Happitat คืออะไร และทำไมแลนด์มาร์กบางนานี้ถึงต่างจากห้างทั่วไป
Happitat คือโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่บนทำเลบางนา ตราด กม 7 ที่ผสมผสานศูนย์การค้าแบบผสมผสาน พื้นที่กิน ช้อป ออฟฟิศ กิจกรรม และพื้นที่สีเขียวไว้ในอาณาจักรเดียว เน้นการออกแบบประสบการณ์การใช้เวลาแบบครบวงจรตั้งแต่เช้าไปจนถึงค่ำ ให้คนเมืองสามารถใช้ชีวิต พักผ่อน ทำงาน และเสพความบันเทิงในที่เดียว โดยตั้งตัวเองเป็นจุดหมายปลายทางแห่งความสุขไม่ใช่แค่สถานที่จับจ่าย
หัวใจของข่าวนี้คือการเปิดตัว Happitat แลนด์มาร์กบางนาใหม่ที่ประกาศตัวว่าเป็น World’s First Happiness Destination เปิดฉากอย่างเป็นทางการบนพื้นที่กว่า 2 แสนตารางเมตร พร้อมคอนเซปต์ THE MAGICAL DESTINATION OF HAPPINESS ที่บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด มหาชน หรือ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ใช้เป็นคำอธิบายตัวตนของโครงการ สิ่งที่ทำให้ Happitat น่าสนใจไม่ใช่แค่ขนาดหรือความอลังการ แต่คือการยืนยันว่านี่ไม่ใช่ “ห้างอีกแห่ง” แต่คือพื้นที่ทดลองรูปแบบใหม่ของการใช้ชีวิตในเมือง

จาก Grand Opening สุดอลัง ถึงการวางตัวเป็น World’s First Happiness Destination
การเปิดตัวของ Happitat ไม่ได้เป็นเพียงพิธีตัดริบบิ้น แต่ถูกออกแบบให้เป็นงานระดับมหกรรมที่เล่าอัตลักษณ์ของโครงการตั้งแต่วินาทีแรก Grand Opening Ceremony รวมศิลปินและคนดังกว่า 100 ชีวิต พร้อมแขกรับเชิญพิเศษอย่าง Zhou Yiran ที่ดึงแฟนคลับหลากเจเนอเรชันให้เดินทางมาร่วมงาน ตามคำประกาศของผู้พัฒนา “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอีกหลากหลายเรื่องราวที่ Happitat เตรียมสร้างขึ้นต่อจากนี้” ทำให้เห็นชัดว่าเขาไม่ได้คิดถึงแค่วันเปิด แต่คิดยาวไปถึงการหมุนเวียนกิจกรรมตลอดปี
ช่วงค่ำคือ The Sky Canvas of Happiness การแสดงโดรนกว่า 2,222 ลำที่เนรมิตท้องฟ้าให้เป็นผืนผ้าใบเล่าเรื่อง Butterfly Phenomenon ร่วมกับเสียงจาก Thailand Philharmonic Orchestra กว่า 40 ชีวิต งานนี้จงใจทำให้ท้องฟ้า พื้นที่สีเขียว และอาคารกลายเป็นเวทีเดียวกัน ซึ่งสะท้อนแนวคิดหลักของ Happitat ว่าความสุขไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ภายในตัวอาคาร จุดยืนแบบนี้ต่างจากศูนย์การค้าดั้งเดิมที่เน้นกิจกรรมภายในและปล่อยให้ภายนอกเป็นเพียงที่จอดรถ

Bloominas Wonderwild และ Festie Town สามอาคาร หลายบทบาทในศูนย์การค้าแบบผสมผสาน
แกนหลักของ Happitat คือสามอาคารที่ตั้งใจให้มีบุคลิกต่างกัน ได้แก่ Bloominas Wonderwild และ Festie Town โดยแต่ละอาคารไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อเป็นแค่ “ตึกสำหรับให้เช่า” แต่ถูกใส่คาแรกเตอร์แบบธีมพาร์กเข้าไปในศูนย์การค้าแบบผสมผสาน Bloominas เป็นโซนไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม รวมร้านค้า ร้านอาหาร สุขภาพ ความงาม และบริการต่างๆ เพื่อให้คนสามารถนัดเพื่อนมากินข้าว หาคาเฟ่นั่ง เดินช้อป หรือทำธุระหลายอย่างในวันเดียว Grand Stairs พร้อม Immersive Experience อย่าง The Butterfly Trail และ Forest of Time ก็ยิ่งตอกย้ำว่า Bloominas ถูกออกแบบให้เดินเพลินมากกว่าจะรีบซื้อแล้วรีบกลับ
ฝั่ง Wonderwild คือโลกสำหรับเด็กและครอบครัว ผสานความสนุก การเรียนรู้ และการใช้เวลาร่วมกัน มี Whimsical Market ที่รวมร้านอาหารและคาเฟ่มากกว่า 60 ร้านไว้กับโลกของคาแรกเตอร์ Happitat และการแสดงแสงสีเสียงตลอดวัน พร้อม Edutainment Zone ที่ทำให้เด็กมีกิจกรรมเสริมทักษะ ขณะที่ผู้ใหญ่ก็ยังมีมุมกินและนั่งพัก ส่วน Festie Town ถูกวางเป็นพื้นที่กึ่งกลางแจ้งสำหรับอีเวนต์และกิจกรรมที่หมุนเวียนตลอดปี ทำให้ Happitat ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ แต่กลายเป็น “เวที” ที่เปลี่ยนเนื้อหาได้ตามเวลา

พื้นที่สีเขียว แพสปอร์ตตรายาง และวิถีใช้เวลาของคนเมืองฝั่งบางนา
ในมุมของผู้ใช้งานจริง Happitat แลนด์มาร์กบางนาแห่งนี้พยายามเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินห้างให้กลายเป็นการ “ใช้เวลา” มากกว่าการจับจ่าย พื้นที่กว่า 2 แสนตารางเมตรถูกแบ่งเป็นโซนหลากหลาย ทั้งกิน ช้อป ทำกิจกรรม พาเด็กมาเรียนรู้ ดูงาน Immersive จนถึงพื้นที่กลางแจ้งและผืนป่าด้านหลัง มีทั้ง Amphitheatre เชื่อมต่อธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวที่ช่วยให้คนสลับออกไปพักจากโซนร้านค้า ผู้เขียนมองว่าการมีผืนป่าด้านหลังไม่ใช่แค่กิมมิก แต่คือการยอมรับว่าคนเมืองเริ่มโหยหาความเขียวพอๆ กับความสะดวกสบาย
กิจกรรมอย่าง Happitat Passport ที่ให้เดินสะสมตราประทับ 7 จุดทั่วโครงการเพื่อรับของขวัญ ทำให้การเดินสำรวจกลายเป็นเกมมากกว่าการเดินหลง งานเวิร์กชอปตั้งแต่จัดสวนขวด Herbarium ไปจนถึงเพ้นต์หน้า ก็ช่วยเปลี่ยนภาพการมา “เดินห้าง” ให้เป็นการมาทำกิจกรรมร่วมกัน ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังเสริมด้วยสิทธิพิเศษและคูปองผ่านแอปพลิเคชันให้ผู้มาเยือนได้ Welcome Gift ในช่วงเปิดตัว เพื่อจูงให้คนลองใช้พื้นที่ให้เต็มที่มากกว่ามาเดินครั้งเดียวแล้วจบ

ทำไม Happitat จึงสำคัญต่ออนาคตเมือง และโครงการนี้จะเดินต่ออย่างไร
Happitat ไม่ได้เป็นเพียงแลนด์มาร์กบางนาแห่งใหม่ แต่เป็นสนามทดลองของซีพี แอ็กซ์ตร้าในการสร้างปลายทางที่ประกาศชัดว่ามุ่งสู่การเป็น World’s First Happiness Destination ที่ทำให้ความสุขเป็นส่วนหนึ่งของทุกมิติการใช้ชีวิต การรวมช้อปปิ้ง ร้านอาหาร ออฟฟิศ กิจกรรมเด็ก อีเวนต์ และพื้นที่สีเขียวไว้ในศูนย์การค้าแบบผสมผสานเดียว ทำให้โครงการนี้มีศักยภาพเป็น “เมืองย่อส่วน” ที่คนสามารถใช้ชีวิตทั้งวันโดยไม่รู้สึกว่าอยู่ในห้าง หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ เราอาจได้เห็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นหันมาให้ความสำคัญกับการออกแบบประสบการณ์และพื้นที่สีเขียวมากขึ้น
ผู้พัฒนาประกาศชัดว่าการเปิดตัวครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เหล่าประสบการณ์ใหม่ กิจกรรม และอีเวนต์จะผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาเติมชีวิตให้กับทุกพื้นที่ของ Happitat อย่างต่อเนื่อง และตั้งใจดึงดูดคนจากทั่วประเทศและทั่วโลกให้เดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง ในแง่มุมของผู้เขียน ความสำเร็จของ Happitat จะไม่ได้วัดแค่จำนวนผู้เข้าชมหรือยอดเช่า แต่จะวัดจากคำถามง่ายๆ ว่า คนอยากกลับมาใช้เวลาอยู่ที่นี่อีกหรือไม่ ถ้าคำตอบคือใช่ โครงการนี้ก็อาจกลายเป็นต้นแบบของแลนด์มาร์กเมืองรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ความสุข” มากกว่าการบริโภคเพียงอย่างเดียว


