Agentic Healthcare คืออะไร และทำไมเวที Siriraj x MIT จึงสำคัญ
Agentic Healthcare คือแนวคิดการใช้ AI ทางการแพทย์ในฐานะตัวแทนอัตโนมัติที่ไม่เพียงทำนายความเสี่ยงโรค แต่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติในกระบวนการดูแลผู้ป่วย โดยต้องคำนึงถึงความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบร่วมระหว่างแพทย์ ระบบ AI และสถาบันทางการแพทย์ เพื่อสร้างการแพทย์ที่เชื่อถือได้ในโลกที่ข้อมูลทางสุขภาพซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
งาน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 คือเวทีที่ประกาศชัดว่า AI ในโรงพยาบาลกำลังก้าวข้ามบทบาทเดิมจากเครื่องมือช่วยอ่านภาพหรือทำนายผล ไปสู่การเป็นเอเจนต์ร่วมออกแบบแผนการรักษาอย่างเป็นระบบ งานจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ระหว่างวันที่ 16–20 ตุลาคม 2569 ภายใต้ธีม Agentic Healthcare: ยกระดับ AI จากโมเดลอัจฉริยะ สู่นวัตกรรมการแพทย์ที่เชื่อถือได้ และมีใบสมัครเข้าร่วมแล้วกว่า 1,100 ใบ จาก 35 สัญชาติ นี่ไม่ใช่แค่งานวิชาการ แต่คือสัญญาณว่าการแพทย์กำลังปรับสมการอำนาจการตัดสินใจให้มี AI เข้ามาเป็นผู้เล่นตัวจริง

จาก AI ตัวช่วยวิเคราะห์สู่เอเจนต์ที่ลงมือรักษา
หัวใจของ Agentic Healthcare คือการยอมรับว่า AI ทางการแพทย์ไม่ได้หยุดอยู่ที่การทำ Prediction อีกต่อไป จากเดิมที่ใช้เพื่อประเมินความเสี่ยงและแนวโน้มของโรค ปัจจุบันเทคโนโลยีกำลังก้าวไปสู่ระบบที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติในกระบวนการดูแลผู้ป่วยได้จริง นั่นหมายถึง AI จะช่วยเลือกแนวทางการวินิจฉัย ลำดับการสั่งตรวจ ติดตามการตอบสนองต่อการรักษา และแจ้งเตือนแพทย์เมื่อพบสัญญาณผิดปกติอย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนผ่านนี้ทำให้คำถามสำคัญในวงการสาธารณสุขเปลี่ยนจากว่า AI ทำได้แค่ไหน ไปเป็นเราจะเชื่อมั่น ให้สิทธิ และกำกับดูแล AI ในโรงพยาบาลอย่างไรให้การแพทย์ที่เชื่อถือได้ยังยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เวที Siriraj x MIT จึงถูกออกแบบให้ถกทั้งด้านวิศวกรรม แพทยศาสตร์ และจริยศาสตร์ ไม่ใช่แค่โชว์ของใหม่ แต่เพื่อวางกติกาและมาตรฐานก่อนที่ Agentic Healthcare จะถูกนำมาใช้จริงในวงกว้าง

Hackathon และ LLM-athon ห้องทดลองความน่าเชื่อถือของ AI ทางการแพทย์
ถ้าเวทีวิชาการคือที่ถกแนวคิด Hackathon และ LLM-athon ก็คือห้องทดลองที่บังคับให้ทุกคนพิสูจน์ว่าความคิดสวยหรูแปลงเป็นระบบที่รับผิดชอบต่อชีวิตคนไข้ได้หรือไม่ งานปีนี้มีทั้งการแข่งขัน Hackathon เวิร์กชอป และการประชุมวิชาการ ที่ดึงนักวิจัย AI ทางการแพทย์จากทั่วโลกมาร่วมออกแบบ Agentic Healthcare ในสถานการณ์จริง ผู้ชนะ Hackathon ยังมีเส้นทางต่อยอดสู่ BeyondHack และ MIT Grand Hack พร้อมโอกาสเข้า Accelerator และนำเสนอที่บอสตันในปี 2570
วันที่ 19 ตุลาคม ไฮไลต์อยู่ที่ LLM-athon นำโดย Dr. Leo Anthony Celi จาก MIT Laboratory for Computational Physiology และ Harvard Medical School กิจกรรมนี้ตั้งคำถามกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ว่า เมื่อเปลี่ยนภาษา คำตอบต่อคำถามทางคลินิกเดียวกันทำไมจึงอาจแตกต่าง และต่างมากพอจะกระทบความปลอดภัยของผู้ป่วยหรือไม่ ประเด็นนี้สำคัญมากในบริบทที่แพทย์และผู้ป่วยใช้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เวิร์กชอปนี้จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจความแตกต่างของคำตอบ LLMs ระหว่างภาษาและต้องการเห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าระบบ AI จะน่าเชื่อถือแค่ไหนในสถานการณ์หลายภาษา

เวทีวิชาการนานาชาติและราคาบัตร Early Bird ที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากการแข่งขัน จุดแข็งอีกด้านของงานคือการรวมนักวิจัยระดับแถวหน้าจากหลายสถาบันมานั่งโต๊ะเดียวกัน ทั้ง MIT Stanford Harvard รวมถึง Tsinghua University และ Peking University รายชื่ออย่าง Prof. Eric Grimson ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์และการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ หรือทีมที่อยู่เบื้องหลัง AI Agent Hospital ที่ถูกระบุว่าเป็นแห่งแรกของโลก สะท้อนว่าคำว่า Agentic Healthcare ไม่ได้เป็นเพียงสโลแกน แต่คือแนวทางวิจัยที่กำลังถูกผลักดันอย่างจริงจังบนเวทีโลก
ในมุมคนทำงานระบบสุขภาพ นี่เป็นโอกาสหาได้ยากที่จะได้ฟังมุมมองเรื่องการแพทย์ที่เชื่อถือได้ตั้งแต่ระดับโมเดลข้อมูลไปจนถึงระดับนโยบาย ในงานมีทั้ง Workshop Day วันที่ 19 ตุลาคม และวันประชุมวิชาการเต็มวัน วันที่ 20 ตุลาคม โดยบัตร Early Bird จำหน่ายถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เท่านั้น และมีราคาสำหรับนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา 5,000 บาท รวมถึงบัตร Early Bird สำหรับประชุมวิชาการ 10,000 บาท และ Workshop Day 19 ตุลาคม บัตรทั่วไป 2,000 บาท สำหรับคนที่คิดจะลองก้าวเข้าสู่โลก Agentic Healthcare นี่เป็นการลงทุนด้านความรู้ที่คุ้มค่า
ก้าวต่อไปของ Agentic Healthcare และโอกาสของผู้เล่นในระบบสุขภาพ
การที่ศิริราชจับมือ MIT ผ่านข้อตกลงความร่วมมือระยะ 3 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2568–2570 เพื่อจัดประชุมวิชาการและ Hackathon อย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพแห่งอาเซียน ส่งสารชัดเจนว่า Agentic Healthcare จะไม่หยุดเป็นแค่โครงการทดลองระยะสั้น แต่จะกลายเป็นเสาหลักหนึ่งของยุทธศาสตร์ AI ทางการแพทย์ในภูมิภาคนี้ในระยะยาว
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า AI จะมาแทนแพทย์หรือไม่ แต่คือใครจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานของการแพทย์ที่เชื่อถือได้ในยุคที่ AI มีสิทธิออกคำสั่งแทนมนุษย์บางส่วน คนทำงานสาธารณสุข นักพัฒนา และผู้ประกอบการที่อยากให้ AI ในโรงพยาบาลรับใช้ผู้ป่วยอย่างยุติธรรมและปลอดภัย ควรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนานี้ตั้งแต่วันนี้ เวที Siriraj x MIT Hacking Medicine คือโอกาสร่วมวางกติกาก่อนที่ Agentic Healthcare จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบสุขภาพโดยที่เราไม่มีส่วนร่วมออกแบบ






