US Open จากทัวร์นาเมนต์เทนนิสสู่แฟชั่นโชว์กลางอัฒจันทร์
แฟชั่น US Open คือภาพรวมของการแต่งกายสุดประณีตที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันเทนนิส US Open ซึ่งดึงดูดเหล่าเซเลบริตี้ ดีไซเนอร์เดรส และสตรีทสไตล์เทนนิสให้มาบรรจบกันบนอัฒจันทร์ กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้ชมแต่งตัวประชันความหรูหรา ความสปอร์ต และความเป็นตัวเอง จนทัวร์นาเมนต์กีฬาเปลี่ยนบทบาทเป็นเวทีแฟชั่นระดับโลกที่สื่อทั่วโลกจับตามอง
เสน่ห์ของแฟชั่น US Open ไม่ได้อยู่แค่ในชุดขาวสไตล์นักเทนนิส แต่อยู่ที่วิธีที่เหล่าคนดังใช้คอร์ตเทนนิสเป็นรันเวย์ชั่วคราว ทัวร์นาเมนต์ที่จัดขึ้นที่ USTA Billie Jean King National Tennis Center เริ่มต้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมและดำเนินต่อเนื่องถึงวันที่ 13 กันยายน ทำให้มีเวลามากพอให้เซเลบริตี้หมุนเวียนกันมาแสดงลุคใหม่ทุกวัน ขณะเดียวกันการแข่งยังทับซ้อนกับสัปดาห์แฟชั่นนิวยอร์ก ทำให้บรรยากาศยิ่งเหมือนงานแฟชั่นโชว์มากกว่าทัวร์นาเมนต์กีฬา

Kaia Gerber ลุคดำมินิมัลที่พาเราโฟกัสกลับไปยุคซูเปอร์โมเดล 90s
หัวใจของแฟชั่น US Open ปีนี้เริ่มต้นจากลุคดำสุดคมของ Kaia Gerber เธอเลือกเดรสสีดำคลาสสิกจากดีไซเนอร์ Yana Matkivski ลงคอร์ตวันแรกของทัวร์นาเมนต์ที่ศูนย์เทนนิส USTA Billie Jean King National Tennis Center โครงชุดแบบแขนกุดทรงดินสอให้ซิลูเอตสะอาดตา คล้ายชุดวินเทจสไตล์ชุดว่ายน้ำ ทำให้ลุคนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างความสปอร์ตและความหรูแบบออฟฟิศ
ความเฉียบของลุคไม่ได้จบที่ดีไซเนอร์เดรส เธอเสริมด้วยรองเท้าส้นเตี้ยสีดำ แว่นกันแดดทรงใหญ่ สายนาฬิกาทองเส้นบาง และกระเป๋า Fendi Baguette ลายเสือที่เป็นเวอร์ชันรีเอดิชันจากกระเป๋าช่วงต้นยุค 2000 ทำให้ทั้งชุดมีความย้อนยุคแบบเจาะจง ไม่ใช่แค่ความเก๋แบบเลื่อนลอย สิ่งที่น่าสนใจคือ เธอกำลังสานต่อภาพจำของแม่อย่าง Cindy Crawford ที่เคยใส่ลุคแทบจะเหมือนกันในงานหนึ่งมาก่อน การแต่งกายครั้งนี้จึงไม่ใช่แฟชั่นเดี่ยว แต่เป็นบทสนทนาระหว่างสองเจเนอเรชันของซูเปอร์โมเดลในรูปแบบสตรีทสไตล์เทนนิส
Serena Williams, Anna Wintour และพลังของเซเลบริตี้ลุคบนอัฒจันทร์
หาก Kaia Gerber คือภาพของยุคมินิมัล Anna Wintour และ Serena Williams ก็คือสองเสาหลักที่พิสูจน์ว่าทัวร์นาเมนต์เทนนิสสามารถยกระดับเป็นงานแฟชั่นได้อย่างสมบูรณ์ แฟชั่นไอคอนรายหนึ่งปรากฏตัวในเทรนช์โค้ตสีแทนพิมพ์ลายดอกไม้เต็มตัวจากแบรนด์อิตาลี จับคู่กับเดรสสีโทนเดียว รองเท้าบู๊ตหนัง และแว่นกันแดดทรงโอเวอร์ไซซ์ซิกเนเจอร์ของเธอ การเลือกเทรนช์โค้ตที่ดูเป็นทางการมานั่งดูเทนนิส ส่งสัญญาณชัดว่าอัฒจันทร์คือ front row รูปแบบใหม่
ข้างๆ กัน Serena Williams เลือกเส้นทางต่างออกไป เธอสวมแจ็กเก็ตกันลมสปอร์ตจาก Nike แต่จับคู่กับต่างหูเพชร สร้อยคอทอง และจี้ Van Cleef Alhambra ทำให้ลุคกลายเป็นการผสม high low ที่เฉียบคมที่สุดลุคหนึ่งของงาน ภาพทั้งคู่ที่นั่งเรียงกันคือหลักฐานว่าคอร์ตเทนนิสสามารถท้าชนพรมแดงได้เต็มตัว ขณะที่ผู้ชมบางส่วนจับตานักกีฬาในคอร์ต แฟนแฟชั่นจำนวนไม่น้อยกำลังมองหาแรงบันดาลใจจากเซเลบริตี้ลุคในสแตนด์แทน
Tinashe, Remy Ma และคลื่นสตรีทสไตล์เทนนิสยุคใหม่
อีกด้านหนึ่งของแฟชั่น US Open ปีนี้คือคลื่นสตรีทสไตล์เทนนิสที่สดใหม่จากศิลปินและแร็ปเปอร์ชื่อดัง Tinashe ต่างโอบรับกลิ่นอาย early 2000s ผ่านเชิ้ตสีขาวประดับรายละเอียดจับคู่มินิสเกิร์ตทรงคม เติมความกลมกล่อมด้วยรองเท้าส้นตึกโทนขาว และเครื่องประดับอย่างสร้อยจี้เงินและต่างหูทองทรงประติมากรรม ลุคนี้แสดงให้เห็นว่าเทนนิสไม่จำเป็นต้องขาวสนิท แต่สามารถตีความช่วงต้นยุค Y2K ให้เข้ากับสนามได้อย่างมีชั้นเชิง
ด้าน Remy Ma เลือกตีความสตรีทสไตล์เทนนิสผ่านกระโปรงพลีตและครอปท็อปโทนหนังอ่อน สวมพร้อมหมวก visor สีขาวจาก Dior เติมประกายด้วยสร้อยคอเพชร ต่างหูห่วง และนาฬิกาประดับอัญมณี ก่อนปิดลุคด้วยรองเท้าแตะของ Miu Miu ที่มีโบว์ลายgingham ทั้งสองลุคทำให้เห็นว่าความสปอร์ตสามารถจับคู่กับความหรูได้โดยไม่ต้องอยู่คนละฝั่ง และยืนยันว่าทัวร์นาเมนต์เทนนิสกำลังกลายเป็นแหล่งอ้างอิงใหม่ของแฟชั่นสตรีทในเมืองใหญ่
US Open กำลังแทนที่พรมแดง หรือเพิ่มเวทีใหม่ให้แฟชั่น
เมื่อมองภาพรวมของเซเลบริตี้ลุคตั้งแต่ Kaia Gerber ไปจนถึง Da’Vine Joy Randolph ที่เลือกเดรสซาตินโทนเข้มคาดเข็มขัดและรองเท้าส้นสูงเรียบหรู จะเห็นว่าทุกคนแต่งตัวด้วยระดับความตั้งใจเดียวกับการขึ้นพรมแดง หลายคนเลือกเครื่องประดับทอง นาฬิกาหรู สร้อยคอเพชร และกระเป๋าใบเด่นในฐานะ status symbol เพื่อให้ชุดนั่งดูเทนนิสกลายเป็นลุคที่ถูกถ่ายรูปไม่ต่างจากงานประกาศรางวัล
ประโยคที่ควรจดจำคือ “บางคนจับตานักกีฬาในคอร์ต ส่วนอีกจำนวนมากกำลังจับตาเซเลบริตี้ในอัฒจันทร์” นี่คือการยืนยันว่าทัวร์นาเมนต์เทนนิสไม่ได้เป็นแค่สนามกีฬา แต่เป็นเวทีแฟชั่นที่แข่งขันกับพรมแดงดั้งเดิมได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แฟชั่น US Open จึงไม่ใช่ฉากหลังของกีฬาอีกต่อไป มันกลายเป็นเรื่องเล่าหลักที่กำลังเปลี่ยนวิธีที่เราเข้าใจคำว่าแฟชั่นโชว์ และเปิดพื้นที่ให้สตรีทสไตล์เทนนิสเดินเคียงข้างดีไซเนอร์เดรสบนเวทีเดียวกัน





