iPhone Duo จอพับตัวแรกของแอปเปิล กับนิยามใหม่ของตลาดรีเซล
ตลาดรีเซล iPhone Duo คือปรากฏการณ์การซื้อขายสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของแอปเปิลในช่องทางนอกเหนือจากการขายปกติ โดยผู้ซื้อจำนวนหนึ่งไม่ได้ตั้งใจใช้เครื่องเอง แต่ซื้อเพื่อเก็งกำไรจากความขาดแคลนสินค้าและดีมานด์ที่สูง ทำให้เกิดการตั้งราคาพิเศษ foldable phone เหนือราคาหน้าร้านอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในพื้นที่หน้าสโตร์และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่งผลให้ราคาขายต่อ smartphone รุ่นนี้กลายเป็นตัวชี้วัดใหม่ของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคจอพับ จุดที่ควรพูดตรง ๆ คือ iPhone Duo ไม่ได้ฮิตแค่เพราะเป็นจอพับ แต่เพราะมันถูกทำให้กลายเป็นของหายาก ตั้งแต่วันเปิดขายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม มีลูกค้ากลุ่มแรกเดินทางมารับเครื่องตามเวลานัดหมายที่หน้าสโตร์ตั้งแต่เช้า โดยลูกค้าคนแรกที่รับเครื่องคือผู้ใช้ที่จองสี Star White และมาถึงเวลาประมาณ 07.30 นาฬิกา บรรยากาศหน้าร้านแม้ไม่มีคิวข้ามคืน แต่กลับเต็มไปด้วยผู้คนที่ต้องการสัมผัสเครื่องก่อนใคร และกลุ่มคนที่มองเห็นโอกาสทำกำไรจากกระแสนี้ทันที

ดีมานด์ล้นซัพพลาย จุดชนวนเก็งกำไร iPhone Duo ตั้งแต่วันแรก
หัวใจของฟีเวอร์ครั้งนี้คือช่องว่างระหว่างดีมานด์กับซัพพลายที่กว้างเกินไป ผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงเปิดพรีออร์เดอร์ได้รับสิทธิ์มารับเครื่องตามระบบนัดหมาย แต่คนที่เพิ่งตัดสินใจจองในช่วงหลังถูกแจ้งว่าต้องรอเครื่องถึงช่วงปลายปี 2569 หรืออาจลากยาวไปถึงต้นปี 2570 นั่นหมายความว่าใครอยากใช้ iPhone Duo เร็ว ๆ ต้องหันไปพึ่งตลาดรีเซลแทบจะทันที ในมุมของผู้ใช้ทั่วไป ผลกระทบชัดเจนมาก ผู้ต้องการสั่งซื้อใหม่ผ่านช่องทางปกติอาจต้องรอเครื่องเป็นเวลานาน เพราะยอดสั่งจองมีมากกว่าสินค้าที่พร้อมส่งในล็อตแรก ขณะเดียวกันจำนวนเครื่องที่ได้รับจัดสรรมาถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นทั่วไป เนื่องจากการผลิตยังมีข้อจำกัดและดีมานด์ทั่วโลกสูง ทำให้ต้องแบ่งโควตาไปยังตลาดใหญ่ในต่างภูมิภาคด้วย เมื่อสินค้ามาไม่พอ ความอยากได้ก่อนใครจึงถูกแปลงเป็นมูลค่าเพิ่มที่นักเก็งกำไรพร้อมตั้งราคา

ราคาพิเศษ foldable phone บวก 9,000–20,000 บาท กับเกมของนักรีเซล
สิ่งที่สะท้อนความร้อนแรงของตลาดรีเซล iPhone Duo ชัดที่สุดคือราคาพิเศษที่ถูกตั้งขึ้นเหนือราคาหน้าร้าน iPhone Duo มีราคาเริ่มต้นที่ 79,900 บาทสำหรับรุ่น 256GB รุ่น 512GB ราคา 87,900 บาท รุ่น 1TB ราคา 103,900 บาท และรุ่น 2TB ราคา 127,900 บาท แต่ในโลกของรีเซล ราคาขายต่อ smartphone รุ่นนี้ถูกบวกเพิ่มตั้งแต่ 9,000–20,000 บาทแล้วแต่รุ่นและสี บริเวณหน้าสโตร์มีทั้งผู้รับซื้อชาวไทยและชาวต่างชาติเดินสอบถามลูกค้าที่เพิ่งรับเครื่องว่าต้องการขายต่อหรือไม่ รวมถึงเสนอซื้อสิทธิ์จองพร้อมบวกเพิ่มทันที ในฝั่งออนไลน์ กลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับ iPhone Duo มีผู้ใช้ตั้งโพสต์รับซื้อโดยระบุสีและความจุที่ต้องการ จากนั้นมีคนเข้ามาเสนอราคาบวกเพิ่มจากราคาจริง เช่น บวก 6,000 บวก 10,000 หรือแม้แต่บวก 30,000 บาท คำพูดที่ควรจดจำคือ "ราคาหน้าร้านกลายเป็นแค่จุดตั้งต้น ไม่ใช่ราคาจริงที่คนยอมจ่าย" เพราะตลาดกำลังให้รางวัลกับคนที่ถือของหายากอยู่ในมือ

มาตรการจำกัดการซื้อ 2 เครื่องต่อคน ยังหยุดฟีเวอร์รีเซลไม่ได้
แอปเปิลไม่ได้ยืนดูเฉย ๆ กับกระแสเก็งกำไร iPhone Duo มีรายงานว่าบริษัทจำกัดการซื้อสูงสุด 2 เครื่องต่อคนในหลายตลาด เพื่อสกัดนักหิ้วและการกว้านซื้อไปเก็งกำไร พร้อมทั้งปรับระบบหน้าร้านให้รับเครื่องตามเวลานัดหมายผ่านออนไลน์ ลดภาพคิวข้ามคืนและควบคุมจำนวนคนในพื้นที่ แต่ในทางปฏิบัติ มาตรการเหล่านี้กลับผลักให้ตลาดรีเซลยิ่งมีมูลค่ามากขึ้น เพราะยิ่งซื้อยาก ยิ่งมีคนยอมจ่ายแพง ท่ามกลางความต้องการที่สูงและสต็อกล็อตแรกมีจำกัด ตลาดรองหรือรีเซลกลับยิ่งคึกคัก มีนักหิ้วจำนวนมากรอเจรจาซื้อเครื่องต่อจากผู้ที่รับเครื่องแล้วบริเวณรอบสโตร์ตั้งแต่ช่วงสายของวันเปิดขาย ภาพคนเกาะกลุ่มแย่งสิทธิ์ในการต่อรองและนับเงินสดส่งมอบเครื่องกันต่อหน้า สะท้อนว่าการจำกัดจำนวนเครื่องต่อคนอาจลดการกว้านซื้อระดับใหญ่ แต่ไม่สามารถปิดช่องว่างระหว่างดีมานด์กับซัพพลายที่ยังเป็นเชื้อไฟให้การเก็งกำไรดำเนินต่อไป
บทสรุป: เมื่อความอยากได้ก่อนใครทำให้ iPhone Duo กลายเป็นสินค้าการลงทุน
ปรากฏการณ์ตลาดรีเซล iPhone Duo ชี้ให้เห็นว่าในยุคสมาร์ทโฟนจอพับ ความเป็นเจ้าของก่อนใครมีมูลค่ามากกว่าฟีเจอร์บนหน้าจอ ผู้ใช้จำนวนมากยังต้องการนำเครื่องไปใช้งานเองเป็นหลัก แต่การที่สินค้าขาดแคลนและต้องรอรับเครื่องนาน ทำให้บางส่วนยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อเลี่ยงการรอ ขณะที่อีกกลุ่มมองเครื่องนี้เป็นสินทรัพย์ระยะสั้น ซื้อมาเพื่อขายต่อทันทีในราคาที่สูงกว่า ในเชิงโครงสร้าง นี่คือสัญญาณเตือนให้ผู้ผลิตต้องจัดการซัพพลายเชนให้สัมพันธ์กับดีมานด์ให้ดีขึ้น เพราะทุกช่องว่างจะถูกตลาดรีเซลเข้ามาเติมเต็มอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้บริโภค คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าราคาพิเศษ foldable phone แพงแค่ไหน แต่คือเรายอมให้ความอยากได้ก่อนใครกำหนดพฤติกรรมการใช้เงินมากเพียงใด หากไม่อยากตกเป็นส่วนหนึ่งของเกมเก็งกำไร iPhone Duo การรอให้ตลาดนิ่งลงอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการจ่ายเพิ่มหลายหมื่นบาทเพื่อความเร็วไม่กี่เดือน







