ฟิตเนสและคอมมูนิตี้สุขภาพ กำลังแย่งบทบาทศูนย์กลางสังคมใหม่

ฟิตเนสและคอมมูนิตี้สุขภาพ กำลังแย่งบทบาทศูนย์กลางสังคมใหม่
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

เศรษฐกิจสุขภาพ: จากกิจกรรมยามว่างสู่โครงสร้างใหม่ของเวลาและเงิน

เศรษฐกิจสุขภาพคือระบบกิจกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิตเชิงป้องกัน ตั้งแต่ฟิตเนส สปา ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไปจนถึงบริการแพทย์และผลิตภัณฑ์เสริมต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดกำลังกลายเป็นแกนกลางใหม่ของการใช้เวลาว่างและการจับจ่ายของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ต้องการไลฟ์สไตล์สมดุลมากกว่าการเสพความบันเทิงระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

วันนี้เศรษฐกิจสุขภาพไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นเครื่องยนต์สำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยข้อมูลจากสถาบันระดับนานาชาติระบุว่าเศรษฐกิจสุขภาพมีสัดส่วน 7.6% ของ GDP และยังคิดเป็นเพียง 0.6% ของเศรษฐกิจสุขภาพโลก แปลว่ายังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก การเติบโตดังกล่าวไม่ได้จำกัดแค่ธุรกิจโรงพยาบาลหรือสปา แต่ลามไปถึงธุรกิจฟิตเนส ร้านไลฟ์สไตล์ และโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ออกแบบเพื่อการอยู่แบบสุขภาพดีโดยเฉพาะ

ตัวเลขนี้ไม่ใช่การเติบโตแบบวูบเดียว เพราะทั้งคลัสเตอร์สุขภาพและความงามมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท และเพิ่งโตมาเพียง 60–70% ยังเหลือช่องว่างสร้างมูลค่าเพิ่มอีก 30–40% ในอนาคต หากมองจากภาพรวม จะเห็นชัดว่าฐานเศรษฐกิจใหม่กำลังขยับจากการบริโภคเพื่อความบันเทิง ไปสู่การบริโภคเพื่อสุขภาพและอายุยืน

ฟิตเนสและคอมมูนิตี้สุขภาพ กำลังแย่งบทบาทศูนย์กลางสังคมใหม่

ฟิตเนสและเว้นเนสคลับ: Third Place รุ่นใหม่ของคนเหงาและคนรักสุขภาพ

ฟิตเนส ซาวน่า และคลับสุขภาพกำลังยึดตำแหน่ง “Third Place” หรือพื้นที่ใช้ชีวิตนอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบทบาทของร้านกาแฟและบาร์ Third Place ในยุคนี้ไม่ได้มีไว้แค่เปลี่ยนบรรยากาศ แต่เป็นที่ที่ผู้คนมาสร้างปฏิสัมพันธ์ สร้างตัวตน และหากลุ่มไลฟ์สไตล์เดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

ปรากฏการณ์ชัดเจนตั้งแต่ระดับพรีเมียมในต่างประเทศที่มีเชนฟิตเนสหรูซึ่งต้องรอคิวสมัครสมาชิกยาวนาน ไปจนถึงระดับคอมมูนิตี้ทั่วไปที่เรามองเห็นใกล้บ้าน เช่น Run club และกิจกรรมแช่น้ำแข็ง (Ice Bath) ที่ดึงให้คนใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน สิ่งที่คนยอมจ่ายไม่ใช่เครื่องออกกำลังกาย แต่คือการซื้อ “พื้นที่สังคม” ที่ปลอดแอลกอฮอล์และสอดคล้องกับค่านิยมรักสุขภาพของคนรุ่นใหม่

ในหลายเมืองทั่วโลก คลับสปาและซาวน่าแบบคอมมูนิตี้ เช่น Othership และ Bathhouse ขายประสบการณ์เข้าสังคมผ่านกิจกรรมสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นพิธีซาวน่าพร้อมดนตรี หรือคลาสหายใจผ่อนคลายที่สนุกเท่าปาร์ตี้ยามค่ำคืน แต่ส่งผลดีต่อร่างกายมากกว่า การที่คลับดูแลผิวบางแห่งรายงานว่าความต้องการหาเพื่อนในคลับเพิ่มสูงขึ้นถึง 10 เท่า สะท้อนชัดว่าผู้บริโภคกำลังหันหลังให้ความเหงา ด้วยการลงทุนกับคอมมูนิตี้สุขภาพแทน

ฟิตเนสและคอมมูนิตี้สุขภาพ กำลังแย่งบทบาทศูนย์กลางสังคมใหม่

Gen Z กับไลฟ์สไตล์สมดุล: จากผับบาร์สู่คอมมูนิตี้สุขภาพและการดูแลเชิงป้องกัน

หัวใจของการเปลี่ยนศูนย์กลางสังคมครั้งนี้คือคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Y และ Gen Z ที่ให้คุณค่ากับไลฟ์สไตล์สมดุลมากกว่าเดิม พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่ร่างกายแข็งแรง แต่ต้องการสุขภาพจิตดี ความสัมพันธ์มีคุณภาพ และเวลาชีวิตที่มีความหมาย พฤติกรรมอย่างการเลิกดื่มแอลกอฮอล์แล้วหันไปใช้เวลาในคลับสุขภาพที่มีออนเซ็นหรือซาวน่า กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น เพราะได้ทั้งสุขภาพและเพื่อนที่มีแนวคิดเดียวกัน

แนวคิด “สงบแต่ไม่เหงา” ทำให้คนรุ่นใหม่โอบรับเทรนด์ Sobriety หรืองดแอลกอฮอล์ แล้วเปลี่ยนไปจัดปาร์ตี้จังหวะดนตรีในห้องซาวน่าแทน สนุกได้โดยไม่ทำร้ายร่างกาย ขณะเดียวกัน ข้อมูลอีกด้านชี้ว่ากว่า 67% ของ Gen Z และ 65% ของมิลเลนเนียลรู้สึกเหงา และผู้ใหญ่ 67% ขาดความเชื่อมโยงทางสังคม จึงไม่แปลกที่ Third Place แบบใหม่ซึ่งผสมทั้งการดูแลสุขภาพและการสร้างคอมมูนิตี้ จะกลายเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ช่องว่างทางอารมณ์ของคนรุ่นนี้มากที่สุด

ในฝั่งการท่องเที่ยว ผู้กำหนดนโยบายหันมาโฟกัสกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มองการเดินทางเป็นการดูแลชีวิต มากกว่าการเช็กอินสถานที่ดัง โดยเปลี่ยนจากการเน้นจำนวนคน มาเป็นคุณภาพประสบการณ์ที่ได้ Self-Renewal และความผูกพันให้กลับมาใช้บริการซ้ำ ตามแนวคิด Value Over Volume ที่เน้น “Better Living Destination” มากกว่าแค่จุดหมายปลายทาง ทั้งหมดนี้สอดรับกับค่านิยมคนรุ่นใหม่ที่ยอมจ่ายเพื่อความหมายของชีวิต มากกว่าแค่ความสนุกชั่วคราว

ฟิตเนสและคอมมูนิตี้สุขภาพ กำลังแย่งบทบาทศูนย์กลางสังคมใหม่

จากการรักษาเมื่อป่วย สู่การดูแลเชิงป้องกันในทุกวัน

อีกมุมที่เปลี่ยนโลกเศรษฐกิจสุขภาพคือการเลื่อนจุดโฟกัสจาก “รักษาเมื่อป่วย” ไปสู่ “ป้องกันก่อนป่วย” อย่างจริงจัง ตัวเลขช่วงเวลาชีวิตที่คนมีสุขภาพดี (Health Span) เฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 61.9 ปี ขณะที่ช่วงเวลาชีวิตทั้งหมด (Life Span) อยู่ที่ 71.4 ปี ส่วนในบางประเทศ ช่องว่างนี้มากถึงราว 10 ปี นั่นคือมีช่วงเวลายาวนานที่คนมีชีวิตอยู่แต่คุณภาพสุขภาพถดถอย ช่องว่างนี้กำลังกลายเป็นแรงผลักใหญ่ให้คนรุ่นใหม่หันมาดูแลตัวเองแบบเชิงป้องกัน

พฤติกรรมของ Gen Y และ Gen Z กำลังเปลี่ยนสู่การเป็น Smart Consumer ที่สนใจรายละเอียดสารสกัด ผลิตภัณฑ์ และบริการสุขภาพมากขึ้น ศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง และให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตพอ ๆ กับสุขภาพกาย นี่คือการปฏิเสธระบบสุขภาพแบบเดิมที่รอให้ป่วยก่อนถึงเข้าโรงพยาบาล แล้วหันมาลงทุนกับการวิ่ง ออกกำลังกาย เวิร์กช็อปหายใจ สมาธิ และเว้นเนสคลับในฐานะค่าใช้จ่ายจำเป็นของชีวิตประจำวัน

แนวโน้มนี้ถูกเสริมด้วยโครงการพัฒนาเขตเว้นเนสแบบครบวงจรที่ออกแบบให้การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันฝังอยู่ในชีวิต เช่น โมเดลโครงการบนถนนสารสินวิสัยทัศน์ “Everyday Wellness for Everyone” ที่ไม่ใช่แค่โครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นระบบนิเวศที่เชื่อมที่อยู่อาศัยกับบริการเว้นเนสครบชุด เป้าหมายคือทำให้การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันไม่ใช่กิจกรรมพิเศษ แต่เป็นกิจวัตร เช่น การลงไปซาวน่าหลังเลิกงาน หรือเข้าคลาสฟิตเนสกับเพื่อนข้างห้อง

ฟิตเนสและคอมมูนิตี้สุขภาพ กำลังแย่งบทบาทศูนย์กลางสังคมใหม่

ธุรกิจฟิตเนสและเว้นเนส: จากบริการเสริมสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก

เมื่อ Third Place ใหม่เกิดขึ้นรอบคอมมูนิตี้สุขภาพ ธุรกิจฟิตเนสและเว้นเนสก็ไม่อาจมองตัวเองเป็นแค่บริการเสริมได้อีกต่อไป พวกเขากลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมและเศรษฐกิจ ที่มีบทบาทใกล้เคียงกับร้านกาแฟยุคหนึ่ง หรือศูนย์การค้าในอีกยุคหนึ่ง แต่ต่างตรงที่รายได้ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าของสุขภาพและชุมชน ไม่ใช่แค่การบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย

ข้อมูลชี้ว่าตลาดเวลเนสมีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลก และคาดว่าจะขยายเป็นราว 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ขณะที่ตลาดเวลเนสของบางประเทศมีมูลค่ารวม 42,700 ล้านดอลลาร์ เติบโต 10.1% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ตัวเลขนี้สะท้อนคำกล่าวที่ว่า “Wellness Economy เป็นหนึ่งใน New S-Curve ที่เดินหน้าต่อได้แม้โลกเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ”

ในระดับโครงสร้าง นโยบายระดับชาติกำลังผลักดัน Life Economy หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็น Game Changer หลัก พร้อมต่อยอดจุดแข็งด้านบริการสปา นวด และการดูแลแบบองค์รวมที่ติดอันดับ Top 3 ของโลก ให้กลายเป็น Integrated Wellness Destination อย่างเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกัน ยังมีการผลักดันโครงการ Thailand Wellness Valley และโมเดลอื่น ๆ เพื่อผูกธุรกิจฟิตเนส เว้นเนสคลับ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และคอมมูนิตี้ให้เติบโตไปพร้อมกันในอีก 3–4 ปีข้างหน้า

ฟิตเนสและคอมมูนิตี้สุขภาพ กำลังแย่งบทบาทศูนย์กลางสังคมใหม่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Seagull เครื่องปั่นพกพาสุดสมาร์ท ตอบโจทย์สายรักสุขภาพยุคใหม่

Seagull เครื่องปั่นพกพาสุดสมาร์ท ตอบโจทย์สายรักสุขภาพยุคใหม่

ทิป เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ26 มี.ค. 2569
ความเชื่อเรื่องโชคลางในชีวิตประจำวัน ที่คนยังทำกันจนถึงปัจจุบัน

ความเชื่อเรื่องโชคลางในชีวิตประจำวัน ที่คนยังทำกันจนถึงปัจจุบัน

มุม วัฒนธรรมดั้งเดิม26 มี.ค. 2569
ความเชื่อเรื่องกิเลน สัตว์มงคลที่เชื่อว่านำความสงบสุขมาให้

ความเชื่อเรื่องกิเลน สัตว์มงคลที่เชื่อว่านำความสงบสุขมาให้

ทิป การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี26 มี.ค. 2569
ความเชื่อเรื่องปลาคาร์ปกับความพยายาม สัญลักษณ์ของความสำเร็จในวัฒนธรรมเอเชีย

ความเชื่อเรื่องปลาคาร์ปกับความพยายาม สัญลักษณ์ของความสำเร็จในวัฒนธรรมเอเชีย

มุม ปลาสวยงาม26 มี.ค. 2569
ความเชื่อเรื่องพลังธรรมชาติและการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับโลก

ความเชื่อเรื่องพลังธรรมชาติและการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับโลก

มุม ธรรมชาติและทิวทัศน์26 มี.ค. 2569
สะพายกระเป๋าข้างเดียวทุกวัน ระวังไหล่พังแบบไม่รู้ตัว

สะพายกระเป๋าข้างเดียวทุกวัน ระวังไหล่พังแบบไม่รู้ตัว

ทิป การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี26 มี.ค. 2569
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!