สุขภาพป้องกันโรคไม่ใช่เทรนด์ แต่คือทิศทางใหม่ของชีวิต
งาน Thai FDA WELLNEXT 2026 คือเวทีงานสุขภาพที่เน้นแนวคิดสุขภาพป้องกันโรค โดยเปิดพื้นที่ให้ประชาชนรู้ความเสี่ยงของตัวเองผ่านการตรวจสุขภาพฟรี การประเมินความเสี่ยง และการเรียนรู้สมุนไพรไทยเพื่อดูแลตนเองและครอบครัว ก่อนที่โรคจะพัฒนาเป็นภาวะรุนแรงที่ต้องรักษายาวนานและสิ้นเปลืองทรัพยากรชีวิตและเวลา
หัวใจของงานปีนี้ชัดเจนมาก คือการผลักให้คนเปลี่ยนจาก “รอป่วยแล้วค่อยรักษา” มาเป็น “รู้ความเสี่ยง ดูแลก่อนป่วย” ซึ่งเป็นธีมหลักของบูทอภัยภูเบศรภายในงาน แนวคิดนี้ไม่ใช่คำสวยหรู แต่ตอบโจทย์ยุคที่คนเผชิญความเครียด นอนไม่พอ กระดูกบาง และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ค่อยสะสมโดยไม่แสดงอาการชัดเจน การไปเดินงานสุขภาพครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เที่ยวห้าง แต่คือการลงทุนกับสุขภาพครอบครัวในแบบที่จับต้องได้
งานสุขภาพกลางห้างที่ให้ตรวจสุขภาพฟรีครบทั้งสมอง กระดูก และโรคเรื้อรัง
Thai FDA WELLNEXT 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ที่พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จุดเด่นคือการเปิดประเมินความเสี่ยงสุขภาพและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นโอกาสที่คนเมืองมักมองข้าม ทั้งที่ข้อมูลสุขภาพพื้นฐานนี่เองคือเข็มทิศสำคัญของการดูแลตัวเอง
บูทของมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเน้นตรวจ 3 ด้านหลัก ได้แก่ สุขภาพสมองด้วยการประเมินความเครียดและการนอนหลับ สุขภาพกระดูกด้วยการประเมินมวลกระดูกเบื้องต้น และการอ่านความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจากผลตรวจเลือดเดิม เช่น น้ำตาล ไขมัน และการทำงานของตับ สิ่งที่น่าสนใจคือเขาไม่ได้ให้แค่ตัวเลข แต่ช่วยแปลความหมายและแนะนำการปรับพฤติกรรมให้เหมาะกับแต่ละคน นี่คือรูปธรรมของสุขภาพป้องกันโรคที่ทุกคนควรได้สัมผัส
สมุนไพรไทยจากสวนถึงห้องตรวจ เปลี่ยนความรู้ให้เป็นภูมิคุ้มกันครอบครัว
อภัยภูเบศรยกทัพสมุนไพรไทยมาทั้งองค์ความรู้และกิจกรรมเวิร์กช็อป ภายใต้แนวคิด Herbal Wellness ที่เชื่อว่าสมุนไพรไทยสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพได้ หากใช้บนฐานข้อมูลวิชาการที่ถูกต้อง สิ่งที่เห็นชัดคือการพยายามเชื่อมภูมิปัญญาพื้นบ้านเข้ากับงานวิจัยสมัยใหม่ ไม่ปล่อยให้สมุนไพรเป็นแค่ของโบราณในครัว
ภายในงานมีการเล่าเรื่องบัวบกตั้งแต่ภูมิปัญญาชาวบ้านไปจนถึงสารสำคัญกลุ่มไตรเทอร์พีนอยด์ เช่น Asiaticoside และ Madecassoside ที่มีการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและปกป้องเซลล์ประสาท จุดที่ผู้จัดซื่อสัตย์กับคนดูคือเขาย้ำชัดว่า หลักฐานด้านดวงตาและปลายประสาทยังมีข้อจำกัด และไม่ควรใช้บัวบกแทนการรักษาหรือการควบคุมระดับน้ำตาลตามคำแนะนำแพทย์ ท่าทีแบบนี้ทำให้สมุนไพรไทยดูน่าเชื่อถือขึ้น เพราะไม่ขายฝันเกินจริง
จากเวิร์กช็อปถึงสวนสมุนไพรบ้าน สร้างความพร้อมยามฉุกเฉิน
สิ่งที่ทำให้งานนี้ต่างจากงานสุขภาพทั่วไป คือการผลักให้ทุกบ้านลุกขึ้นมาพึ่งพาตนเองด้วยสวนสมุนไพรเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะในภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติที่การเข้าถึงบริการสาธารณสุขอาจติดขัด แนวคิดนี้ไม่ใช่การให้คนรักษาโรคหนักเอง แต่คือการเตรียมตัวดูแลอาการเล็กน้อยที่พบบ่อย เช่น ไอ เจ็บคอ ท้องอืด ฟกช้ำ ผื่นแพ้ หรือแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกเล็กน้อย ด้วยสมุนไพรใกล้ตัวอย่างฟ้าทะลายโจร ขิง กระชาย ตะไคร้ ไพล ว่านหางจระเข้ เสลดพังพอน และมะกรูด
ภายในบูทยังมีกิจกรรมแจกต้นพันธุ์สมุนไพรฟรีวันละหนึ่งชนิด ได้แก่ บัวบก มะระขี้นก และกระดูกไก่ดำ พร้อมสอนวิธีปลูก ดูแล และข้อควรระวัง นี่ไม่ใช่แค่ของที่ระลึก แต่คือการส่งเมล็ดพันธุ์ความรู้กลับไปสู่ครัวเรือน เพราะเมื่อบ้านหนึ่งมีสวนสมุนไพรเล็กๆ ก็เท่ากับเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ทั้งสุขภาพครอบครัวและชุมชนในระยะยาว
ทำไมทุกคนควรแวะ WELLNEXT อย่างน้อยหนึ่งรอบในชีวิต
ตลอดสามวัน อภัยภูเบศรจัดเวทีพูดคุยและเวิร์กช็อปตั้งแต่ 10.00–19.30 น. ครอบคลุมเรื่องการนอนหลับ ความเครียด การดูแลตับ น้ำตาลในเลือด กระดูก กล้ามเนื้อ ระบบขับถ่าย ไปจนถึงการพิจารณาคุณภาพสมุนไพรตั้งแต่แปลงปลูกถึงผลิตภัณฑ์ พร้อมกิจกรรมสนุกอย่างฝึกนวดตัวเอง บริหารร่างกาย และเกมถามตอบที่ช่วยให้ความรู้สุขภาพป้องกันโรคกลายเป็นเรื่องเบาและเข้าถึงง่าย
เมื่อมองภาพรวม งานนี้ตอบโจทย์คนที่อยากเริ่มดูแลสุขภาพแต่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ทั้งประชาชนทั่วไป คนทำงาน ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อยากเข้าใจผลตรวจสุขภาพของตัวเองมากขึ้นก็เข้าร่วมได้ โดยนำผลตรวจล่าสุดมาปรึกษาฟรี จุดยืนที่ชัดเจนคือ การสร้างวัฒนธรรมใหม่ให้สังคมเห็นว่าการดูแลสุขภาพก่อนป่วยไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เริ่มได้จากการรู้ความเสี่ยง ปรับพฤติกรรม และใช้สมุนไพรไทยอย่างมีสติและมีข้อมูลรองรับ นี่คือก้าวเล็กๆ ที่อาจเปลี่ยนทิศชีวิตและลดภาระโรคในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ






