เปิดฟีดตอนนี้เถียงไม่ได้เลยว่าบลัชโทนนิ่งครองเมืองจริงอะไรก็ชมพูตุ่นชมพูนู้ดเบจนมไปหมด เราเองเลื่อนผ่านทีไรใจสั่นทุกทีเพราะตลับมันน่ารักจนเหมือนไม่ได้ขายเครื่องสำอางแต่ขายความนุ่มใจ ก่อนทุกคนจะกดสั่งตามฟีดเราขอเอา 4 ตัวที่ดังที่สุดช่วงกันยาถึงตุลาในช้อปปี้ไทยมากางราคาต่อกรัมให้ดูกันจะๆ เพราะความนัววัดด้วยใจได้แต่ความคุ้มต้องวัดด้วยตัวเลข
บลัชโทนนิ่งท่วมฟีดเพราะอะไร

เทรนด์ที่ทุกคนเรียกกันว่าแอนติบลัชคือจุดเริ่มต้นของทั้งหมด มันคือบลัชที่ปัดแล้วดูเหมือนไม่ได้ปัด แก้มแค่เรืองๆ เหมือนผิวมีเลือดฝาดเอง แบรนด์ไทยขยับตามกันหมดในเดือนกันยา โอดีบีโอออกสีใหม่ของรุ่นไอโคนิค พาวเดอร์ บลัชโทนนิ่งรวมทั้งเบอร์ 13 วิปและเบอร์ 16 โยเกิร์ต ส่วนเมลินดาเติมเฉดโทนนิ่งหกสีเข้าบลัชตลับหัวใจทั้ง 07 พีช เบจ 08 พีโอนี นู้ด 09 ซอฟต์ แซนด์และ 10 ซอฟต์ โรส ฝั่งลิควิดบลัชจากจีนอย่างเอแซดทีเคก็กลายเป็นชื่อที่โผล่ถี่ที่สุดในฟีดบลัชตั้งแต่ต้นตุลา ขณะที่ร้านโอกิยะในช้อปปี้มียอดขายระดับสี่หมื่นชิ้นต่อเดือน เราคิดว่ากระแสโทนนิ่งรอบนี้ไม่ใช่ไฟวาบเดียวแล้วหาย
เราคิดว่าเหตุผลที่โทนนิ่งชนะใจคนทำงานและคนเรียนคือมันพลาดยาก ปัดหนักมือไปก็ยังดูเป็นแก้มจริงไม่เหมือนตัวตลก และที่สำคัญมันเข้ากับรองพื้นบางเบาที่ฮิตอยู่ตอนนี้พอดี แต่ปัญหาคือพอทุกแบรนด์ออกโทนคล้ายกันหมด ราคาต่อตลับก็กระโดดตั้งแต่ห้าสิบเก้าบาทไปจนถึงสองร้อยเก้าสิบบาท ทั้งที่กรัมต่อตลับต่างกันลิบ การดูแค่ราคาหน้าตะกร้าจึงหลอกเราได้เสมอ เราเลยขอเทียบด้วยราคาต่อกรัมเท่านั้น
สายลิควิด: เอแซดทีเค เจลโล ลิควิด บลัช

เอแซดทีเค เจลโล คัลเลอร์ ลิควิด บลัช ขนาด 5 มิลลิลิตร ราคาที่เราเจอในช้อปปี้ไทยเป็นร้านพรีออเดอร์ที่ 290 บาท หน้าสินค้าในช้อปปี้ ตัวขวดเป็นทรงกระบอกฝาเงิน เปิดมาแล้วมีหัวแต้มแบบโดมฟองน้ำจุ่มเนื้อเจลลี่โดยตรง แต้มเป็นจุดแล้วเกลี่ยด้วยนิ้วหรือฟองน้ำ เนื้อจะเซตตัวเป็นฟินิชผงบางๆ ที่แนบผิวมาก ทางแบรนด์เคลมกันน้ำกันเหงื่อและติดทน เฉดสีมีถึงหลักสิบและเฉดที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนยังไม่มีสักขวดคือเบอร์ 04 ชมพูตุนกลางๆ ที่ปัดแล้วไม่โดด
เราคิดว่าคณิตศาสตร์ของขวดนี้คือจุดที่ต้องคุยกันตรงๆ 290 บาทหาร 5 มิลลิลิตรตกมิลลิลิตรละ 58 บาท แพงที่สุดในกลุ่มนี้แบบทิ้งห่าง เรารู้สึกว่าราคานี้มีค่าภาษีความไวรัลจากร้านพรีออเดอร์ปนอยู่พอสมควร ถ้าทุกคนผิวแห้งหรือเกลียดความแป้งบนแก้มและอยากได้แก้มแบบผิวจริงเราว่ามันคุ้มที่จะออมเงินรอ แต่ถ้างบของทุกคนอยู่หลักร้อยเราว่าข้ามไปสายฝุ่นข้างล่างแล้วเงินจะเหลือกินข้าวอีกหลายมื้อ
สายฝุ่น: สามตลับเรียงตามราคาต่อกรัม

ถูกสุดในกลุ่มคือโอกิยะ บลิง บลิง บลัช ตลับสองช่องมีบลัช 5.2 กรัมกับชิมเมอร์ 4.6 กรัมรวม 9.8 กรัม ราคาในช้อปปี้ไทยอยู่ระหว่าง 59 ถึง 109 บาทจากราคาปกติ 189 ถึง 388 บาท และร้านทางการมีราคาลูกค้าใหม่ 59 บาท หน้าสินค้าในช้อปปี้ ตกกรัมละประมาณ 6 ถึง 11 บาทถูกจนแทบเหมือนแจกฟรี เบอร์ 06 เป็นชมพูนู้ดคู่ชิมเมอร์ชมพูอ่อนใช้ทาได้ทั้งแก้มและตา เราคิดว่าต่อให้ทุกคนใช้แต่ช่องบลัชแล้วปล่อยช่องชิมเมอร์ไว้สวยๆ ราคาต่อกรัมก็ยังชนะเพื่อนทั้งกลุ่มอยู่ดี ข้อเดียวที่ต้องเตือนคือเม็ดชิมเมอร์ค่อนข้างเด่น เรารู้สึกว่าสายแมตต์จ๋าอาจใช้ช่องที่สองยากนิดหนึ่ง
กลางตารางคือโอดีบีโอ ไอโคนิค พาวเดอร์ บลัช รหัสโอดี1325 ขนาด 4.2 กรัม ราคาในช้อปปี้ไทยราว 101 ถึง 115 บาทจากราคาปกติ 159 ถึง 199 บาท หน้าสินค้าในช้อปปี้ ตกกรัมละประมาณ 24 ถึง 27 บาท ตลับฝาใสจานบลัชใหญ่กดได้มันมือ สีใหม่โทนนิ่งอย่างเบอร์ 13 วิปและเบอร์ 16 โยเกิร์ตให้ชมพูนมตุ่นๆ ที่ปัดซ้ำสองรอบก็ยังไม่นัวเกิน เราคิดว่านี่คือตลับคุ้มสุดสำหรับคนปัดทุกวันเพราะจานใหญ่ขนาดนี้ใช้ข้ามปีได้สบาย
แพงสุดต่อกรัมในกลุ่มฝุ่นคือเมลินดา ดรีมมี เบลอรี บลัช รหัสเอ็มซี5109 ตลับหัวใจขนาด 2.8 กรัม ราคาช้อปปี้มอลล์ 99 บาทจากราคาปกติ 199 บาท หน้าสินค้าในช้อปปี้ ตกกรัมละประมาณ 35 บาท สิ่งที่เพิ่มมาให้คือโจโจบาออยล์วิตามินอีและสควาเลนในเนื้อบลัชทำให้เกลี่ยแล้วไม่ดึงผิวแห้ง เฉดโทนนิ่งใหม่ที่เพิ่มมาหกสีเมื่อเดือนกันยาทำให้คนผิวเหลืองเลือกได้ง่ายขึ้น เราคิดว่าทุกคนจ่ายค่าความละมุนของเนื้อและค่าส่วนผสมบำรุงไม่ได้จ่ายแค่สี ถ้าผิวแห้งแก้มลอกง่ายตลับนี้คือคำตอบของสายฝุ่น
สรุปแบบมีมี: เงินควรจบที่ตลับไหน
เราเรียงให้ชัดๆ ตามงบและสภาพผิว งบน้อยสุดและอยากได้ชิมเมอร์แต่งตาแถมไปด้วยจบที่โอกิยะราว 59 ถึง 109 บาท คนปัดทุกวันอยากได้จานใหญ่สีโทนนิ่งครบจบที่โอดีบีโอราว 101 ถึง 115 บาท ผิวแห้งแก้มง่ายต่อการลอกอยากได้เนื้อนุ่มมีส่วนผสมบำรุงจบที่เมลินดา 99 บาท ส่วนคนอยากได้แก้มแบบผิวจริงไม่ชอบแป้งเลยและมีงบสามร้อยค่อยมองเอแซดทีเค 290 บาท เราคิดว่าก่อนกดบลัชตลับไหนทุกคนควรพลิกดูกรัมบนฉลากแล้วหารราคาในใจทุกครั้ง เพราะความนัวบนแก้มวัดด้วยกระจกได้แต่ความคุ้มในกระเป๋าต้องวัดด้วยเครื่องคิดเลขเท่านั้น แล้วเจอกันใหม่บทความหน้ามีมีจะกางตัวเลขของหมวดอื่นให้ดูอีกแน่นอน




