จีโนมิกส์ไทยแลนด์คืออะไร และทำไมพันธุกรรมคนไทยถึงต้องมีฐานข้อมูลของตัวเอง
จีโนมิกส์ไทยแลนด์ คือโครงการถอดรหัสพันธุกรรมขนาดใหญ่ที่เก็บข้อมูลพันธุกรรมของคนในประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้อธิบายความแตกต่างของพันธุกรรมคนไทย ความเสี่ยงโรค ยีนมะเร็ง และการตอบสนองต่อยา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถอ้างอิงจากฐานข้อมูลต่างชาติได้ครบถ้วน เพราะแต่ละภูมิภาคมีพันธุกรรมเฉพาะถิ่นที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ จึงต้องสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมของตัวเองเพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำและการตรวจสกรีนโรคที่เหมาะกับโครงสร้างพันธุกรรมท้องถิ่น
ระยะที่ 1 ของโครงการนี้เป็นการถอดรหัสพันธุกรรมคน 50,000 ราย ครอบคลุมกลุ่มโรคสำคัญอย่างมะเร็ง โรคหายาก โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคติดเชื้อ และเภสัชพันธุศาสตร์ ผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลทั่วประเทศ ผลที่ออกมาชัดเจนคือ แนวคิดใช้ฐานข้อมูลจีโนมสากลแบบหนึ่งเดียวใช้ได้ทุกคนกำลังพังลง เพราะพันธุกรรมคนไทยและคนในภูมิภาคอื่นไม่ได้เหมือนกันเลย ข้อค้นพบนี้คือจุดหักเหจากการแพทย์มาตรฐานเดียว ไปสู่การแพทย์แม่นยำที่มองคนเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของทั้งโลก

122 ล้านตำแหน่งพันธุกรรมใหม่ ชี้ชัดฐานข้อมูลต่างชาติไม่พอสำหรับการตรวจสกรีนโรค
หัวใจของเรื่องนี้คือการค้นพบตำแหน่งพันธุกรรมใหม่กว่า 122 ล้านตำแหน่งที่ไม่เคยถูกบันทึกในฐานข้อมูลประชากรอื่นของโลกมาก่อน นี่ไม่ใช่ตัวเลขเล็ก ๆ แต่คือหลักฐานว่าพันธุกรรมคนไทยมีรายละเอียดและความหลากหลายที่ฐานข้อมูลต่างชาติไม่เคยเห็น และแน่นอนว่าไม่มีทางสะท้อนในแบบตรวจสกรีนโรคที่สร้างจากข้อมูลเหล่านั้น
โครงการจีโนมิกส์ไทยแลนด์ระยะที่ 1 ดำเนินการ 5 ปี ใช้งบประมาณเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของที่ได้รับ แต่กลับสร้างผลตอบแทนทางสังคมในระดับที่ประเมินได้ถึง 6.5 เท่าของเงินลงทุน นี่คือคำยืนยันเชิงตัวเลขว่า การลงทุนในฐานข้อมูลพันธุกรรมท้องถิ่นไม่ใช่ความหรูหราทางวิทยาศาสตร์ แต่คือโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพที่ช่วยให้วินิจฉัยโรคได้แม่นขึ้น ลดการลองผิดลองถูก และพาเราออกจากการแพทย์แบบเหมารวมที่อิงข้อมูลคนอื่นมากกว่าคนของเราเอง

ยีนมะเร็งในคนไทยบอกอะไรเรา การตรวจแค่ BRCA1–BRCA2 ไม่พออีกต่อไป
เมื่อทีมวิจัยนำข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมประมาณ 8,000 รายมาวิเคราะห์ พบว่าภาพของยีนมะเร็งในคนไทยต่างจากที่ตำราแพทย์อิงข้อมูลตะวันตกอย่างชัดเจน ฐานข้อมูลสากลเน้น BRCA1 และ BRCA2 เป็นหลัก แต่ในข้อมูลคนไทย ยีนสองตัวนี้ครอบคลุมความเสี่ยงได้เพียงราวสามสิบกว่าร้อยละ ขณะที่ในประชากรตะวันตกครอบคลุมได้ถึงประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่า หากเรายังตรวจสกรีนโรคด้วยชุดตรวจแบบเดิม คนจำนวนมากที่มียีนเสี่ยงแบบเฉพาะถิ่นจะหลุดจากเรดาร์
ทีมวิจัยพบยีนอีกหลายตัวที่พบในคนไทยบ่อย แต่แทบไม่ค่อยปรากฏในประชากรตะวันตก โดยมีอย่างน้อยหนึ่งยีนที่พบในข้อมูลคนไทยถึงประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์ เมื่อขยายจำนวนยีนที่ตรวจเป็นราว 20 ยีน ความครอบคลุมยีนเสี่ยงในข้อมูลคนไทยพุ่งขึ้นไปใกล้ 95 เปอร์เซ็นต์ ข้อเท็จจริงนี้คือคำตัดสินว่า ชุดตรวจสากลแบบสำเร็จรูปใช้กับทุกคนไม่ได้อีกต่อไป และเราจำเป็นต้องพัฒนาชุดตรวจยีนมะเร็งที่ออกแบบตามพันธุกรรมคนไทยอย่างแท้จริง

จากจีโนมสู่การแพทย์แม่นยำ ตัวอย่างที่พิสูจน์ว่าข้อมูลพันธุกรรมช่วยชีวิตได้จริง
ใครที่คิดว่าเรื่องพันธุกรรมเป็นแค่การวิจัยในห้องแล็บ ควรดูกรณีเด็กอายุ 2 ขวบที่ต้องเข้า ICU ถึง 4 ครั้งเพราะอาการป่วยรุนแรงเฉียบพลันเมื่อเริ่มกินอาหารอื่นนอกจากนมแม่ ข้อมูลจากฐานพันธุกรรม 50,000 จีโนมและเทคโนโลยีจีโนมิกส์ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมทำให้ร่างกายจัดการน้ำตาลชนิดหนึ่งในอาหารทั่วไปไม่ได้ เมื่อรู้ปัญหาที่แท้จริง การรักษาก็เปลี่ยนทันเวลาและช่วยชีวิตเด็กไว้ได้
ตัวอย่างใกล้ตัวอีกโรคคือเบาหวาน ผู้ป่วยบางคนที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD จะมีอายุเม็ดเลือดแดงสั้นกว่าปกติ ทำให้ค่า HbA1c ต่ำกว่าระดับน้ำตาลจริง หากแพทย์ไม่รู้ข้อมูลพันธุกรรมส่วนนี้ ผู้ป่วยอาจถูกประเมินว่าควบคุมโรคได้ทั้งที่ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนยังสูง นี่คือการแพทย์แม่นยำในชีวิตจริง ไม่ใช่คำสวยหรู แต่คือการใช้ข้อมูลพันธุกรรมคนไทยเพื่ออ่านโรคให้ถูกและรักษาให้ตรงจุด
จากฐานข้อมูลพันธุกรรมสู่อนาคตการตรวจสกรีนโรคและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลยีน
ข้อค้นพบจากจีโนมิกส์ไทยแลนด์ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความแตกต่างระหว่างคนไทยกับต่างชาติ แต่ยังชี้ให้เห็นความหลากหลายทางพันธุกรรมระหว่างพื้นที่ภายในประเทศเองด้วย นั่นหมายความว่าการตรวจสกรีนโรคในอนาคตไม่ควรเป็นชุดสำเร็จรูปแบบเดียวทั้งประเทศ แต่ต้องคิดถึงยีนเฉพาะถิ่นและรูปแบบโรคที่ต่างกันตามภูมิภาคด้วย การเดินหน้าสู่ระยะที่ 2 ด้วยตัวอย่างเพิ่มอีกสองแสนรายจึงไม่ใช่แค่การขยายโครงการ แต่คือการต่อชิ้นส่วนภาพใหญ่ของพันธุกรรมคนในประเทศให้ครบ
ในอีกด้านหนึ่ง การมีข้อมูลพันธุกรรมขนาดมหาศาลย่อมนำมาซึ่งคำถามเรื่องสิทธิและการคุ้มครอง โดยมีข้อเสนอให้ศึกษาความเป็นไปได้ของกฎหมายเฉพาะเพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติจากข้อมูลพันธุกรรม คล้ายกฎหมายคุ้มครองข้อมูลพันธุกรรมในต่างประเทศ ถ้าเรายอมรับว่าพันธุกรรมคือหัวใจของการแพทย์แม่นยำ เราก็ต้องยอมรับด้วยว่าการสร้างระบบตรวจสกรีนโรคและการแพทย์แบบใหม่ ต้องมาพร้อมกติกาที่ทำให้คนไว้วางใจว่าข้อมูลยีนของตนจะถูกใช้เพื่อรักษา ไม่ใช่เพื่อปิดกั้นโอกาสในชีวิต







