จากโชว์รูมเงียบเหงา สู่จุดหมายไลฟ์สไตล์ที่อยากแวะบ่อย
ร้านเฟอร์นิเจอร์ฟล้กชิปแบบผสมผสานกับคาเฟ่ในโชว์รูมคือโมเดลร้านค้าปลีกดีไซน์ที่ออกแบบให้พื้นที่ขายเฟอร์นิเจอร์กลายเป็นจุดหมายไลฟ์สไตล์ ลูกค้าเข้ามาใช้ชีวิต ดื่มกาแฟ พักผ่อน และสัมผัสสินค้าในบริบทการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่เดินดูของบนชั้นวาง โมเดลนี้มุ่งเพิ่มเวลาที่ลูกค้าอยู่ในพื้นที่และความถี่ในการกลับมาใช้บริการ เพื่อแก้ข้อจำกัดดั้งเดิมของตลาดเฟอร์นิเจอร์ที่คนซื้อไม่บ่อยแต่ใช้เงินสูงต่อครั้ง ผมมองว่าแนวคิดนี้คือคำตอบของยุคที่คนศึกษาข้อมูลบนหน้าจอเกือบครบก่อนออกจากบ้าน ลูกค้าไม่ต้องการโชว์รูมที่เป็นเพียงคลังสินค้าอีกต่อไป แต่ต้องการสถานที่ที่ช่วยให้เขานึกภาพการใช้ชีวิตร่วมกับเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นได้ชัดขึ้น และรู้สึกว่าการแวะร้านเป็นส่วนหนึ่งของวันดีๆ ไม่ใช่ภารกิจซื้อของ
Maison & Co. x Velo Café พัทยา เคสนำร่องของร้านเฟอร์นิเจอร์ที่มีคาเฟ่
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ Maison & Co. Flagship Store พัทยา ที่จับมือกับ Velo Café คาเฟ่จากหัวหิน เปิดเป็น Velo Café Pattaya by Maison & Co. สาขาที่ 6 ของ Velo Café การตัดสินใจย้ายจากฟอร์แมตโชว์รูมปกติไปสู่พื้นที่แบบ Decor Café ไม่ใช่เรื่องตกแต่งสวยงามเท่านั้น แต่เป็นยุทธศาสตร์รับมือกับตลาดเฟอร์นิเจอร์ที่คาดว่าจะหดตัว 3.1% ในปี 2568 และอีก 0.6% ในปี 2569 ก่อนจะกลับมาโตเพียงราว 1.3% ในปี 2570 ประเด็นที่คนทำธุรกิจต้องกล้าพูดตรงๆ คือ ปัญหาใหญ่ของตลาดเฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่ยอดขายต่อบิล แต่คือความถี่การกลับมาร้านที่ต่ำมาก คนจะซื้อโซฟา เตียง หรือชุดโต๊ะกินข้าวเมื่อมีเหตุการณ์ใหญ่ในชีวิตเท่านั้น โมเดล Decor Café จึงตั้งใจเปลี่ยนร้านเฟอร์นิเจอร์จากสถานที่ที่ต้องมีเหตุผลถึงจะมา เป็นสถานที่ที่มีข้ออ้างเล็กๆ ให้แวะได้ทุกสุดสัปดาห์ เช่น การมาดื่มกาแฟดีๆ หรือมาหามุมถ่ายรูปใหม่

340 แก้วกาแฟต่อปี ทำไมแคฟ่ในโชว์รูมถึงสำคัญต่อร้านเฟอร์นิเจอร์
ถ้าดูตัวเลข คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยมากกว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี และตลาดกาแฟมีมูลค่าราว 65,000 ล้านบาท เติบโต 8.33% ตามรายงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขณะที่คำถามง่ายๆ คือ ในปีหนึ่งคุณเดินเข้าร้านเฟอร์นิเจอร์กี่ครั้ง ส่วนใหญ่ตอบได้ในนิ้วมือเดียว ตัวเลขสองชุดนี้อธิบายเหตุผลว่าทำไมคาเฟ่จึงกลายเป็นเครื่องจักรสร้างทราฟฟิกให้โชว์รูมโดยธรรมชาติ เมื่อ Maison & Co. นำเฟอร์นิเจอร์ไปจัดวางในพื้นที่ Velo Café ให้ลูกค้าใช้งานจริงภายใต้แนวคิด Your Style, Your Rules สถานะของเฟอร์นิเจอร์ก็เปลี่ยนจากสินค้าในโชว์รูมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การดื่มกาแฟ ลูกค้า Velo Café สามารถเข้ามานั่งพัก ใช้พื้นที่และเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านเฟอร์นิเจอร์ฟล้กชิปได้อย่างเป็นกันเอง ทำให้การลองนั่งโซฟาหรือเก้าอี้ไม่ใช่การ “ทดลองสินค้า” แต่เป็นการใช้ชีวิตในพื้นที่นั้น ระยะเวลาที่ใช้ดื่มกาแฟ 15–20 นาทีจึงกลายเป็นเวลาทองที่ลูกค้าได้ทดสอบเฟอร์นิเจอร์ใกล้เคียงการใช้งานจริงที่สุด

Your Style, Your Rules เมื่อดีไซน์กลายเป็นตัวตนไม่ใช่สินค้าโภคภัณฑ์
หัวใจเชิงแบรนด์ของโมเดลนี้คือแนวคิด Your Style, Your Rules ที่ Maison & Co. ใช้เป็นแกนในการออกแบบ Decor Café และประสบการณ์ในร้าน แนวคิดนี้ตั้งคำถามกับภาษาการขายเฟอร์นิเจอร์แบบเดิมที่มักเน้นฟังก์ชันและส่วนลด แล้วหันมาเน้นว่าการเลือกโซฟา โต๊ะ หรือชั้นวางของคือการเลือกวิธีใช้ชีวิตของแต่ละคน ไม่ใช่แค่การซื้อของตกแต่งบ้าน ภายใน Velo Café Pattaya by Maison & Co. งานดีไซน์ถูกจัดวางให้สอดคล้องกับบรรยากาศและการใช้งานจริง ทำให้ลูกค้าเห็นภาพชัดว่าเฟอร์นิเจอร์จะอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างไร กระป๋องดีไซน์ของกาแฟคั่วเองสูตรพิเศษ เสิร์ฟในกระป๋องอะลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100% ก็ไม่ได้เป็นเพียงบรรจุภัณฑ์ แต่เป็นจุดเช็กอิน เป็นพร็อพสำหรับถ่ายรูป และเป็นของสะสมที่เชื่อมประสบการณ์กาแฟกับตัวตนด้านดีไซน์ของลูกค้าเดียวกัน เมื่อทุกโมเมนต์ถูกออกแบบให้สะท้อนสไตล์ส่วนตัว แนวคิด Your Style, Your Rules จึงไม่ใช่สโลแกน แต่เป็นระบบประสบการณ์เต็มรูปแบบ
พัทยา เมืองท่องเที่ยวในฐานะสนามทดลองร้านค้าปลีกดีไซน์รูปแบบใหม่
การเลือกเปิดร้านเฟอร์นิเจอร์ฟล้กชิปผสมแคฟ่ในพัทยาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวระบุว่าปี 2567 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าชลบุรีและพัทยาราว 24 ล้านคน แบ่งเป็นคนไทยราว 14 ล้านคนและต่างชาติราว 10 ล้านคน สร้างรายได้รวมกว่า 260,000 ล้านบาท นั่นหมายความว่าเมืองนี้มีทราฟฟิกหมุนเวียนสูงเพียงพอให้ร้านค้าปลีกดีไซน์ทดลองฟอร์แมตใหม่ โดยไม่ต้องพึ่งคนในพื้นที่อย่างเดียว ผมเห็นข้อได้เปรียบอีกชั้นคือ ลูกค้าหลักของเฟอร์นิเจอร์ในพัทยาไม่ใช่เพียงคนอยู่อาศัย แต่รวมถึงนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งเป็นกลุ่มที่ซื้อเฟอร์นิเจอร์ทีละห้องและกลับมาซื้อซ้ำบ่อยกว่าลูกค้าทั่วไป เมื่อนำกลุ่มนี้มารวมกับคนรักกาแฟและสายเช็กอินที่มองหาประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ร้านเฟอร์นิเจอร์จึงมีโอกาสกลายเป็น “destination” ที่ตอบทั้งความต้องการตกแต่งห้องและความต้องการใช้เวลาว่างคุณภาพในทริปเที่ยวเดียวกัน โดยไม่ต้องแข่งกันด้วยส่วนลดในตลาดเฟอร์นิเจอร์ที่ก้อนเค้กไม่ได้ใหญ่ขึ้นอีกต่อไป


