THAI T’REASURES คืออะไร และทำไมต้องเริ่มที่แฟชั่น
THAI T’REASURES by Amazing Thailand คือโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านแฟชั่นที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำทุนวัฒนธรรมไทยทั้งผ้าไทย อัญมณี งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดเป็นแฟชั่นร่วมสมัยที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อมโยงเรื่องราวชุมชน แหล่งผลิต และจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่จับต้องได้และผลักดันภาพลักษณ์แฟชั่นไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเชิงวัฒนธรรม โครงการนี้ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองการท่องเที่ยวเป็นไลฟ์สไตล์ กิน เที่ยว แต่งตัวต้องไปด้วยกัน ไม่ใช่แค่ซื้อของฝากแล้วจบ ททท. เลือกใช้แฟชั่นเป็นภาษาใหม่ในการเล่าเรื่องทุนวัฒนธรรมไทย เพราะแฟชั่นมีพลังในการเปลี่ยนของดีจากชุมชนให้กลายเป็นอัตลักษณ์ร่วมสมัยที่มีแรงดึงดูดในระดับสากล

จากลานริเวอร์ พาร์ค สู่การวางหมุด Fashion Tourism
หัวใจของโครงการ THAI T’REASURES อยู่ที่การจัดงานระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 เวลา 15.00–22.00 นาที่ลานริเวอร์ พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ซึ่งถูกใช้เป็นเวทีทดลองใหญ่ในการปักหมุดภาพจำใหม่ของการท่องเที่ยวผ่านแฟชั่น งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์แฟชั่นโชว์ แต่คือการจำลองเส้นทางการเดินทางผ่านผืนผ้าและงานหัตถศิลป์ให้ผู้ร่วมงานสัมผัสตั้งแต่ระดับดีไซเนอร์แถวหน้าจนถึงนักออกแบบรุ่นใหม่และนิสิตนักศึกษา การแบ่งสามวันชัดเจน ตั้งแต่แฟชั่นโชว์ของ 8 แบรนด์ดีไซเนอร์ชื่อดังภายใต้แนวคิด 365 แฟชั่นไทยเท่ได้ทุกวัน ไปจนถึงวันของนักออกแบบรุ่นใหม่และวันของนิสิต อธิบายชัดว่าททท. ต้องการต่อสายโซ่แฟชั่นไทยทั้งระบบให้เชื่อมกับการท่องเที่ยว สร้างภาพว่าเส้นทางจากชุมชนสู่รันเวย์และสู่จุดหมายปลายทาง Fashion Tourism เป็นเรื่องเดียวกัน

ทุนวัฒนธรรมไทยในรูปแบบแฟชั่นที่สวมใส่ได้และเล่าเรื่องการเดินทาง
จุดแข็งของโครงการนี้คือการนิยามใหม่คำว่าทุนวัฒนธรรมไทยให้กลายเป็นผ้าไทย แฟชั่น และเครื่องประดับที่เล่าเรื่องเส้นทางการเดินทางได้อย่างเป็นรูปธรรม ททท. มุ่งส่งเสริม Fashion Tourism หรือการท่องเที่ยวผ่านแฟชั่นด้วยการเชื่อมโยงแฟชั่นเข้ากับวัตถุดิบ แหล่งผลิต ช่างฝีมือ ชุมชน และจุดหมายปลายทาง เพื่อเปลี่ยนสินค้าให้เป็นประสบการณ์การเดินทาง นิทรรศการ WEAR THE DESTINATION ภายใต้แนวคิด 10 Textile Journey Across Thailand – 10 เส้นทาง พาเที่ยวไทย แสดงให้เห็นชัดว่าผืนผ้าแต่ละผืนไม่ได้เป็นแค่ผลิตภัณฑ์ แต่คือแผนที่ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้ากับการท่องเที่ยวร่วมสมัยผ่านเทคโนโลยีจอ Touch Screen เมื่อผู้ชมแตะหน้าจอเพื่อเรียนรู้เรื่องผ้า พวกเขากำลังเริ่มต้นการเดินทางเชิงวัฒนธรรมแบบดิจิทัลที่สามารถต่อยอดไปสู่การเดินทางจริงในพื้นที่
ความร่วมมือข้ามรุ่น ข้ามชุมชน สร้างระบบนิเวศแฟชั่นท่องเที่ยว
สิ่งที่น่าสนใจในมุมวิเคราะห์คือ ททท. ไม่ทำ THAI T’REASURES แบบเดี่ยว แต่เลือกเดินเกมผ่านความร่วมมือหลายมิติ ตั้งแต่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ สมาพันธ์อัญมณีเครื่องประดับและโลหะมีค่า แบรนด์ดีไซเนอร์ ศิลปิน ไปจนถึงนิสิต นักศึกษา และผู้ประกอบการผ้าไทย นี่คือการสร้างระบบนิเวศ Fashion Tourism ให้มีทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำในงานเดียว แบรนด์ดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าแสดงให้เห็นศักยภาพการทำผ้าไทย แฟชั่น ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ทุกวัน ส่วน TAT × THAI DESIGNER COLLABORATION อย่าง RAVIPA PREMIUM POPS × TRK และ THITHA แสดงให้เห็นว่าแฟชั่นจากความเชื่อ ศิลปะ และแนวคิดด้านความยั่งยืนสามารถพัฒนาเป็น Tourism Lifestyle Product ที่ใช้งานได้จริง ความร่วมมือรูปแบบนี้ทำให้คำว่าทุนวัฒนธรรมไทยไม่ติดอยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่กลายเป็นเครือข่ายธุรกิจที่หมุนรายได้กลับสู่ชุมชนผู้ผลิตผ้าไทยอย่างเป็นระบบ
เป้าหมายรายได้และเดิมพันใหญ่ในการปักธง Fashion Tourism
โครงการ THAI T’REASURES ไม่ใช่เพียงงานใหญ่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่มีตัวเลขเป้าหมายที่ชัดเจน ททท. คาดการณ์ว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการไทย และขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Fashion Tourism อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป ตัวเลขนี้สะท้อนว่าหน่วยงานรัฐมองแฟชั่นและผ้าไทย แฟชั่น ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่เป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่สร้างมูลค่าจริง ข้อได้เปรียบคือทุนวัฒนธรรมไทยมีความหลากหลายและมีเรื่องเล่าในทุกภูมิภาค หากโครงการสามารถเชื่อมเส้นทางจากรันเวย์ที่ลานริเวอร์ พาร์คไปถึงหมู่บ้านผู้ทอผ้าและช่างหัตถศิลป์ได้ต่อเนื่อง การปักธง Fashion Tourism จะไม่ใช่คำขวัญ แต่กลายเป็นแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรมที่มีฐานจากชุมชนอย่างแท้จริง






