Once Upon A Book คืออะไร ทำไมพ่อแม่ยุคจอควรพาเด็กไป
เทศกาลหนังสือเด็กและศิลปะ Once Upon A Book คือพื้นที่กิจกรรมครอบครัวศิลปะที่รวมหนังสือ ศิลปะและดนตรีเด็ก อาหาร และเวิร์กช็อกสร้างสรรค์ไว้ในบรรยากาศเรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติ เปิดให้เด็กและพ่อแม่ใช้เวลาร่วมกันผ่านการอ่าน การเล่น และการลงมือทำอย่างหลากหลาย เพื่อสร้างประสบการณ์เรียนรู้ที่เชื่อมโยงโลกของเรื่องราวกับประสาทสัมผัสและความรู้สึกของทุกคนในครอบครัว โดยมีธรรมชาติเป็นฉากหลังที่ช่วยให้การใช้เวลาร่วมกันเป็นไปอย่างผ่อนคลายและมีความหมายมากขึ้น หัวใจของงานนี้ไม่ใช่แค่การขายหนังสือ แต่คือการชวนครอบครัวออกเดินทางไปไกลกว่าหน้ากระดาษ ผ่านหนังสือน่าอ่าน งานศิลปะ เสียงดนตรี อาหาร และกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ งานจัดขึ้นที่ Happitat โดยบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด มหาชน ระหว่างวันที่ 4–13 กันยายน 2569 เวลา 10.00–22.00 น เข้าร่วมงานฟรีและเป็นพื้นที่ Pet-Friendly ให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงมาใช้เวลาร่วมกัน

จากหนังสือสู่โลกศิลปะและดนตรี ประสบการณ์หลายมิติสำหรับเด็ก
สิ่งที่ทำให้ Once Upon A Book แตกต่างจากเทศกาลหนังสือเด็กทั่วไป คือการออกแบบให้การอ่านผสานกับศิลปะและดนตรีอย่างเป็นเนื้อเดียว กิจกรรมบนเวที Live Music & Stage เติมชีวิตชีวาด้วยดนตรีสดและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น Reading Therapy Storytelling Family Reading Book Talk Writer Lab และ Script Writing Workshop เด็กจึงไม่ได้แค่ฟังนิทาน แต่ได้สัมผัสเสียงดนตรี การเล่าเรื่อง และการพูดคุยในบรรยากาศที่สนุกและเป็นกันเอง หนึ่งในช่วงที่น่าสนใจคือ Classical Music & Reading และ Jazz & Books ที่นำ “เรื่องราว” มาพบกับ “เสียง” ผ่านการอ่านสดและดนตรีคลาสสิกหรือแจ๊ส ช่วยให้เด็กเห็นว่าหนังสือไม่ใช่สิ่งโดดเดี่ยว แต่สามารถเชื่อมกับศิลปะการแสดงและเสียงดนตรีได้อย่างงดงาม สำหรับพ่อแม่ นี่คือโอกาสดีในการใช้กิจกรรมศิลปะและดนตรีเด็กเป็นสะ桥ให้ลูกเปิดใจกับการอ่านมากขึ้นในแบบที่สนุกกว่าการบังคับให้อ่านหนังสือตรงๆ

โซนหนังสือ เวิร์กช็อก และตลาดงานคราฟต์ พื้นที่ให้ครอบครัวลงมือสร้างเรื่องราว
การอ่านจะทรงพลังที่สุดเมื่อเชื่อมกับการลงมือทำ Curated Books ในงานนี้รวบรวมสำนักพิมพ์และร้านหนังสือกว่า 30 บูธ ครอบคลุมตั้งแต่วรรณกรรม หนังสือภาพ หนังสือเด็ก งานแปล หนังสือศิลปะ ไปจนถึงผลงานจากสำนักพิมพ์อิสระ เด็กจึงมีโอกาสเจอหนังสือที่ตอบความสนใจเฉพาะตัว ไม่ว่าจะชอบภาพ วาดเล่น หรือชอบเรื่องเล่าลึกๆ พ่อแม่เองก็สามารถใช้โซน Book Swap ส่งต่อหนังสือเล่มโปรด เปิดบทสนทนาและสร้างมิตรภาพกับเพื่อนนักอ่านคนอื่น นอกจากหนังสือ ยังมี Art & Craft Market ที่รวบรวมผลงานจากศิลปิน นักวาด นักออกแบบ และครีเอเตอร์ ทั้ง Illustration Art Print Sticker Postcard Handmade Lifestyle Goods และ Art Toy ให้เด็กเดินดู เลือกชิ้นงานที่ชอบ และเรียนรู้คุณค่าของงานสร้างสรรค์จากคนทำตัวจริง สำหรับกิจกรรมลงมือทำ Creative Workshop หมุนเวียนตลอด 10 วัน ครอบคลุมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตั้งแต่งานคราฟต์ งานเพ้นท์ การทำของใช้ ไปจนถึงการสร้างสรรค์กลิ่นหอม และยังมีกิจกรรมจาก Plan for Kids ที่ออกแบบมาเพื่อเด็กและครอบครัวโดยเฉพาะ

เรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติ พ่อแม่และลูกเชื่อมโยงกันผ่านช่วงเวลาสงบ
ในยุคที่เมืองและหน้าจอรุกคืบเข้ามาในทุกวัน พื้นที่สีเขียวของ Happitat กลายเป็นฉากสำคัญให้ครอบครัวหายใจเต็มปอดอีกครั้ง Reading in Nature ชวนคนรักการอ่านออกจากความเร่งรีบมาพักใจ หยิบหนังสือเล่มโปรดแล้วเลือกมุมสบายๆ ใต้ร่มไม้ ท่ามกลางธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว เปลี่ยนช่วงเวลาธรรมดาของการอ่านให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน พร้อมเชื่อมโยงเรื่องราว ผู้คน และธรรมชาติเข้าด้วยกัน สำหรับพ่อแม่ การนั่งอ่านหนังสือกับลูกบนสนามหญ้า พูดคุยถึงตัวละคร เสียงนก และลมที่พัดผ่าน เป็นรูปแบบกิจกรรมครอบครัวศิลปะที่เน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เด็กจะรับรู้ว่าการอ่านไม่จำเป็นต้องเกิดบนโต๊ะเรียนหรือหน้าจอ แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกลางแจ้งที่ชวนค้นหาและสงบในเวลาเดียวกัน เมื่อครอบครัวใช้เวลาเช่นนี้ซ้ำๆ เด็กจะค่อยๆ สร้างภาพจำว่าเทศกาลหนังสือเด็กและธรรมชาติคือพื้นที่ปลอดภัยที่เขาอยากกลับมาเสมอ

มองงานเทศกาลแบบพ่อแม่สายคิดยาว เลือกอย่างไรให้ตอบชีวิตครอบครัว
Once Upon A Book แสดงให้เห็นว่าเทศกาลหนังสือเด็กสมัยใหม่ไม่ควรจำกัดตัวเองอยู่แค่ชั้นวางหนังสือ แต่ต้องกลายเป็นพื้นที่ทดลองเรียนรู้ที่เด็ก พ่อแม่ และแม้แต่สัตว์เลี้ยงสามารถใช้เวลาร่วมกันได้อย่างผ่อนคลาย งานนี้เข้าร่วมฟรีและเปิดพื้นที่แบบ Pet-Friendly เพื่อชวนทุกคนในครอบครัวมาค้นพบความสุขในแบบของตัวเอง พ่อแม่ที่อยากให้ลูกออกจากจอและได้สัมผัสโลกกว้างสามารถใช้เทศกาลลักษณะนี้เป็น “ห้องเรียนกลางแจ้ง” ที่ไปง่าย สนุก และไม่กดดัน สิ่งสำคัญคือการวางแผนก่อนพาลูกไป เลือกกิจกรรมที่เหมาะกับวัยและความสนใจ เช่น ศิลปะและดนตรีเด็กบนเวทีสำหรับสายฟังและเต้น เวิร์กช็อกสำหรับสายลงมือทำ และโซนอ่านกลางธรรมชาติสำหรับเด็กที่ชอบสงบ เมื่อเด็กได้ลองหลายรูปแบบ พ่อแม่จะเห็นชัดขึ้นว่าแบบไหนช่วยให้ลูกมีสมาธิและเปิดใจเรียนรู้อย่างมีความสุข สุดท้าย เทศกาลเช่นนี้ไม่ใช่แค่ที่เที่ยว แต่คือจุดเริ่มต้นให้ครอบครัวสร้างวัฒนธรรมการอ่านและเรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติในชีวิตประจำวันต่อไป






