ยูเอสโอเพ่นในสายตาโอซากะ คือแฟชั่นโชว์ที่มีไม้เทนนิสเป็นพร็อพ
เนโอมิ โอซากะ แฟชั่น ในยูเอสโอเพ่นคือแนวคิดที่มองการแข่งขันเทนนิสไม่ใช่แค่สนามประลองฝีมือ แต่เป็นเวทีที่ใช้เสื้อผ้า สไตล์ และแรงบันดาลใจทางวัฒนธรรมมาเล่าเรื่องตัวตนของนักกีฬาแต่ละคน ยูเอส โอเพ่น สไตล์ จึงกลายเป็นพื้นที่ที่เส้นแบ่งระหว่างชุดกีฬาและแฟชั่นชั้นสูงเริ่มเลือนหาย กลายเป็นการแสดงออกทางภาพลักษณ์ที่มีทั้งความสตรีทและความหรูหราในเวลาเดียวกัน
จุดแข็งที่สุดของโอซากะในฐานะ เทนนิส แฟชั่นไอคอน คือการที่เธอมองแกรนด์สแลมแต่ละรายการราวกับแฟชั่นโชว์ สไตล์ทั้งในและนอกคอร์ตจึงกลายเป็นอีเวนต์ในตัวเองไปแล้ว ทุกครั้งที่แฟนๆ เฝ้ารอให้เธอก้าวออกจากอุโมงค์ใน Billie Jean King National Tennis Center ความตื่นเต้นไม่ได้มาจากคะแนนในคอร์ตเท่านั้น แต่จากคำถามว่า “วันนี้เธอจะใส่อะไร” การแข่งขันยูเอสโอเพ่นจึงถูกบิดให้เป็นรันเวย์แบบ court-to-crowd ที่คนดูแต่งตัวมาชมแฟชั่นของโอซากะพอๆ กับการดูเกม

จากนักหวดสู่ไอคอน เทนนิส แฟชั่นไอคอน ที่รีเซ็ตเกมสไตล์กีฬา
เส้นทางสู่การเป็น เทนนิส แฟชั่นไอคอน ของโอซากะไม่ได้เริ่มต้นจากแบรนด์หรู หากเริ่มจากการตัดสินใจชัดเจนว่า “การปรากฏตัวทุกครั้งต้องมีเรื่องเล่า” เธอหยิบแรงบันดาลใจจากภาพถ่ายแอนนา คูร์นิโควาในปี 2003 มาต่อยอด เปลี่ยนช่วงซ้อมก่อนแข่งให้มีลุคหลายวัน ทั้งกระโปรงสั้นสีส้ม เสื้อเกาะอก โทนคาราเมล ไปจนถึงดีไซน์สีเทอร์ควอยซ์จับจีบ ซ้อมจึงไม่ใช่พื้นที่หลังบ้าน แต่เป็นอารัมภบทของโชว์ใหญ่ในวันแข่ง
คำกล่าวของ Sunitha Kumar Nair ผู้เขียนหนังสือ Ace: The Times & Style of Tennis ยืนยันว่า “เรากำลังเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการด้านแฟชั่นเทนนิสอย่างแท้จริง โดยมีผู้เล่นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่หันมาใส่ใจเรื่องแฟชั่น และโอซาก้าก็เป็นผู้นำในเรื่องนี้” เมื่อคนภายในวงการยอมรับว่าแฟชั่นกลายเป็นสนามแข่งอีกใบ นักกีฬายุคใหม่จึงถูกคาดหวังให้คิดเรื่องภาพลักษณ์อย่างจริงจัง โอซากะใช้ช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างทำผม แต่งหน้า ไปงานปาร์ตี้ หรือเลือกลุคยีนส์รีไซเคิลที่มีลายทีมกีฬาเมืองบอสตันและนิวยอร์ก เป็นพื้นที่ทดลองตัวตนใหม่ๆ สไตล์ของเธอจึงไม่ใช่ของตกแต่ง แต่เป็นภาษาหลักที่บอกว่าเธอเป็นใคร

ดีไซเนอร์หลากแบรนด์ กับการเล่าเรื่องแบบกีฬา สตรีท สไตล์
โอซากะไม่พอใจกับการเป็นเพียงผู้สวมชุดสปอนเซอร์ เธอเลือกทำงานกับดีไซเนอร์หลากรายแล้วปั้นคอลเลกชันเฉพาะกิจให้ยูเอสโอเพ่น โดยมีธีมชัดคือการสดุดีนักบาสเกตบอลระดับตำนาน Allen Iverson และวัฒนธรรมฮิปฮอปที่หลอมรวมกีฬา สตรีท สไตล์ เข้าไว้ด้วยกัน ในแมตช์แรก เธอเตรียมชุดจากดีไซเนอร์ต่างกันสามชุด ทั้งชิ้นที่ดึงจากคอลเลกชันรันเวย์ฤดู Fall/Winter มาปรับโฉมให้เข้ากับบริบทเทนนิส และการออกแบบโลโก้ NBA ใหม่ในธีมเทนนิส เป็นการบอกชัดว่ากีฬาทุกประเภทสามารถพูดภาษาแฟชั่นร่วมกันได้
การเลือก Who Decides War มาสร้างเดรสทูลล์ที่ผสานกับฮู้ดดี้แขนกุดแต่งขาด แล้วเย็บคลิปข่าวชัยชนะของตัวเองลงบนเสื้อ สะท้อนว่าลุคของเธอคืออาร์ไคฟ์ชีวิตเคลื่อนที่ เฮดแบนด์และปลอกแขนที่อ้างอิง Iverson ทำให้ภาพรวมกลายเป็นการคารวะ NBA ในแบบเทนนิสที่กล้าหาญ ด้าน Thom Browne แปลดีเอ็นเอของโอซากะออกมาเป็นโค้ตทรงพองฟูสีขาวปักไม้เทนนิสขนาดจิ๋ว ชายกระโปรงลากยาวและผ้าตาข่ายที่โยงกับชุดแข่งแรงบันดาลใจจากบาสเกตบอลของ Nike ทำให้ยูเอส โอเพ่น สไตล์ ของเธอมีทั้งความเฟมินีนและความสตรีทในคราวเดียว

Court-to-crowd styling เมื่อทีม แฟชั่น เดินลงสนามพร้อมนักกีฬา
สิ่งที่ทำให้เนโอมิ โอซากะ แฟชั่น แตกต่างจากนักเทนนิสสายสปอนเซอร์คนอื่น คือการคิดถึงภาพรวมตั้งแต่ตัวเองจนถึงทีมรอบข้าง ในบางลุคจาก Thom Browne เธอให้คุณแม่ซึ่งทำงานด้านการสื่อสาร และสมาชิกทีมอีกหลายคนใส่ชุดที่เข้าธีมเดียวกันไปด้วย ภาพของนักกีฬาพร้อมทีมงานในลุคโทนเดียวกันเดินออกจากอุโมงค์จึงให้ความรู้สึกเหมือนกลุ่มโมเดลเปิดโชว์แฟชั่นมากกว่าคณะนักกีฬา นี่คือ court-to-crowd styling ในความหมายตรงที่สุด เพราะแฟชั่นถูกออกแบบให้เชื่อมสนามกับคนดูแบบภาพเดียวจบ
ด้านลุคจาก MONSE ที่เป็นแจ็กเก็ตทรงสเวตเตอร์สีเทาจับคู่กับกางเกงขายาวทรงกว้างจาก Nike ก็ยืนยันว่าชุดวอร์มก่อนแข่งสามารถมีความเป็นแฟชั่นเต็มระดับรันเวย์ได้โดยไม่ทิ้งฟังก์ชันการเคลื่อนไหว เธอเคยเป็นแอมบาสเดอร์ของหลุยส์วิตตองแล้วก้าวสู่สถานะฟรีแลนซ์ที่สามารถร่วมงานกับแบรนด์ใดก็ได้ ตราบใดที่จัดการเวลาและโลจิสติกส์ได้ทัน ก่อนลงแข่งเธอมีเวลาเพียงไม่กี่นาทีในการถอดชุดแฟชั่นออกจากร่างเพื่อเหลือแค่ชุดแข่ง แปลว่าลุคทั้งหมดต้องคิดเผื่อการถอดเปลี่ยนเร็ว แต่ยังคงความซับซ้อนในดีไซน์ นี่คือการพิสูจน์ว่าศิลปะและประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องแลกกัน

เมื่อแฟชั่นกลายเป็นที่หลบหนี และสนามต่อรองอำนาจของนักกีฬา
โอซากะเคยพูดตรงไปตรงมาว่าแฟชั่นเป็นเหมือนที่หลบหนีของเธอ มันไม่ได้ช่วยคลายเครียดโดยตรง แต่ช่วยให้เธอพูดคุยในหัวข้ออื่น และแสดงให้ผู้คนเห็นอีกด้านหนึ่งของชีวิตที่ไม่เกี่ยวกับคะแนนในคอร์ต น่าสนใจที่เธอมองชุดแต่ละชุดเหมือนตัวละครในวิดีโอเกม การลองดีไซน์ใหม่จึงเหมือนการเลือกอวตารใหม่ที่กล้า พูดแทนตัวตนที่อาจไม่ได้แสดงออกในการให้สัมภาษณ์หรือการเล่นกีฬา สำหรับคนที่ค่อนข้างเก็บตัว การปล่อยให้เสื้อผ้าเป็นตัวพูดคือการใช้แฟชั่นเป็นภาษาส่วนตัว
จุดเปลี่ยนใหญ่คือชุดไนกี้ที่ดีไซน์โดย Yoon Ahn ในยูเอสโอเพ่น 2024 ซึ่งเป็นการกลับมาลงแข่งหลังให้กำเนิดลูกสาว ดีไซน์สไตล์ฮาราจูกุที่เต็มไปด้วยระบายและโบว์หลายชั้น ทำให้เธอถูกอ่านใหม่ในฐานะหญิงสาวที่มีทั้งความเปราะบางและพลังกล้าหาญในเวลาเดียวกัน เมื่อเธอเริ่มร่วมงานกับ Robert Wun หรือ Hana Yagi ผ่านการค้นพบในอินสตาแกรม ลุคที่ตามมาบน French Open และ Wimbledon ก็ยิ่งตอกย้ำว่าช่องทางออนไลน์เปิดโอกาสให้ เทนนิส แฟชั่นไอคอน รายนี้สร้างความสัมพันธ์กับดีไซเนอร์อินดี้ และดันพวกเขาเข้าสู่สื่อหลักระดับ CNN และ BBC ได้จากการเลือกใส่ผลงานของพวกเขา







