ร้านค้าแบรนด์ชั้นนำเปลี่ยนโฉมเป็น Experience Destination

ร้านค้าแบรนด์ชั้นนำเปลี่ยนโฉมเป็น Experience Destination
ความสนใจ|การเปิดตัวเทรนด์

จากร้านขายของสู่ร้านค้า experience center: เมื่อการช็อปต้องมีเรื่องเล่า

ร้านค้า experience center คือพื้นที่หน้าร้านที่ถูกออกแบบให้ลูกค้าไม่ได้แค่เดินเข้ามาซื้อสินค้าแล้วเดินออกไป แต่ได้สัมผัสบริการเสริม โซนกิจกรรม และ concept store ใหม่ที่สะท้อนตัวตนแบรนด์ชัดเจน เกิดเป็นประสบการณ์ครบวงจรที่ชวนให้คนอยากกลับมาเยี่ยมชมบ่อยขึ้นและใช้เวลานานขึ้นในร้าน ไม่ว่าจะผ่านการทดลองใช้สินค้า การปรับแต่งให้เข้ากับสไตล์ตัวเอง หรือบริการอำนวยความสะดวกที่ต่อยอดจากฟังก์ชันพื้นฐานของสินค้าและบริการเดิมในรูปแบบที่มีความหมายมากขึ้นต่อชีวิตประจำวันของลูกค้า

ทิศทางนี้กำลังชัดขึ้นในกลุ่มร้านค้าแบรนด์พรีเมียมที่เลือกลงทุนใน “ค่า experience” มากกว่าการจัดชั้นวางสินค้าสวย ๆ เพราะการแข่งขันวันนี้ไม่ได้วัดกันที่จำนวน SKU แต่วัดกันที่ความรู้สึกและความผูกพัน แบรนด์ไหนตีโจทย์ได้ว่าทำไมลูกค้าต้องมาร้าน ทั้ง ๆ ที่ออนไลน์สั่งได้ทุกอย่าง แบรนด์นั้นก็จะเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ ไม่ใช่แค่จุดขายของเดิม ๆ

Levi’s® centralwOrld: ปรับปรุงร้านค้าแบรนด์ให้เป็น Ultimate Experience

ตัวอย่างชัดเจนของการปรับปรุงร้านค้าแบรนด์ให้กลายเป็น Experience Destination คือการที่ลีวาย สเตราส์ (ประเทศไทย) ปรับโฉม Levi’s® centralwOrld Store เป็นรูปแบบ Ultimate Experience พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 บริเวณชั้น 2 โซน Beacon ของศูนย์การค้า centralwOrld จุดยืนใหม่ของร้านนี้ไม่ใช่แค่ “ที่ซื้อยีนส์” แต่กลายเป็นพื้นที่ที่แฟน Levi’s® มาเลือกคอลเลกชันหลากหลายรุ่น พร้อมสัมผัสบริการครบวงจรในที่เดียว

หัวใจของ concept store ใหม่สาขานี้คือ Levi’s® Tailor Shop แห่งที่ 2 ของประเทศ ให้บริการปรับแต่งยีนส์ทั้งเสื้อและกางเกง ไม่ว่าจะนำยีนส์ตัวโปรดจากบ้าน หรือซื้อจากหน้าร้านแล้ว customize ต่อ โดยมีสไตลิสต์ประจำให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล นี่คือการเพิ่มค่า experience ที่จับต้องได้: ลูกค้าไม่ได้กลับบ้านพร้อมสินค้าเหมือนคนอื่น แต่ได้ชิ้นงานที่สะท้อนตัวตนและเรื่องราวของตัวเอง แถมยังมีการร่วมงานกับ Sundae Kids ศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่ออกแบบลวดลายคาแรกเตอร์พิเศษให้ใช้เฉพาะที่ Levi’s® Tailor Shop สาขานี้เท่านั้น ทำให้การแวะร้านมีความหมายมากกว่าการช็อปปิงทั่วไป

“โฉมใหม่ของ Levi’s® centralwOrld Store ในรูปแบบ Ultimate Experience ที่ชั้น 2 โซน Beacon ศูนย์การค้า centralwOrld พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้” เป็นประโยคที่สะท้อนชัดว่าร้านยีนส์รายใหญ่กำลังมองตัวเองเป็นปลายทางประสบการณ์ ไม่ใช่แค่จุดจำหน่าย

ร้านค้าแบรนด์ชั้นนำเปลี่ยนโฉมเป็น Experience Destination

WashXpress: เมื่อร้านสะดวกซักขยายบทบาทสู่บริการ lifestyle แบบ Delivery

ฝั่งบริการในชีวิตประจำวัน ร้านสะดวกซักก็เดินเกม experience ไม่แพ้แบรนด์แฟชั่น เมื่อบริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) ภายใต้แบรนด์ WashXpress จัดกิจกรรม “ขบวนคาราวาน WashXpress เปิดประสบการณ์ใหม่ รับ-ส่ง ผ้า ถึงบ้าน” เพื่อฉลองครบ 8 ปีในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 พร้อมเปิดตัวบริการรับ-ส่งผ้าถึงบ้านแบบ Delivery อย่างเป็นทางการ จากหน้าร้านที่เคยเป็นจุดให้คนมายกถังผ้าเข้าเครื่องซักกลายเป็นระบบบริการที่เริ่มจากหน้าประตูบ้าน ผ่านการนัดหมายในแอป แล้วทีมงานไปรับผ้าและส่งคืนให้เมื่อซัก อบเสร็จ

ทิศทางนี้สะท้อนว่าร้านสะดวกซักไม่ได้แข่งกันแค่ความสะอาดหรือจำนวนเครื่อง แต่กำลังแข่งกันเรื่อง “ความง่ายของชีวิต” WashXpress ระบุว่าปัจจุบันมีสาขาที่ให้บริการรับ-ส่งผ้าถึงบ้านแบบ Delivery แล้วกว่า 139 สาขา และมีสาขาใกล้บ้านมากกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ พร้อมจัดคาราวานเดินสายจากสาขาลาดพร้าววังหิน 28 ถึงสุขุมวิท 50 แจกใบปลิวและโปรโมตบริการใหม่ให้คนทดลองใช้ บริการเพิ่มเติมที่ร้านจึงไม่ได้อยู่แค่ในพื้นที่สาขา แต่ขยายไปสู่ประสบการณ์บนถนนและในบ้านลูกค้า

ภายใต้แคมเปญ “Anniversary ซักผ้าไม่พัก รักนาน 8 ปี” WashXpress ยังให้ลูกค้าที่ใช้จ่ายผ่านแอปครบทุก 50 บาท ได้สิทธิ์ลุ้นของรางวัลกว่า 100 รายการ รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท นี่ไม่ใช่แค่โปรโมชันตามเทศกาล แต่เป็นการสร้าง loop การใช้งานที่ผูกบริการ Delivery เข้ากับประสบการณ์ความสนุกและของรางวัล ในมุมแบรนด์ คือการเพิ่มเหตุผลให้ลูกค้ากลับมาใช้แอปและบริการบ่อยขึ้น

ทำไมค่า experience ถึงสำคัญกว่าการขายของ และอะไรคือเกมถัดไปของรีเทลพรีเมียม

เมื่อพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปเป็นโลกที่สั่งออนไลน์ได้ทุกอย่าง ร้านค้าหน้าร้านจึงต้องหาคำตอบใหม่ให้ตัวเองว่ามีอยู่ไปเพื่ออะไร ตัวอย่างของ Levi’s® centralwOrld Store และ WashXpress ชี้ให้เห็นภาพเดียวกันว่า “การขายสินค้าอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป” แบรนด์ต้องย้ายจุดโฟกัสจากปริมาณยอดขายหน้าร้านไปสู่คุณภาพประสบการณ์ที่คนได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งยีนส์ใน Levi’s® Tailor Shop หรือบริการรับ-ส่งผ้าถึงบ้านแบบ Delivery ของ WashXpress ทั้งคู่คือการออกแบบการใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่การซื้อหรือใช้บริการครั้งเดียว

สิ่งที่น่าสนใจคือบริการเสริมเหล่านี้และ concept store ใหม่ไม่ได้จบที่การเปิดตัว แต่ถูกออกแบบให้เป็นเหตุผลให้ลูกค้ากลับมาซ้ำเรื่อย ๆ ร้านที่เป็น experience center ที่ดีจึงต้องคิดต่อว่าเกมถัดไปคืออะไร เช่น เปลี่ยนธีม Tailor Shop ตามซีซัน อัปเกรดฟีเจอร์ในแอปซักผ้าให้ผูกกับกิจกรรมพิเศษ หรือสร้างคอมมูนิตี้คนรักยีนส์และคนรักความสะดวกในชีวิตประจำวัน จุดหมายปลายทางของรีเทลพรีเมียมจึงไม่ใช่แค่ยอดใบเสร็จ แต่คือการเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและสไตล์ของลูกค้าในระยะยาว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!