ตัว

7 สัญญาณเงียบที่บอกว่าใจคุณอาจมีปัญหา มากกว่าที่คิด

ใบหูดึงสัญญาณ หัวใจอาจตีบกว่าที่เห็นด้วยตา

หนึ่งในสัญญาณเตือนโรคหัวใจที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือรอยพับเฉียงที่ติ่งหู หรือ Frank’s Sign รอยนี้เป็นเส้นทแยงมุมพาดผ่านติ่งหู อาจพบข้างเดียวหรือสองข้าง งานวิจัยบางส่วนพบว่าคนที่มีรอยพับลักษณะนี้มีแนวโน้มพบโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าคนทั่วไป จึงถูกตั้งคำถามอยู่เสมอว่ามันคือ “หน้าต่างสู่หลอดเลือดหัวใจ” หรือไม่ คำตอบคือ มันไม่ใช่เครื่องยืนยันการเป็นโรคหัวใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็น่าเสียดายหากเรามองข้ามมันไปอย่างไม่ใส่ใจ รอยพับที่ติ่งหูอาจเกิดจากความเสื่อมของเนื้อเยื่อและหลอดเลือดร่วมกัน จากอายุ พันธุกรรม หรือปัจจัยเสี่ยงสะสมอื่น ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจจึงมองว่าหากพบรอยพับนี้ โดยเฉพาะในคนอายุน้อย หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง ควรใช้เป็นแรงเตือนให้กลับมาตรวจสุขภาพและประเมินปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ปล่อยผ่านแล้วคิดว่าเป็นเรื่องความสวยงามเท่านั้น

ดวงตา ปาก และคำพูด ภาษากายของหลอดเลือดที่อาจถูกมองข้าม

ดวงตาและคำพูดคือสองจุดที่มักส่งสัญญาณก่อนเกิดอุบัติเหตุทางหลอดเลือดครั้งใหญ่โดยที่เจ้าตัวไม่ทันเอะใจ ปื้นไขมันสีเหลืองรอบเปลือกตา หรือ Xanthelasma อาจบอกถึงระดับคอเลสเตอรอลที่สูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด แม้ปื้นเหล่านี้จะไม่ใช่การวินิจฉัยตรงๆ แต่ถ้าเกิดในคนอายุน้อยยิ่งควรรีบตรวจระดับไขมันในเลือด อีกสัญญาณคือวงแหวนสีขาวหรือเทารอบตาดำในคนอายุต่ำกว่า 45 ปี หรือ Arcus Juvenilis ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะไขมันในเลือดสูงทางพันธุกรรมและเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจตั้งแต่อายุยังน้อย ในขณะเดียวกัน แพทย์ด้านหัวใจและหลอดเลือดเตือนว่าอาการพูดไม่ชัด ปากเบี้ยวเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องขำ แต่มักสัมพันธ์กับเส้นเลือดแดงในสมองเสื่อมและตีบ ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ดี และโรคเส้นเลือดสมองตีบมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เพราะทั้งหมดคือโรคของเส้นเลือดแดงเสื่อม ใครที่เริ่มพูดไม่ชัดหรือมุมปากตกผิดปกติ ควรไปตรวจระบบหัวใจและหลอดเลือดทันที ไม่ควรรอให้เกิดอัมพฤกษ์ค่อยไปโรงพยาบาล

เมื่ออาการยังไม่ชัด แพทย์ใช้การตรวจอะไรหาโรคหัวใจ

ข้ออันตรายของภัยเงียบหลอดเลือดคือกว่าคราบไขมันจะสะสมจนหลอดเลือดหัวใจตีบ ผู้ป่วยอาจเพิ่งเริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หรือเจ็บร้าวไปไหล่ แขน คอ กราม หรือหลังเท่านั้น หากปล่อยทิ้งไว้ก็เสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คำถามคือจะตรวจวินิจฉัยหัวใจอย่างไรโดยไม่เสียเวลาและไม่ตรวจเกินจำเป็น แนวทางสมาคมโรคหัวใจแห่งยุโรปปี 2024 แนะนำให้แพทย์ประเมินปัจจัยเสี่ยงก่อน เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง ประวัติครอบครัว การสูบบุหรี่ และอายุ แล้วจึงเลือกการตรวจที่เหมาะสม ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจทุกอย่าง วิธีตรวจเริ่มตั้งแต่คลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือ EKG เพื่อตรวจจังหวะการเต้นของหัวใจ อัลตราซาวนด์หัวใจดูโครงสร้างและการบีบตัว การทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย หรือวิ่งสายพาน การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจแบบไม่ต้องใส่สายสวน และการฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวนสำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง คำพูดที่ควรจำคือ “ไม่ได้มีแค่การเจ็บหน้าอกเท่านั้นที่จะให้สิทธิคุณไปพบแพทย์” การมีปัจจัยเสี่ยงมากเพียงพอก็เป็นเหตุผลที่ดีในการเข้ารับการประเมินหัวใจ

พลิกเกมจากรักษาเป็นป้องกัน ดูแลหัวใจก่อนเป็นข่าวร้ายของครอบครัว

เมื่อรับรู้แล้วว่าสัญญาณเตือนโรคหัวใจหลายอย่างแฝงตัวอย่างแนบเนียน ทางเลือกมีสองทาง คือรอให้โรคแสดงตัวในห้องฉุกเฉิน หรือเริ่มป้องกันวันนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมโรคแนะนำชัดว่าเราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที หรือสะสมให้ได้สัปดาห์ละ 150 นาที การงดสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เลิกดื่มแอลกอฮอล์ และเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละครั้ง การควบคุมอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรหลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด มันจัด เค็มจัด รักษาน้ำหนักให้อยู่ในช่วงดัชนีมวลกาย 18.5 ถึง 22.9 ดูแลจิตใจให้ไม่เครียด และหลับพักผ่อนให้พอ หากมีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อหรือเริ่มมีสัญญาณผิดปกติ เช่น แน่นหน้าอก เหนื่อยง่ายผิดปกติ พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว หรือมีปื้นไขมันรอบตา ควรพบแพทย์ด้านหัวใจเพื่อประเมินความเสี่ยงและพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม อ้างอิงตามแนวทางสมาคมโรคหัวใจแห่งยุโรป ESC Guidelines 2024 แพทย์จะเลือกตรวจให้เหมาะกับแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกอย่าง เพราะเกมของโรคหัวใจแพ้ชนะกันที่คำว่าทันเวลา ไม่ใช่ที่ความกล้าทน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!