Amazon Fire tablet สิ้นสุด คืออะไร และทำไมการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้สำคัญ
การประกาศว่า Amazon Fire tablet สิ้นสุด หมายถึงการที่ Amazon หยุดพัฒนาและหยุดผลิตแท็บเล็ตตระกูล Fire รุ่นใหม่ แล้วหันไปโฟกัสแท็บเล็ตตระกูล Alexa ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชันเต็มและเข้าถึง Google Play ได้อย่างเป็นทางการ การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อสินค้า แต่เป็นการหันหลังให้ยุทธศาสตร์ระบบปิดเดิมที่ผูกผู้ใช้ไว้กับ Appstore ของตนเอง และหันไปยอมรับโลก Android กระแสหลักที่ผู้ใช้คุ้นเคยมากกว่า
หลังใช้งานมานาน 15 ปี Amazon ยืนยันว่าจะไม่พัฒนาแท็บเล็ต Fire รุ่นใหม่ และจะทยอยยุติการผลิต Fire Tablet ซึ่งเป็นการปิดฉากกลยุทธ์ฮาร์ดแวร์ที่เริ่มตั้งแต่รุ่นเปิดตัวครั้งแรกในอดีต ผลิตภัณฑ์ทายาทคือ Alexa tablet ใหม่สามรุ่นที่มาพร้อม Alexa+ ในตัวและใช้ Android พร้อมสิทธิ์เข้าถึง Google Play อย่างเต็มรูปแบบ แปลว่าจากนี้ไปผู้ใช้แท็บเล็ตรุ่นใหม่ของ Amazon จะอยู่ในโลกเดียวกับ Android tablet ทดแทนจากผู้ผลิตรายอื่นมากกว่าระบบปิดแบบเดิม

จาก Fire OS ระบบปิด สู่ Android tablet ทดแทนที่เปิดกว้างกว่า
หัวใจของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้คือการยอมรับว่ากลยุทธ์ระบบปฏิบัติการเฉพาะ Fire OS ไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทั่วไปอีกต่อไป Fire OS อาศัย Android เป็นฐานแต่ตัดบริการและระบบนิเวศของ Google ออก ผู้ใช้จึงไม่มี Google Play อย่างเป็นทางการและต้องอยู่กับ Amazon Appstore ที่มีแอปจำกัดกว่ามาก สำหรับสมัยที่แท็บเล็ตใช้แค่ดูวิดีโอหรืออ่านหนังสือ ข้อจำกัดนี้อาจพอรับได้ แต่เมื่อผู้ใช้ต้องการทำงาน เรียน และสลับแอปหลากหลาย ข้อจำกัดกลับกลายเป็นภาระมากกว่าจุดขาย
ผู้บริหารฝ่ายอุปกรณ์ของ Amazon ยอมรับว่าแนวทางเดิมไม่ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้เต็มที่ จึงหันไปเปลี่ยนสูตรแทบทั้งหมดใน Alexa tablet ใหม่ ทั้งสามรุ่นใช้ Android เวอร์ชันเต็มและเข้าถึง Google Play อย่างเป็นทางการ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอปยอดนิยมอย่าง YouTube Netflix Gmail Google Docs และอีกนับล้านแอปได้ในไม่กี่แตะ นอกเหนือจากบริการของ Amazon เองอย่าง Prime Video Kindle Audible และ Amazon Music นี่คือจุดเปลี่ยนจากแท็บเล็ตที่บังคับให้อยู่ในสวนปิดของ Amazon ไปสู่ Android tablet ทดแทนที่อยู่ร่วมกับระบบนิเวศหลักของโลกมือถือได้อย่างสมบูรณ์

Alexa tablet ใหม่ ไม่ใช่แค่แท็บเล็ต แต่เป็นเครื่องขาย Alexa+
แม้ใส่ Android เต็มรูปแบบ แต่ใจกลางยุทธศาสตร์ใหม่ของ Amazon ดูจะไม่ใช่ตัวแท็บเล็ตเอง หากเป็นการฝังผู้ช่วย AI อย่าง Alexa+ เข้าไปทุกจุด Alexa tablet ใหม่ทั้งสามรุ่นถูกออกแบบให้ Alexa+ เป็นเพื่อนร่วมจอ ผู้ใช้เรียกด้วยเสียงหรือแตะปุ่มถาม Alexa ได้โดยไม่ต้องออกจากแอปที่ใช้อยู่ ระบบนี้ทำให้แท็บเล็ตกลายเป็นฮับคำสั่งเสียงที่คอยเชื่อมบริการดิจิทัลและคอนเทนต์ของ Amazon เข้ากับชีวิตประจำวัน
คำอธิบายที่น่าจดจำคือ "Google Play กลับมาแล้ว แต่สิ่งที่ Amazon ต้องการขายจริงๆ คือ Alexa+" นี่สะท้อนชัดว่า Amazon เลิกใช้แท็บเล็ตเป็นกำแพงกันผู้ใช้ไม่ให้ออกจากระบบซอฟต์แวร์ของตัวเอง แล้วเปลี่ยนมาใช้แนวทางร่วมแพลตฟอร์มยอดนิยมแต่ผูกความต่างไว้ที่ AI ผู้ช่วย ใครซื้อ Alexa tablet ใหม่จึงไม่ได้ซื้อเพียง Android tablet ทดแทน แต่กำลังเลือกเข้าไปอยู่ในจักรวาล Alexa แบบแน่นแฟ้นกว่าการใช้แอป Alexa บนแท็บเล็ตยี่ห้ออื่น

ตลาดแท็บเล็ตราคาประหยัดเมื่อไม่มี Fire ยังเป็นสวรรค์ของของถูกอยู่หรือไม่
การที่ Amazon Fire tablet สิ้นสุดทำให้ตลาดแท็บเล็ตราคาประหยัดขาดผู้เล่นรายสำคัญทันที เดิม Fire เป็นสัญลักษณ์ของแท็บเล็ตที่สเปคพอใช้ เน้นเสพคอนเทนต์ และราคาต่ำกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน แต่ข้อได้เปรียบเรื่องแท็บเล็ตราคาถูกมากไม่เพียงพอให้ Amazon รักษาตำแหน่งเดิมไว้ได้อีกต่อไป เมื่อผู้ใช้เริ่มให้ความสำคัญกับแอปเต็มรูปแบบ ประสบการณ์ใกล้เคียงมือถือ และการใช้งานทำงานผสมความบันเทิงมากขึ้น
ตัวเลขสะท้อนปัญหานี้ชัดเจน ส่วนแบ่งตลาดแท็บเล็ตทั่วโลกของ Amazon ในไตรมาสที่สองอยู่เพียงราว 1.9 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ในปีก่อน เมื่อ Fire หายไป Alexa tablet ใหม่ที่ขยับไปอยู่ระดับราคากลางถึงสูงขึ้น ทำให้ผู้ใช้สายประหยัดต้องหันไปมอง Android tablet ทดแทนจากผู้ผลิตรายอื่น หรือทยอยขยับขึ้นไปเล่นแท็บเล็ตระดับกลางที่ใกล้เคียงกับ iPad และ Galaxy Tab มากขึ้น การแข่งขันจึงไม่ใช่สงครามของเครื่องถูกสุดอีกต่อไป แต่กลายเป็นศึกของประสบการณ์รวมทั้งระบบ

อนาคตของผู้ใช้ Fire เดิม และทางเลือกใหม่ในโลก Android
คำถามสำคัญสำหรับผู้ใช้เดิมคือเครื่อง Fire ที่มีอยู่จะกลายเป็นของทิ้งหรือไม่ Amazon ระบุชัดว่า Fire tablets ที่ใช้อยู่ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ของตนเองและได้รับการสนับสนุนด้านความปลอดภัยต่อไป ลูกค้าที่รัก Fire ยังใช้ต่อได้โดยไม่ต้องรีบเปลี่ยนเครื่อง แต่มิติที่เปลี่ยนแน่ๆ คือจะไม่มีฮาร์ดแวร์ Fire รุ่นใหม่ออกมาอีก การต่ออายุจึงอาศัยการดูแลเครื่องเดิมมากกว่าการอัปเกรด
สำหรับคนที่กำลังมองหาแท็บเล็ตราคาประหยัดคำตอบใหม่อาจไม่ตรงไปตรงมาเหมือนยุค Fire อีกต่อไป Alexa tablet ใหม่เริ่มจัดส่งแล้วในบางภูมิภาคตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม และขยายไปยังบางประเทศในยุโรปช่วงวันที่ 19 เป็นต้นไป ผู้ใช้ที่เน้นแอปครบ เครื่องคุณภาพดีกว่า และผูกกับ Alexa+ หนักๆ น่าจะมอง Alexa tablet เป็น Android tablet ทดแทนที่น่าสนใจ ส่วนคนที่อยากได้ถูกสุดอาจต้องหันไปดูแท็บเล็ต Android รายอื่นหรือรอให้ราคากลุ่ม Alexa ลดลงในอนาคต







