DINE-IN บนแอป Grab Food คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ
บริการ DINE-IN คือฟีเจอร์ในแอป Grab Food ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ค้นหาร้านอาหาร ดูรีวิว ซื้อดีล และใช้สิทธิ์กินที่ร้านผ่านมือถือในขั้นตอนเดียว เน้นความคุ้มค่าด้วยดีลส่วนลดและการเดินทางพร้อมกันในระบบเดียว ช่วยเชื่อมโลกออนไลน์เข้ากับประสบการณ์กินข้าวนอกบ้านของผู้บริโภคยุคใหม่แบบครบวงจร โดยไม่จำกัดเฉพาะการสั่งเดลิเวอรีเท่านั้น หัวใจของบริการนี้คือการยอมรับความจริงว่าผู้คนเริ่มกลับไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น หลังช่วงโควิดผ่านพ้น พฤติกรรมการกินกลับมาสู่ร้านอาหาร แต่ความเคยชินกับเทคโนโลยีไม่หายไป แอปเดียวที่เคยใช้สั่งเดลิเวอรี จึงถูกต่อยอดให้รองรับมื้อกินที่โต๊ะด้วย แนวคิด “อิ่ม คุ้ม ครบ จบทุกเรื่องกินที่ร้าน” สะท้อนชัดว่าผู้ให้บริการไม่ได้คิดถึงแค่การส่งอาหาร แต่ต้องการจับทั้งประสบการณ์การกินตั้งแต่ค้นหาร้านจนลุกออกจากโต๊ะ

จากกลับไปกินที่ร้าน สู่กลยุทธ์ซูเปอร์แอปจับทุกมื้อ
เบื้องหลังการเปิดบริการ DINE-IN คือการอ่านเทรนด์เศรษฐกิจอาหารที่ยังเติบโต ผู้ให้บริการคาดว่าธุรกิจร้านอาหารจะมีมูลค่า 4.35 แสนล้านบาทและเติบโตประมาณ 7.1% ตลอดปี เมื่อมูลค่าก้อนใหญ่อยู่ที่การกินในร้าน ไม่ใช่แค่เดลิเวอรี การรออยู่แค่ในบ้านของผู้ใช้จึงไม่พออีกต่อไป การผลักดันฟีเจอร์ใหม่จึงเป็นการปรับตัวของซูเปอร์แอปให้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมทั้งการเดินทาง การจ่ายเงิน และการกินในมื้อเดียวกัน เป้าหมายไม่ใช่เพียงให้คนเปิดแอป Grab Food เวลาอยากกิน แต่ให้เปิดทุกครั้งที่คิดจะออกไปร้านอาหาร ด้วยการรวมบริการค้นหาร้าน รีวิว ดีล และเรียกรถไว้ในที่เดียว เพื่อให้ “การออกไปกินข้าว” กลายเป็นเส้นทางในแอปมากพอ ๆ กับบนถนน

ดีลพิเศษร้านอาหาร และการใช้โปรฯ เป็นอาวุธดึงคนเข้าร้าน
สิ่งที่ทำให้บริการ DINE-IN น่าสนใจสำหรับคนกินข้าวแบบแคชชวลคือการผูกโปรโมชั่นอาหารกับการเดินทางอย่างแน่นหนา แอป Grab Food เสนอส่วนลดจากร้านอาหารพันธมิตรสูงสุดถึง 40% ในรูปแบบ E-Voucher พร้อมดีลรถโดยสารจากแกร็บลดสูงสุด 25% เมื่อใช้โค้ด “DINE-IN” สำหรับการไปและกลับจากร้านที่ร่วมรายการ แนวคิดนี้ไม่ได้มาแบบไร้พื้นฐาน เพราะก่อนหน้าเคยเปิดแคมเปญ GrabFood AGENTS OF S.A.L.E. หน่วยลดพิเศษ ที่อัดโปรโมชั่นกว่า 10,000 ดีล มอบส่วนลดสูงสุด 60% พร้อมโค้ดลดเพิ่ม 30% และมี Flash Sale ลดได้ถึง 70% เพื่อกระตุ้นให้คนสั่งเดลิเวอรีอยู่บ้านช่วงโควิด ประโยคที่ควรจดคือ การอัดโปรฯ ไม่ได้มีแค่เป้าหมายเพิ่มออเดอร์ แต่คือการขยับพฤติกรรมผู้บริโภคไปในทิศทางที่แพลตฟอร์มต้องการ

จากโปรฯ เดลิเวอรีสู่โปรฯ กินที่ร้าน เปลี่ยนสนามรบของแอปอาหาร
หากช่วงโควิดคือสงครามเดลิเวอรี แคมเปญหน่วยลดพิเศษของ GrabFood คืออาวุธชิ้นใหญ่ที่ทำให้ผู้ใช้คุ้นกับการรออาหารหน้าบ้าน ภายใต้โปรโมชันสูงสุด 60% และโค้ดลดเพิ่ม 30% พร้อม Flash Sale ลดสูงสุด 70% เพื่อสนับสนุนให้คนอยู่บ้านลดการสัมผัส วันนี้สนามรบเปลี่ยนจากหน้าประตูบ้านไปอยู่ที่หน้าร้านอาหาร และบริการ DINE-IN ก็เป็นการพกอาวุธชุดเดิมไปใช้ในบริบทใหม่ จุดต่างสำคัญคือ เป้าหมายไม่ใช่แค่จำนวนออเดอร์ แต่คือจำนวนคนที่เดินเข้าร้าน พาร์ตเนอร์ร้านอาหารสามารถสมัครเข้าร่วม DINE-IN ผ่านเว็บไซต์ที่กำหนด เพื่อรับดีลและการโปรโมตในแอป ในขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มก็เดินหน้าชูร้านเด็ดทั่วประเทศภายใต้โครงการ GrabThumbsUp ตั้งเป้าชู 2,000 ร้านเด็ดทั่วประเทศภายในปี 2564 กลยุทธ์นี้ทำให้โปรฯ ไม่ใช่แค่ส่วนลด แต่คือเวทีให้ร้านเล็กและใหญ่แย่งพื้นที่ในใจผู้ใช้

แอปเดียวจบทั้งเส้นทางการกิน ใครได้ ใครเสีย
เมื่อบริการ DINE-IN ถูกวางภายใต้คอนเซ็ปต์ “อิ่ม คุ้ม ครบ จบทุกเรื่องกินที่ร้าน” แอป Grab Food กำลังประกาศชัดว่าเป้าหมายคือการครอบครองทั้งเส้นทางการกิน ตั้งแต่ค้นหาร้าน ดูรีวิว ซื้อดีลในรูปแบบ E-Voucher ไปจนถึงเรียกรถไปกลับร้านอาหารในแอปเดียว สำหรับผู้บริโภค ผลลัพธ์ชัดเจนคือความสะดวกและส่วนลดที่จับต้องได้ สำหรับร้านอาหารคือโอกาสได้ผู้ลูกค้าเพิ่ม แต่ต้องแลกด้วยการเล่นตามกติกาของแพลตฟอร์ม มุมที่น่าคิดคือ เมื่อแอปกลายเป็นประตูหลักสู่ร้านอาหาร ใครที่ไม่อยู่ในแพลตฟอร์มอาจถูกมองไม่เห็นในสายตาผู้ใช้เมืองที่เคยชินกับการกดแอปก่อนออกจากบ้าน สุดท้ายผู้ชนะอาจไม่ใช่แค่ร้านที่อาหารอร่อยที่สุด แต่คือร้านที่ผสมผสานรสชาติในจานกับดีลในแอปได้ลงตัวที่สุด ส่วนผู้ใช้ก็ต้องฉลาดเลือก ใช้โปรฯ ให้คุ้มโดยไม่ถูกดึงให้กินเกินความจำเป็น



