จากเทศกาลหนังเวนิสสู่จอมือถือ สมาร์ทโฟนที่คิดแบบกล้องภาพยนตร์
HONOR Magic9 Pro Max คือสมาร์ทโฟนเรือธงที่ออกแบบระบบกล้องให้เข้าใกล้มาตรฐานงานถ่ายวิดีโอภาพยนตร์ ผสานเซ็นเซอร์คู่ความละเอียดสูง กล้อง 200MP สมาร์ทโฟน และเทคโนโลยี ARRI color science มือถือ เพื่อให้การบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอบนมือถือสามารถนำเข้าเวิร์กโฟลว์ Cinema ได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น เป็นแนวคิดสมาร์ทโฟนแบบไฮบริดที่วางตัวเองเป็นทั้งกล้องสำหรับสายคอนเทนต์และเครื่องมือทดลองสำหรับผู้ทำหนังมืออาชีพ ความทะเยอทะยานนี้ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ HONOR นำเครื่องจริงของ Magic9 Pro Max ไปปรากฏตัวครั้งแรกในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ครั้งที่ 83 พร้อมโมดูลกล้องหลังที่ประทับโลโก้ ARRI อย่างเด่นชัดเพื่อสื่อสารว่าบริษัทไม่ได้มองตัวเองแค่แบรนด์มือถือ แต่กำลังใช้ความร่วมมือกับผู้ผลิตกล้องภาพยนตร์ระดับตำนานเพื่อเปลี่ยนผู้ใช้สมาร์ทโฟนให้เข้าใกล้ภาษาภาพระดับจอเงินมากขึ้น ตามข้อมูลที่เปิดเผย HONOR Magic9 Series มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในจีนวันที่ 28 กันยายน โดยเริ่มปล่อยรายละเอียดด้านกล้องของ Magic9 Pro Max ก่อน ทั้งภาพตัวอย่างจริงที่เผยแพร่โดย Fang Fei ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ และข้อมูลโครงสร้างเลนส์ใหม่ที่เน้นเซ็นเซอร์คู่ 200MP และเวิร์กโฟลว์สีแบบ ARRI เพื่อปูทางสร้างกระแสก่อนวันเปิดตัว

ARRI Dual 200MP และ LogC3 เมื่อสีจากโรงถ่ายไหลเข้าสมาร์ทโฟน
จุดที่ทำให้ Magic9 Pro Max น่าจับตาไม่ใช่ตัวเลขความละเอียด แต่คือวิธีที่ HONOR ผูกกล้อง 200MP สมาร์ทโฟนเข้ากับโลกของงานภาพยนตร์ เซ็ตอัพกล้องหลักความละเอียด 200MP บนเซ็นเซอร์ขนาด 1/1.28 นิ้วควบคู่กับกล้องเทเลโฟโต้แบบเพริสโคป 200MP บนเซ็นเซอร์ 1/1.4 นิ้ว และกล้องอัลตราไวด์ 50MP สร้างระบบเลนส์ที่ผสานรายละเอียดสูงตลอดช่วงโฟกัสหลัก HONOR เรียกระบบนี้ว่า ARRI Dual 200MP Ultra-High Definition Imaging Sensors ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทไม่ได้หยุดแค่ฮาร์ดแวร์ แต่ดึง ARRI Image Science เข้ามาตั้งแต่ระดับเส้นโค้งแกมมา ARRI LogC3 และการบันทึก APV 10 บิต 4:2:2 บนมือถือ เทคโนโลยีนี้ขยายช่วงไดนามิกให้เข้าใกล้มาตรฐานภาพยนตร์ ควบคุมไฮไลต์ไม่ให้หลุด และเฉดสีผิวยังคงธรรมชาติพร้อมพื้นที่ปรับเกรดสีในระยะหลังการถ่ายได้ลึกกว่าระบบสมาร์ทโฟนทั่วไป คำกล่าวที่ควรหยิบไปอ้างอิงคือ ระบบบันทึก LogC3 บน APV 10 บิต 4:2:2 ของ Magic9 Pro Max ถูกออกแบบมาเพื่อ “ขยายช่วงไดนามิกให้ได้มาตรฐานระดับภาพยนตร์ และสร้างโทนสีผิวที่แม่นยำและเป็นธรรมชาติ” ซึ่งเป็นการประกาศชัดว่าภารกิจหลักของการร่วมมือกับ ARRI คือยกระดับภาษาสีของสมาร์ทโฟนให้พูดภาษาเดียวกับโลกภาพยนตร์

TrueShift กันสั่นระดับ CIPA และแนวคิดมือถือสำหรับถ่ายวิดีโอภาพยนตร์
ฮาร์ดแวร์และสีระดับโรงถ่ายจะไร้ความหมายถ้าภาพสั่นไหวจนใช้ในงานจริงไม่ได้ HONOR จึงพัฒนาแพลตฟอร์มกันสั่น TrueShift แบบเอกสิทธิ์ เพื่อดึงศักยภาพของเซ็นเซอร์ 200MP ออกมาได้เต็มที่ ระบบนี้ใช้ทั้งกลไกกิมบอล 3 องศาบนกล้องหลักที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน CIPA 8.0 และกันสั่นบนเลนส์เทเลโฟโต้ที่ผ่าน CIPA 7.5 ชดเชยการสั่นได้มากกว่าระบบ OIS ทั่วไปถึงราวสามเท่า สิ่งที่ทำให้ TrueShift แตกต่างคือเลเยอร์ AI ที่สแกนเฟรมต่อเนื่องและคาดการณ์เส้นทางการสั่นด้วยความถี่สูงถึง 1,000 ครั้งต่อวินาที อัลกอริทึมนี้เข้าไปจัดการแรงสั่นระดับต่ำกว่าพิกเซลทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพนิ่งหรือถ่ายวิดีโอภาพยนตร์ในสถานการณ์ที่ต้องเดิน วิ่ง หรือถือเครื่องด้วยมือเปล่าได้มั่นใจกว่าระบบกันสั่นของสมาร์ทโฟนยุคก่อนหน้า เมื่อระบบกันสั่นจับมือกับไฟล์ Log 10 บิตและ ARRI color science มือถือ ภาพที่ได้ไม่ใช่แค่วิดีโอโซเชียล แต่เป็นฟุตเทจที่พร้อมถูกนำเข้าไทม์ไลน์ตัดต่อของสายมืออาชีพ ผู้กำกับหรือผู้กำกับภาพระดับอินดี้จึงอาจมอง Magic9 Pro Max เป็นกล้องเสริมสำหรับงานทดลอง ลองเฟรมใหม่ หรือถ่ายช็อตที่ต้องการความคล่องตัวสูงแทนที่จะมองเป็นมือถือที่เน้นโบเก้และโหมดบิวตี้เพียงอย่างเดียว

Master Photography Kit เมื่อ Teleconverter ซูม 500mm ทำให้มือถืองอกเลนส์
อีกมุมที่ HONOR กล้าเล่นคือแนวทางเลนส์เสริมแบบ Teleconverter ซึ่งแทบไม่เคยถูกทำอย่างเป็นระบบในตลาดสมาร์ทโฟน Magic9 Pro Max มาพร้อมแนวคิด Master Photography Kit ที่ให้ผู้ใช้ติด Teleconverter แบบถอดได้เข้ากับวงแหวนกล้องหลัง โดยชุด G500 สามารถเพิ่มกำลังขยายทางแสง 5.88 เท่า ทำให้ได้ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 500 มม. และขยายถึง 1000 มม. เมื่อต้องถ่ายวัตถุระยะไกลมาก นอกจาก Teleconverter ซูม 500mm ยังมี G200 หรือ 200mm Thumb Teleconverter ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักราว 88 กรัม ออกแบบให้พกพาแยกและติดตั้งเมื่อต้องการใช้งาน ทำให้ระบบเลนส์ของ Magic9 Pro Max ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยบอดี้เครื่อง แต่ยืดหยุ่นเหมือนชุดเลนส์ของกล้องถ่ายภาพมืออาชีพที่สามารถเลือกเลนส์ตามสถานการณ์ได้ HONOR ยืนยันว่าระบบ Teleconverter นี้สามารถใช้เพื่อปรับระยะโฟกัสได้ถึง 1000 มม. ซึ่งถือเป็นการผลักขีดจำกัดการซูมทางยาวโฟกัสบนสมาร์ทโฟนไปอีกขั้น แนวทางนี้สำคัญในมุมสร้างแพลตฟอร์ม เพราะแสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้แข่งด้วยตัวเลขความละเอียดอย่างเดียว แต่กำลังสร้างระบบเลนส์แบบโมดูลาร์ให้มือถือกลายเป็นแพลตฟอร์มสร้างสรรค์ที่สามารถเสริมเลนส์ Optical ได้เมื่อจำเป็นจะถ่ายเวทีคอนเสิร์ต การแข่งขันกีฬา หรือซีนไกลที่ต้องการการควบคุมระยะโฟกัสแบบที่สมาร์ทโฟนทั่วไปให้ไม่ได้

สรุป Magic9 Pro Max เป็นสะพานเชื่อมมือถือกับงานหนังได้แค่ไหน
เมื่อมองภาพรวม HONOR Magic9 Pro Max ไม่ได้เป็นเพียงสมาร์ทโฟนที่เพิ่มตัวเลขกล้องให้สูงขึ้น แต่พยายามออกแบบให้เป็นอุปกรณ์ไฮบริดระหว่างมือถือและกล้องสำหรับถ่ายวิดีโอภาพยนตร์ ระบบกล้อง 200MP สมาร์ทโฟนคู่ที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ ผสานกับ ARRI color science มือถือผ่าน LogC3 และการบันทึก APV 10 บิต 4:2:2 สร้างฐานคุณภาพภาพที่พูดภาษาเดียวกับเวิร์กโฟลว์ Cinema ขณะที่ TrueShift กันสั่นระดับ CIPA 8.0 ทำให้ฟุตเทจที่ได้มีความนิ่งเพียงพอสำหรับงานจริง ด้านฮาร์ดแวร์ HONOR ยังขับเคลื่อนซีรีส์ด้วยชิป Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro ตามข้อมูลหลุด และเตรียมเปิดตัว Magic9 Series อย่างเป็นทางการในจีนวันที่ 28 กันยายน โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดโปรเซสเซอร์และฟีเจอร์กล้องเพิ่มเติม รวมถึงการใช้งาน Master Photography Kit และ Teleconverter ซูม 500mm กับระบบ Dual 200MP อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น ในมุมความคิดเห็น Magic9 Pro Max ดูเหมือนจะวางรากฐานที่สำคัญให้สมาร์ทโฟนถูกมองเป็นกล้องสำหรับงานภาพยนตร์มากกว่าที่เคย แต่คำตอบสุดท้ายว่าจะเป็นสะพานเชื่อมโลกมือถือกับโลกมืออาชีพได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ กลุ่มผู้กำกับ และทีมโปรดักชันจะนำเสรีภาพด้านสี ระบบกันสั่น และเลนส์เสริมแบบโมดูลาร์นี้ไปใช้สร้างภาษาภาพใหม่อย่างไร เมื่อซีรีส์ Magic9 เปิดตัวเต็มรูปแบบปลายเดือนกันยายน เราจะได้เห็นชัดขึ้นว่าความร่วมมือกับ ARRI ครั้งนี้จะเปลี่ยนมาตรฐานกล้องสมาร์ทโฟนไปในทิศทางใด







