ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อสตรีมมิงเริ่มคิดแทนเรา Playlists และโซเชียลกำลังแก้ปัญหาเลือกดูอะไรดี

เมื่อสตรีมมิงเริ่มคิดแทนเรา Playlists และโซเชียลกำลังแก้ปัญหาเลือกดูอะไรดี
ความสนใจ|ดูซีรีส์

ยุคใหม่ของการดูสตรีมมิง เมื่อปัญหาไม่ใช่ไม่มีอะไรดู แต่มีมากเกินไป

ปัญหาหลักของผู้ใช้สตรีมมิงยุคนี้ไม่ใช่เนื้อหาไม่พอ แต่คือการต้องตัดสินใจท่ามกลางตัวเลือกมหาศาลจนสมองล้า ฟีเจอร์ค้นหาสตรีมมิ่งแบบใหม่จึงเริ่มย้ายจากการปล่อยให้เราคลิกหาเอง ไปสู่การจัดรายการอัตโนมัติและการค้นหาผ่านสังคมออนไลน์ ทำให้ค้นหาซีรีส์ง่ายขึ้นและลดเวลานั่งไถเมนูโดยไม่ได้ดูอะไรจริงจังในที่สุด

มุมมองของผู้เขียนคือ แพลตฟอร์มไหนช่วยตัดสินใจแทนเราได้ดีที่สุด แพลตฟอร์มนั้นจะชนะในเกมสตรีมมิงรอบต่อไป Disney+ ใช้ Playlists ดูหนังที่จัดกลุ่มเนื้อหาให้ไหลต่อเนื่องแบบ lean-back viewing เพื่อหยุดวงจรไถหาหนังไม่จบ ขณะที่ Plex ดันแนวคิด Plex social discovery ให้เราอิงการดูของคนอื่นมากกว่าเชื่ออัลกอริทึมเพียงอย่างเดียว ผลลัพธ์คือจากผู้ชมที่เหนื่อยกับการเลือก กลายเป็นผู้ชมที่กลับมานั่งพิงโซฟาและกดเล่นแล้วดูยาวไป

เมื่อสตรีมมิงเริ่มคิดแทนเรา Playlists และโซเชียลกำลังแก้ปัญหาเลือกดูอะไรดี

Disney+ Playlists: จากเมนูยาวเหยียดสู่ช่องทีวีส่วนตัวที่กดเล่นแล้วดูยาว

Disney+ เปิดตัวฟีเจอร์ Playlists ที่จัดกลุ่มหนังและซีรีส์ตามแนว แฟรนไชส์ ตัวละคร หรืออารมณ์ แล้วเล่นต่อเนื่องเพื่อสร้างประสบการณ์ lean-back viewing ที่แท้จริง ความสำคัญไม่ใช่แค่การมีเพลย์ลิสต์ แต่คือการลด “ภาระการเลือก” ให้คนดูไม่ต้องไล่เปิดหมวดหมู่ทีละอันเพื่อหาว่าควรเริ่มจากเรื่องไหน

ตัวอย่างชัดคือถ้าอยากดูหนังตลกเพียงกดเล่นเพลย์ลิสต์ Comedy Movies แล้วระบบจะสุ่มเรื่องขึ้นมาให้ทันที ช่วยตัดเวลาค้นหาหลายหมวดหมู่ทิ้งไป จุดที่ฉลาดคือผู้ใช้ยังควบคุมได้ด้วยการหยุด ย้อน หรือข้ามไปเรื่องถัดไปในลำดับเดียวกัน แถมยังมีเพลย์ลิสต์ที่โฟกัสซีรีส์เรื่องเดียวให้เปิดดูตอนแบบสุ่มยาวๆ เสมือนช่องไลฟ์ 24 ชั่วโมงสำหรับแฟน Family Guy หรือ The Simpsons แต่มีปุ่มข้ามให้ใช้งานได้อิสระ นี่คือการออกแบบสำหรับคนที่อยาก “ดูทันที” มากกว่า “คิดก่อนดู” อย่างแท้จริง

Plex social discovery: เมื่อเพื่อนและชุมชนกลายเป็นคู่มือทีวีเล่มใหม่

ต่างจากแพลตฟอร์มที่ดันแต่งานของตัวเอง Plex เลือกใช้แนวทาง Plex social discovery ให้ผู้ชมค้นหาหนังและซีรีส์จากกิจกรรมของคนอื่นในชุมชน เช่น ใครกำลังดูอะไร ให้คะแนนอะไร พูดคุยเรื่องไหน และแนะนำอะไรอยู่ แก่นคิดคือใช้ “สังคม” เป็นระบบรีวิวและคัดกรองแทนการฝากชีวิตไว้กับอัลกอริทึมล้วนๆ

บนจอทีวี Plex ใส่เครื่องมืออย่าง Discussions Lists Reviews Reactions และ Follows เพื่อให้คนดูคุยกัน สร้างและแชร์ลิสต์ของตัวเอง รีวิวและกดปฏิกิริยากับเรื่องที่ดู รวมถึงกดติดตามคนหรือคอนเทนต์ที่สนใจ ฟีเจอร์เหล่านี้ขยายมาถึง Apple TV แล้ว พร้อมสถิติที่สะท้อนว่าคนใช้งานบนจอใหญ่จริงจัง เช่น Plex ระบุว่า 59% ของการกดปฏิกิริยาและ 47% ของการเพิ่มเข้าวอตช์ลิสต์เกิดบนทีวี และเพียงสามเดือนบน Roku ก็มีการสร้างปฏิกิริยากว่า 57,000 ครั้งและลิสต์กว่า 24,000 ลิสต์ นี่คือคำยืนยันว่าเมื่อการค้นหาซีรีส์ง่ายผ่านชุมชน คนดูพร้อมมีส่วนร่วมมากกว่าที่คิด

การแก้สมองล้าจากทางเลือกที่มากเกิน และการกลับมาของการนั่งพิงดู

ทั้ง Playlists ดูหนังของ Disney+ และ Plex social discovery ตั้งเป้าจัดการปัญหาเดียวกัน คือผู้ใช้เสียเวลานานกับการไถเลื่อนเมนู แต่สุดท้ายไม่กดดูอะไรเลย Disney+ พยายามจบวงจรนี้ด้วยการเปลี่ยนจาก “ค้นหาเรื่องเดียว” เป็น “เปิดเพลย์ลิสต์แล้วปล่อยให้ไหลไปเรื่อยๆ” ซึ่งช่วยลดการท่องหมวดหมู่ซ้ำไปซ้ำมาจนหมดอารมณ์

ด้าน Plex เลือกให้ชุมชนช่วยกรอง ทำให้ผู้ใช้ค้นหาซีรีส์ง่ายผ่านกิจกรรมของคนอื่นแทนการลองผิดลองถูกคนเดียว ผลคือการดูแบบ lean-back viewing กลายเป็นจุดขายสำคัญของแพลตฟอร์มที่ให้ประสบการณ์ใช้งานราบรื่นกว่าเดิม ในมุมของผู้เขียน แพลตฟอร์มที่ชนะต่อจากนี้ไม่ใช่แค่มีคอนเทนต์เยอะที่สุด แต่คือแพลตฟอร์มที่ทำให้เราใช้เวลาน้อยที่สุดในการตัดสินใจ และใช้เวลามากที่สุดกับการดูอย่างสบายใจ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!