ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เครือข่าย HHA กับสงครามเงียบในที่ทำงาน: จากความเครียดสู่สุขภาวะครบวงจร

เครือข่าย HHA กับสงครามเงียบในที่ทำงาน: จากความเครียดสู่สุขภาวะครบวงจร
ความสนใจ|สุขภาพจิต

HHA คืออะไร และทำไมภัยเงียบในที่ทำงานถึงต้องการเครือข่ายใหม่แบบนี้

โครงการ HHA หรือ Holistic Health Advisor คือเครือข่ายพี่เลี้ยงในสถานประกอบการที่ออกแบบมาเพื่อดูแลคนทำงานแบบครบวงจร ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสุขภาพการเงิน โดยเน้นการคัดกรอง ให้คำปรึกษา และเชื่อมต่อระบบช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ เป้าหมายของ HHA คือป้องกันไม่ให้ความเครียดจากงาน ภาวะหมดไฟที่งาน และปัญหาหนี้สินกลายเป็นภัยเงียบที่กัดกร่อนคุณภาพชีวิตแรงงานและศักยภาพการแข่งขันขององค์กรระยะยาว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพจึงร่วมกับกรมสุขภาพจิตและภาคีเครือข่ายพัฒนาแนวทาง HHA ภายใต้แนวคิด Connecting People • Empowering Well-being • Building Healthy Organizations เพื่อสร้างบุคลากรในองค์กรให้เป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาวะของคนทำงาน หากมองตามตัวเลข ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลทำให้ทั่วโลกสูญเสียวันทำงานราว 12,000 ล้านวันต่อปี ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาสุขภาพจิตแรงงานไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของลูกจ้างอีกต่อไป แต่เป็นโจทย์เชิงยุทธศาสตร์ของทุกองค์กร ข้อมูลระบบ Mental Health Check-in ยังพบว่าคนวัยทำงานอายุ 20–59 ปีมีความเครียดระดับสูงร้อยละ 11 และพุ่งขึ้นเป็นร้อยละ 28 ในกลุ่มอายุ 20–29 ปี ถ้าองค์กรยังมองเรื่องนี้เป็นแค่ “ปัญหาส่วนบุคคล” ก็เท่ากับปล่อยให้ตนเองเสียโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเงียบ ๆ การตั้งเครือข่าย HHA จึงเป็นคำตอบที่กล้าชนกับโครงสร้างการทำงานยุคดิจิทัล ซึ่งทำให้เวลาเลิกงานไม่ใช่จุดสิ้นสุดของภาระงานอีกต่อไป ความเชื่อมต่อถาวรผ่านเทคโนโลยีแปลว่าคนทำงานแบกรับภาระทางจิตใจต่อเนื่อง และความเสี่ยงต่อสุขภาพจิตแรงงานจึงเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ องค์กรที่ยังเชื่อว่าการให้สวัสดิการพนักงานหมายถึงแค่ประกันสุขภาพหรือโบนัสเงินสด กำลังตกยุคจากความเป็นจริงใหม่ที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก

เครือข่าย HHA กับสงครามเงียบในที่ทำงาน: จากความเครียดสู่สุขภาวะครบวงจร

จากตัวเลขสู่การลงมือ: 16 องค์กรต้นแบบและพี่เลี้ยง HHA ที่เปลี่ยนวัฒนธรรมงาน

แก่นของโครงการ HHA ไม่ใช่การเพิ่มเครื่องมือ แต่คือการปลูกคนดูแลคนทำงานเองในองค์กร ผ่านการสร้างทีมโค้ชสุขภาพจิตอาสาและพี่เลี้ยงที่เพื่อนร่วมงานไว้วางใจ Holistic Health Advisor ถูกออกแบบให้ดูแล 3 มิติพร้อมกัน ได้แก่ สุขภาพกาย Body สุขภาพจิต Mind และสุขภาพการเงิน Financial ไม่ใช่แยกส่วนเป็นโครงการเฉพาะกิจคนละแผนก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 กรมสุขภาพจิตร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและภาคีเครือข่ายจัดประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการดำเนินงาน HHA ภายใต้แนวคิด Connecting People • Empowering Well-being • Building Healthy Organizations เชื่อมพลังคน สร้างสุขภาวะ ขับเคลื่อนองค์กรแห่งอนาคต มีผู้บริหารและบุคลากรกว่า 150 คนเข้าร่วม พร้อมมอบรางวัลให้ 16 องค์กรต้นแบบเพื่อยกระดับเป็นพี่เลี้ยงสำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายเครือข่ายไปยังสถานประกอบการทั่วประเทศ ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่ภาพสวยในห้องประชุม ตั้งแต่ปี 2567 มีสถานประกอบการเข้าร่วมแล้ว 222 แห่ง ครอบคลุมคนทำงาน 358,560 คน สามารถคัดกรองกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพจิตได้ 32,536 คน โดยกลุ่มที่ได้รับการดูแลมีอาการดีขึ้นถึง 99.98% กลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพกาย 25,600 คนมีผู้ปรับพฤติกรรมดีขึ้น 91.96% และกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพการเงินได้รับความช่วยเหลือ 70% ตัวเลขเหล่านี้พูดแทนว่าเมื่อองค์กรลงทุนสร้างพี่เลี้ยง HHA ปัญหาที่เคยเป็นภัยเงียบเริ่มถูกคลี่ออกและเยียวยาได้จริง ปัจจุบันมีบุคลากร HHA 4,620 คน และ HHA Coach 86 คน ครอบคลุมองค์กร 222 แห่ง แม้เครือข่ายยังอยู่ช่วงตั้งต้น แต่จำนวนคนที่พร้อมเป็น “หูและใจ” ให้เพื่อนร่วมงานคือสัญญาณว่าพลังฟังกันและกันกำลังถูกยกระดับเป็นโครงสร้างใหม่ด้านสวัสดิการพนักงาน ไม่ใช่เพียงกิจกรรมปฐมนิเทศปีละครั้ง

เครือข่าย HHA กับสงครามเงียบในที่ทำงาน: จากความเครียดสู่สุขภาวะครบวงจร

ความเครียดจากงานคือโรคระบาดใหม่ และบทเรียนจากงานวิจัยระดับโลกเรื่องสหภาพแรงงาน

สิ่งที่ทำให้โครงการ HHA มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าการดูแลรายบุคคล คือการยอมรับข้อเท็จจริงว่าความเครียดจากงานได้กลายเป็นสาเหตุหลักของการเจ็บป่วยจากการทำงานในศตวรรษที่ 21 แซงหน้าอันตรายจากงานที่มีความเสี่ยงทางกายภาพแบบเดิมแล้ว รายงานร่วมขององค์การแรงงานระหว่างประเทศและองค์การอนามัยโลกยังระบุว่าราว 11% ของภาวะซึมเศร้าทั่วโลกเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงจากการทำงาน และมีวันทำงานสูญเสียไปกับภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลถึง 12,000 ล้านวันต่อปี ในหลายภูมิภาค ความเครียดจากงานเชื่อมโยงกับโรคหัวใจ โรคเรื้อรัง การติดสารเสพติด และการฆ่าตัวตาย ตัวอย่างจากยุโรปมีการประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตจากความเครียดในที่ทำงานราว 10,000 คนต่อปี มากกว่าผู้เสียชีวิตจากการบาดเจ็บทางกายภาพในที่ทำงานที่อยู่ระดับ 3,286 คน นี่คือหลักฐานว่าการมองความปลอดภัยของแรงงานเฉพาะด้านอุบัติเหตุทางกายภาพกำลังล้าสมัยอย่างชัดเจน ที่น่าสนใจ งานวิจัยในวารสาร Safety Science ซึ่งสำรวจ 45 ประเทศพบว่าความหนาแน่นของสมาชิกสหภาพแรงงานมีผลต่อบรรยากาศความปลอดภัยด้านจิตสังคมในองค์กรถึง 29% มากกว่าผลจากนโยบายระดับชาติที่ทำได้ 27% ข้อเท็จจริงนี้ควรทำให้องค์กรที่หวังจะจัดการภาวะหมดไฟที่งานและความเครียดจากงานหันกลับมาถามตัวเองว่ากำลังร่วมสร้างพื้นที่ให้แรงงานมีเสียงและอำนาจต่อรองในเรื่องสุขภาพจิตแรงงานหรือไม่ นโยบายจากบนลงล่างอาจไม่พอ หากไม่มีโครงสร้างที่ให้คนทำงานรวมตัวกันกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยด้านจิตใจของตนเอง จุดนี้เองที่ HHA สามารถทำงานร่วมกับสหภาพแรงงานได้อย่างมีพลัง พี่เลี้ยง HHAที่เป็นเพื่อนร่วมงาน จะมองเห็นสัญญาณเตือนจากภายในหน้างาน ขณะที่สหภาพแรงงานมีฐานทางนโยบายและการต่อรอง การเชื่อมสองพลังนี้คือโอกาสในการลดความเสี่ยงจิตสังคมได้ลึกและกว้างกว่าการออกคู่มือหรือจัดอบรมมาตรฐานทั่วไปเพียงอย่างเดียว

เครือข่าย HHA กับสงครามเงียบในที่ทำงาน: จากความเครียดสู่สุขภาวะครบวงจร

ทำไมการดูแลกาย ใจ การเงินพร้อมกันจึงเป็นสวัสดิการพนักงานยุคใหม่ที่องค์กรหลีกเลี่ยงไม่ได้

หัวใจของโครงการ HHA คือการยืนยันว่าปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการเงินของแรงงานเชื่อมโยงกันแบบแยกไม่ออก การออกแบบสวัสดิการพนักงานที่ดูแลแค่ด้านใดด้านหนึ่งจึงไม่ทันกับความเป็นจริงในชีวิตคนทำงาน คนที่มีความเครียดจากงานสูงมักพักผ่อนไม่พอ เลือกพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพกาย และเมื่อสุขภาพกายทรุด ประสิทธิภาพก็ลดลง ส่งผลต่อรายได้และสถานะการเงิน เกิดวัฏจักรทำร้ายตัวเองซ้ำ ๆ โครงการ HHAตั้งเป้าชัดว่าจะไม่ให้ปัญหาสุขภาพจิตกลายเป็นภัยเงียบที่บั่นทอนสุขภาพและศักยภาพในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว นั่นหมายถึงการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าประสิทธิภาพการทำงานไม่ได้เกิดจากการกดดันให้คนทำงาน “ทนไหว” แต่เกิดจากระบบที่เสริมให้คนทำงานเห็นคุณค่าตัวเองและมีทรัพยากรเพียงพอในการดูแลชีวิต ทั้งสามมิติที่ HHA ครอบคลุมจึงตอบโจทย์องค์กรที่อยากเปลี่ยนจากวัฒนธรรมล้มแล้วจ่ายชดเชย ไปสู่วัฒนธรรมป้องกันก่อนจะเจ็บป่วย ระยะต่อไป โครงการ HHAเตรียมพัฒนาระบบ Dashboard HHA ระดับประเทศ กำหนดมาตรฐานคุณภาพ HHA พัฒนาวิทยากรระดับ Master Trainer และสร้างเครือข่ายองค์กรต้นแบบ เพื่อขยายการดูแลสุขภาวะจาก Active HHA สู่ Active Organization ถ้าแผนนี้เดินหน้าได้จริง อนาคตของสวัสดิการพนักงานจะไม่ใช่แค่รายการสิทธิประโยชน์บนกระดาษ แต่คือโครงสร้างขององค์กรที่มองคนทำงานเป็นมนุษย์ที่มีร่างกาย จิตใจ และภาระการเงิน ซึ่งต้องได้รับการเคารพและดูแลอย่างเท่าเทียม ในโลกที่ความเครียดจากงานเป็นโรคระบาดเงียบ องค์กรที่ไม่ปรับตัวไปสู่การดูแลแบบองค์รวมกำลังเสี่ยงไม่ใช่เพียงต่อการสูญเสียคนเก่ง แต่ต่อการสูญเสียความเชื่อใจจากแรงงานในระยะยาว ฮีโร่ตัวจริงในเรื่องนี้อาจไม่ใช่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น แต่คือพี่เลี้ยง HHAและเพื่อนร่วมงานที่ลงมือฟังกันวันนี้ ก่อนปัญหาเล็ก ๆ จะแปรเปลี่ยนเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครเยียวยาทัน

เครือข่าย HHA กับสงครามเงียบในที่ทำงาน: จากความเครียดสู่สุขภาวะครบวงจร

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!