ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ARRI Cinema Color Science บนสมาร์ทโฟน: ถอดรหัส LogC3 ใน HONOR Magic9 Pro Max

ARRI Cinema Color Science บนสมาร์ทโฟน: ถอดรหัส LogC3 ใน HONOR Magic9 Pro Max
ความสนใจ|ถ่ายภาพด้วยมือถือ

Magic9 Pro Max ทำให้ถ่ายวิดีโอ LogC3 บนมือถือมีความหมายอย่างไร

หัวข้อของบทความนี้คือการอธิบายว่า HONOR Magic9 Pro Max ที่รองรับการถ่ายวิดีโอ LogC3 ในโหมด ARRI CINEMA และใช้สีในช่วง ARRI Wide Gamut 3 ส่งผลให้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพยนตร์ได้ใกล้เคียงมาตรฐานกล้องภาพยนตร์อาชีพอย่างไร รวมถึงเหตุผลที่ ARRI co-branding บนตัวเครื่องกำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้สร้างหนังและคอนเทนต์มองสมาร์ทโฟนว่าเป็นเครื่องมือโปรดักชันจริง ไม่ใช่แค่กล้องสำรองอีกต่อไป สำหรับสายภาพยนตร์ จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ Magic9 Pro Max สามารถบันทึกวิดีโอ 10 บิตในรูปแบบ ARRI LogC3 และสีแบบ Wide Gamut 3 ได้ถึงระดับวิดีโอ 4K 60fps ภายใต้โหมด ARRI CINEMA ซึ่งเป็นการนำองค์ประกอบหลักของ ARRI color science จากกล้อง ALEXA มาอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเรา คำถามจึงไม่ใช่ว่า “มือถือทำแบบนี้ได้หรือยัง” แต่คือ “เราพร้อมจะรับมือถือเข้าเซ็ตถ่ายจริงในฐานะกล้อง B หรือแม้แต่กล้องหลักแล้วหรือยัง”

ARRI Cinema Color Science บนสมาร์ทโฟน: ถอดรหัส LogC3 ใน HONOR Magic9 Pro Max

ARRI color science บนสมาร์ทโฟนถ่ายภาพยนตร์ ไม่ใช่แค่โลโก้สวยๆ

การที่โลโก้ ARRI ไปอยู่บนบล็อกกล้องด้านหลัง Magic9 Pro Max ไม่ใช่เพียงดีไซน์หรือการตลาด แต่สะท้อนว่าค่ายกล้องภาพยนตร์ระดับอุตสาหกรรมยอมรับสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงว่าเป็นเครื่องมือสร้างงานภาพเคลื่อนไหวจริง ARRI ชี้ว่าตนส่งผ่าน “selected elements of ARRI Image Science” ครอบคลุมทั้งขั้นตอนการรับภาพ การจัดการสี การพรีวิวแบบเรียลไทม์ ไปจนถึงการฟินิชชิ่ง นี่คือการขยับจากความร่วมมือด้านการถ่ายภาพนิ่งที่เราเคยเห็นกับแบรนด์เลนส์อื่น ไปสู่การโฟกัสที่ภาพยนตร์แบบเต็มตัว สาระสำคัญที่ผู้ใช้ต้องใส่ใจคือ ARRI color science บน Magic9 Pro Max ไม่ได้มีหน้าที่ทำให้ฟุตเทจ “ดูแพง” อย่างเดียว แต่เป็นการกำหนดมาตรฐาน workflow ตั้งแต่การถ่าย ทำให้คนตัดต่อและคัลเลอร์ริสต์สามารถรับไฟล์จากมือถือแล้วผสานเข้ากับงานที่ถ่ายด้วยกล้อง ARRI ได้อย่างมั่นใจ ด้วยโค้ง LogC3 และ Wide Gamut 3 ที่ถูกออกแบบให้รักษารายละเอียดไฮไลต์ เงา และสีสำหรับการเกรดทีหลัง

ARRI Cinema Color Science บนสมาร์ทโฟน: ถอดรหัส LogC3 ใน HONOR Magic9 Pro Max

โหมด ARRI CINEMA ถ่ายวิดีโอ 4K 60fps บวก LogC3 คือภาษาใหม่ของมือถือสายโปร

หัวใจของ Magic9 Pro Max สำหรับคนทำหนังคือโหมด ARRI CINEMA ที่เปิดให้บันทึกวิดีโอ 4K 60fps แบบ 10 บิตใน LogC3 และ ARRI Wide Gamut 3 พร้อมชุดควบคุมแบบแมนนวลที่รวมความละเอียด เฟรมเรต ชัตเตอร์ ISO สมดุลแสงโฟกัส การเลือกเลนส์ อัตราส่วนภาพ ระบบกันสั่น การชดเชยแสง พรีเซ็ตเสียง และโหมดแสดงผลไว้ในหน้าจอเดียว นี่คืออินเทอร์เฟซที่ถูกออกแบบให้เหมาะกับการใช้มือถือเป็นกล้อง B ในงานสารคดีหรืองานแบรนด์อย่างแท้จริง ไม่ใช่โหมด “โปร” ที่ถูกซ่อนอยู่ลึกๆ แล้วใช้งานยาก หนึ่งในประโยคที่ควรหยิบไปอ้างคือ “In the ARRI CINEMA mode, the phone records 10-bit video in ARRI LogC3 and ARRI Wide Gamut 3 at up to 4K 60fps” ซึ่งแสดงชัดว่ามือถือเครื่องนี้กำลังเล่นในลีกของกล้องวิดีโอจริงๆ เมื่อรวมกับการบันทึก APV 10-bit 4:2:2 ที่ ARRI ระบุในเอกสารของตน ผู้ใช้ยิ่งมีไฟล์ที่ยืดหยุ่นสำหรับการเกรดสีและโพสต์โปรดักชันระดับมืออาชีพ

ARRI Cinema Color Science บนสมาร์ทโฟน: ถอดรหัส LogC3 ใน HONOR Magic9 Pro Max

ARRI Looks และ Look Library 87 แบบ เปลี่ยน workflow เกรดสีทั้งบนมือถือและในโพสต์

จุดที่ทำให้ Magic9 Pro Max น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่อยากเสียเวลานั่งเกรดสีคือระบบ ARRI Looks บนเครื่องที่มีพรีเซ็ต 14 แบบ โดยแบ่งเป็น Look แปลงค่า LogC3 กลับมาสู่ภาพพร้อมดู 2 แบบ และ Look เชิงสไตล์อีก 12 แบบ ขณะเดียวกันผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึง ARRI Look Library ที่มีเกรดสีสำเร็จรูปให้เลือกถึง 87 แบบ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่คนทำงานบนกล้อง ALEXA ใช้อยู่ ผลเชิงปฏิบัติคือ สมาร์ทโฟนถ่ายภาพยนตร์เครื่องนี้ให้ทางเลือกสองสายงานอย่างชัดเจน สายคอนเทนต์สามารถเลือก ARRI Looks ที่ถูกออกแบบอย่างมืออาชีพแล้วถ่ายจบหลังกล้องได้ทันที ส่วนสายฟิล์มเมคเกอร์ที่ต้องการเก็บ headroom เต็มๆ ก็ถ่าย LogC3 เพียวๆ ไว้แล้วนำไปใส่ Look Library ในโพสต์ภายหลัง ทำให้ naming และ intent ของแต่ละ Look คงรูปแบบเดิมที่คนวงการ ARRI คุ้นเคย นี่คือสะพานเชื่อม workflow มือถือกับ workflow กล้องภาพยนตร์ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

กันสั่นระดับกิมบอลและการใช้มือถือเป็นกล้อง B ในงานจริง

ฮาร์ดแวร์กล้องของ Magic9 Pro Max ถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานในสถานการณ์ถ่ายจริงมากกว่าแค่การถือถ่ายเล่นๆ ทั้งกล้องหลัก 200 เมกะพิกเซลและเทเล 200 เมกะพิกเซลมาพร้อมค่าการกันสั่น CIPA 8.0 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับอุปกรณ์พกพา และกล้องหลักยังเพิ่มระบบกันสั่นแบบ 3 องศาที่ HONOR เรียกว่า “gimbal-level” เข้าไปบนฐาน OIS เดิม เพื่อชดเชยการเคลื่อนไหวมากกว่าที่ระบบกันสั่นสมาร์ทโฟนทั่วไปทำได้ โดยไม่ต้องพึ่งการครอปภาพด้วย EIS เมื่อจับคู่กันสั่นระดับกิมบอลกับวิดีโอ 4K 60fps ในโหมด ARRI CINEMA สมาร์ทโฟนเครื่องนี้จึงเล็งเป้าไปที่ฟิล์มเมคเกอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องการ shot เคลื่อนไหวลื่นตาในงานสารคดีหรือวิดีโอโซเชียลคุณภาพสูงอย่างชัดเจน อีกด้านหนึ่ง การที่ ARRI ตั้งคำถามตรงๆ ว่า “Would native LogC3 change which phone you carry as a B-camera” เป็นสัญญาณว่าค่ายกล้องภาพยนตร์เองก็เห็นศักยภาพในการใช้มือถือเป็นกล้อง B ที่มีคุณภาพไฟล์และสีใกล้เคียงกับ workflow ที่ตนตั้งมาตรฐาน สุดท้ายผู้ใช้คือคนตัดสินว่าจะยอมปรับ workflow เพื่อรับมือถือเข้าสู่ชุดกล้องในโปรดักชันหรือไม่ แต่เครื่องมือก็พร้อมแล้ว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!