ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Behind the Velvet Rope: โมเมนต์หลังเวทีที่รันเวย์โซล

Behind the Velvet Rope: โมเมนต์หลังเวทีที่รันเวย์โซล
ความสนใจ|แฟชั่นโชว์

Seoul Fashion Week backstage เมื่อหลังเวทีกลายเป็นเวทีหลัก

Seoul Fashion Week backstage คือพื้นที่เบื้องหลังงานแฟชั่นยักษ์ใหญ่ที่รวมโลกบันเทิง เพลง และแฟชั่นชั้นสูงเข้าไว้ด้วยกัน เป็นจุดที่โมเดล ดีไซเนอร์ และศิลปินแลกเปลี่ยนพลังสร้างสรรค์ก่อนและหลังรันเวย์ ทำให้ช่วงเวลาเตรียมตัว ซ้อมเดินแบบ และการเฉลิมฉลองหลังโชว์เป็นภาพสะท้อนว่าฟชั่นสมัยใหม่ไม่ได้อยู่แค่บนเวที แต่เกิดจากการปะทะทางไอเดียของทุกคนที่มีส่วนร่วมในงานแฟชั่นสัปดาห์เดียวกัน มุมมองของฉันคือ ถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมแฟชั่นโซลถึงสำคัญต่อวัฒนธรรมป็อป เราต้องมองผ่านเลนส์หลังเวทีนี่แหละ ที่ Dongdaemun Design Plaza หรือ DDP ไม่ได้เป็นแค่สถานที่จัดงาน แต่กลายเป็นฉากหลังของการพบกันระหว่างดาราเอนเตอร์เทนเมนต์แบบสด ดีไซเนอร์หัวคิดจัดจ้าน และแฟนแฟชั่นที่พร้อมยกกล้องขึ้นเก็บทุกวินาที ความร้อนแรงของซีซันนี้จึงไม่ได้อยู่แค่ลายผ้า แต่คือเรื่องราวที่สานกันแน่นอยู่หลังม่านกำมะหยี่

จากซีรีส์วายสู่รันเวย์ MMAM: ก้องภพกับก้าวกระโดดสู่เวทีแฟชั่นโลก

หนึ่งในภาพจำของซีซันนี้คือโมเมนต์ที่ก้อง ก้องภพ จิโรจน์มนตรี นักแสดงจากสายซีรีส์วาย เดินเข้าสู่สนามซ้อมรันเวย์ของแบรนด์ MMAM ในวันที่ 3 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดบิวต์อย่างเป็นทางการบนรันเวย์ระดับโลก ฉันมองว่านี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเวทีจากหน้ากล้องมาเดินแบบ แต่คือการประกาศว่าโลกแฟชั่นพร้อมโอบรับพลังของดาราจอแก้วในฐานะไอคอนสไตล์เต็มตัว MMAM หรือ Maison Modern Art Movement ภายใต้การนำของดีไซเนอร์ พัคฮยอน วางตัวเองเป็นแบรนด์ร่วมสมัยที่ตั้งใจนิยาม K-Fashion ใหม่บนเวทีโลก ด้วยดีคอนสตรักชัน การตัดเย็บเชิงทดลอง และการเล่นเท็กซ์เจอร์ที่ชวนมอง ทำให้เสน่ห์ธรรมชาติของก้องถูกขับให้เด่นขึ้นอีกขั้น พลังของการแคสต์ดาราเอนเตอร์เทนเมนต์แบบสดให้มาซ้อมเดินเคียงข้างโมเดลมืออาชีพ คือคำตอบว่าทำไมรันเวย์ยุคนี้จึงเข้าถึงคนดูวงกว้างได้เร็วกว่าเดิม

40 ปีดีไซเนอร์เกาหลี Lie Sangbong เมื่อตำนานเฉลิมฉลองกับตัวพ่อวงการบันเทิง

หากพูดถึงดีไซเนอร์เกาหลี Lie Sangbong ชื่อของเขาคือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กลายเป็นงานศิลปะบนเรือนร่าง ผ่านการใช้ตัวอักษรฮันกึลและโครงชุดแบบเรขาคณิตที่เฉียบคมจนกลายเป็นลายเซ็น ซีซันล่าสุดมีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์สูงมาก เพราะเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของแบรนด์ LIE SANGBONG ด้วยคอลเลกชัน 2027 S/S ธีม RE:BLOOM ที่ยึดพื้นที่ DDP ด้วยแรงบันดาลใจจากชีวิตและผลงานของ Frida Kahlo สิ่งที่ทำให้หลังเวทีเดือดไม่แพ้รันเวย์คือภาพของโทนี่ฮง ฮงซอกชอน ตัวพ่อแห่งวงการบันเทิงเกาหลี เข้าร่วมฉลองกับ Lie Sangbong หลังจบโชว์แบบใกล้ชิด โทนี่ฮงไม่ได้เป็นแค่คนดังหน้าจอ แต่เขาถูกยกให้เป็นผู้สร้างเทรนด์ด้านไลฟ์สไตล์กรุงโซลและผู้สนับสนุนวงการแฟชั่นมาอย่างสม่ำเสมอ บทบาทของเขาในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างป็อปคัลเจอร์ K-Fashion สายอาวองการ์ด และชีวิตคนเมือง ทำให้ฉากหลังเวทีครั้งนี้มีความหมายไม่ต่างจากงานเลี้ยงครบรอบของครอบครัวแฟชั่นที่เติบโตมาพร้อมเมืองโซล "การเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของแบรนด์ LIE SANGBONG ด้วยคอลเลกชัน RE:BLOOM จึงเป็นทั้งการมองย้อนอดีตและการผลักแฟชั่นเกาหลีสู่อนาคตในเวลาเดียวกัน"

Behind the Velvet Rope: โมเมนต์หลังเวทีที่รันเวย์โซล

รันเวย์ K-pop collaboration: MANO x Lie Sangbong และพลังคูณสองของสไตล์

อีกหนึ่งภาพที่ทำให้ Seoul Fashion Week backstage ถูกพูดถึงไม่หยุดคือโมเมนต์ของ MANO สมาชิกบอยแบนด์ K-pop วง VAYONN ที่ปรากฏตัวร่วมเฟรมกับ Lie Sangbong แบบแนบชิดติดขอบเวที หลังจบโชว์คอลเลกชัน 2027 SS นี่คือรันเวย์ K-pop collaboration ในแบบที่ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การใส่เสื้อผ้าของแบรนด์ แต่คือการจับคู่พลังระหว่างดีไซเนอร์ระดับตำนานกับไอดอลที่กำลังเขย่าวงการเพลง Lie Sangbong ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบของงานคัตติ้งและโครงชุดเรขาคณิตสุดจัดที่เคยไปโลดแล่นบนรันเวย์ทั้งปารีสและนิวยอร์กมาแล้ว การมี MANO เป็นหน้าตาในซีซันนี้ทำให้แบรนด์เข้าถึงฐานแฟน K-pop จำนวนมาก และตอกย้ำว่าดนตรีและแฟชั่นไม่ใช่สองโลกจากกัน แต่เป็นภาษาเดียวกันที่เล่าเรื่องราวผ่านเสียงเพลงและโครงเสื้อผ้า ฉันเชื่อว่าช็อต "Two style forces in one iconic frame" ไม่ได้เป็นแค่คำบรรยาย แต่คือภาพยืนยันว่าไอดอลยุคใหม่กำลังยืนเคียงข้างดีไซเนอร์เกาหลี Lie Sangbong บนสเตจของแฟชั่นระดับโลกแล้ว

Behind the Velvet Rope: โมเมนต์หลังเวทีที่รันเวย์โซล

เมื่อบันเทิง ดนตรี และแฟชั่นชั้นสูงหลอมรวมเป็นหนึ่งหลังม่านกำมะหยี่

เมื่อมองภาพรวมของ Seoul Fashion Week backstage ในซีซันนี้ เราจะเห็นเส้นสายที่เชื่อมทุกคนเข้าหากันอย่างชัดเจน ก้องภพจากโลกซีรีส์วายก้าวสู่รันเวย์ของ MMAM ที่ตั้งใจผลักดัน K-Fashion บนเวทีโลก ดีไซเนอร์เกาหลี Lie Sangbong ฉลอง 40 ปีของแบรนด์ท่ามกลางแรงสนับสนุนจากโทนี่ฮงผู้เป็นตัวแทนสายเอนเตอร์เทนเมนต์และไลฟ์สไตล์เมืองโซล ขณะเดียวกัน MANO แห่ง VAYONN ก็ปิดท้ายด้วยภาพจำของรันเวย์ K-pop collaboration ที่จับมือกับแฟชั่นอาวองการ์ดอย่างแน่นหนา ทั้งหมดนี้ทำให้ฉันเชื่อว่าเบื้องหลังแฟชั่นวีคยุคใหม่ไม่ได้มีไว้แค่จัดการงานเทคนิค แต่เป็นพื้นที่ทดลองไอเดียของทั้งวงการบันเทิง ดนตรี และแฟชั่นชั้นสูง ในสายตาของแฟนแฟชั่น การได้เห็นดาราเอนเตอร์เทนเมนต์แบบสด ดีไซเนอร์ และไอดอลเดินผ่านโถงเดียวกันที่ DDP คือการยืนยันว่าต่อไปนี้ รสนิยมจะไม่ถูกแบ่งแยกระหว่างสายเพลง สายจอแก้ว หรือสายรันเวย์อีกแล้ว ทุกอย่างหลอมรวมเป็นโลกเดียวกันหลังม่านกำมะหยี่ และเมื่อม่านเปิด รันเวย์ก็แค่ขยายภาพของสิ่งที่เกิดขึ้นหลังเวทีออกมาให้ทั้งโลกได้เห็น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!