ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ซิงเกิลเศร้าใหม่สะท้อนยุคเพลงรักเปราะบางของศิลปินเดี่ยว

ซิงเกิลเศร้าใหม่สะท้อนยุคเพลงรักเปราะบางของศิลปินเดี่ยว
ความสนใจ|ศิลปินป๊อป

คลื่นเพลงใหม่ที่ให้ความเปราะบางเป็นตัวเดินเรื่อง

กระแสเพลงใหม่ศิลปินไทยช่วงนี้คือการที่ศิลปินเดี่ยวและศิลปินรุ่นใหม่หันมาออกซิงเกิลเศร้า pop และเพลงรักที่เล่าอารมณ์อย่างเปลือยใจ เลือกใช้ถ้อยคำง่าย ใกล้ชีวิตจริง เพื่อชวนคนฟังสำรวจแผลในความสัมพันธ์ของตัวเอง แทนการหนีไปหาความบันเทิงแบบเต้นตามได้อย่างเดียว เทรนด์นี้ทำให้เพลงรักไทยเริ่มกลายเป็นพื้นที่ระบายความรู้สึกที่ซับซ้อน เศร้า เจ็บ สับสน แต่พร้อมจะเยียวยาไปพร้อมกับผู้ฟังในเวลาเดียวกัน การปล่อยเพลงของ MINTTY EMI THASORN JAYLERR และ JOONS ในช่วงไล่เลี่ยกันจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากมองให้ลึกคือสัญญาณว่าศิลปินรุ่นใหม่กำลังเลือกเล่าความสัมพันธ์แบบซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกมากขึ้น ไม่กลบเกลื่อนความเจ็บด้วยท่อนฮุกติดหูอย่างเดียว แต่ใช้เพลงเป็นบทสนทนากับคนที่กำลังหลงทางในความรัก

MINTTY เจ็บให้พอ เมื่อเพลงเศร้ากลายเป็นบทเรียนรักตัวเอง

MINTTY หรือ พลอยชยาภา ปิยรพีธัชช์ เลือกหันหลังให้โหมดแซ่บจากเพลง HOT TEA แล้วเดินเข้าสู่พื้นที่เปราะบางในซิงเกิล เจ็บให้พอ (Invisible) เพลงเศร้าที่พูดแทนคนที่ยังรักแต่เริ่มมองเห็นว่าความสัมพันธ์กำลังทำให้ตัวเองค่อยๆ เลือนหาย ต่างจากเพลงอกหักแบบเดิมที่มักยื้อหรือรอปาฏิหาริย์ เพลงนี้ชวนตั้งคำถามแรงๆ ว่าเรารักเขามากกว่าตัวเองหรือยัง และถึงเวลาหรือยังที่จะยอม เจ็บให้พอ แล้วเดินออกมาเพื่อรักษาใจตัวเอง น่าสังเกตว่าเนื้อหาถูกออกแบบมาให้เป็นเพลงสำหรับเพลย์ลิสต์ช่วงยากๆ ของความสัมพันธ์ โดยไม่โฟกัสแค่ความเสียใจ แต่เน้นการตื่นรู้ว่า การปล่อยมือไม่เท่ากับหมดรัก มันคือการยอมรับว่าถ้ายังฝืนอยู่ต่อ เราอาจกำลังหายไปจากชีวิตของตัวเอง นี่คือทิศทางเพลงรักไทยที่ให้ความสำคัญกับสภาวะจิตใจผู้ฟังมากกว่าการทำตามสูตรตลาดเพลงอกหักแบบเดิม

ซิงเกิลเศร้าใหม่สะท้อนยุคเพลงรักเปราะบางของศิลปินเดี่ยว

EMI THASORN กับเพลงรักที่ยังไม่ลืม เมื่อคนไม่พร้อมเริ่มต้นใหม่มีตัวแทน

ฝั่ง EMI THASORN เลือกเปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วย เพลงรักที่ยังไม่ลืม (Glitch) ซิงเกิลเศร้าแนว Pop Ballad ที่เล่าเรื่องคนยึดติดกับรักเก่า ผ่านภาพการตามหากระดาษแผ่นสุดท้ายของหนังสือเล่มเดิม ความน่าสนใจไม่ใช่แค่ว่าเป็นเพลงเดี่ยวเพลงแรกในฐานะหนึ่งในดูโอ EMIBONNIE จากค่าย RISER MUSIC เท่านั้น แต่คือการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า มีคนจำนวนมากที่ยังลืมคนเก่าไม่ได้และไม่กล้าเริ่มต้นใหม่ ซึ่งเพลงนี้ตั้งใจเป็นตัวแทนของคนกลุ่มนั้น ในมุมผู้ฟัง เพลงรักไทยแบบนี้ตอบโจทย์คนที่อยากฟังอะไรเกินกว่าคำว่าไปต่อหรือพอแค่นี้ เพราะมันเก็บรายละเอียดอารมณ์ระหว่างทาง ตั้งแต่การพยายามหาคำตอบตอนจบที่ไม่มีวันได้ ไปจนถึงการยอมรับว่า การไม่มีคำตอบอาจเป็นคำตอบที่ชัดที่สุด ผู้ฟังสามารถดูมิวสิกวิดีโอบน YouTube ของค่ายและฟังผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงทุกเจ้าได้ทันที ทำให้เพลงเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

ซิงเกิลเศร้าใหม่สะท้อนยุคเพลงรักเปราะบางของศิลปินเดี่ยว

Bye ของ JAYLERR และ Adore ของ JOONS สองมุมมองหลังรักจบและรักเริ่ม

JAYLERR จากค่าย GX10 ASIA ส่งซิงเกิล Bye เพลงช้าแนวอกหักที่เล่าเรื่องความรักเป็นพิษ จนสุดท้ายตัวละครเลือกเดินออกมาเพื่อรักษาใจตัวเอง ท่อนฮุกอย่าง baby you’re my honey with the toxic แม้จะหวานเท่าไหร่ ถ้าชิมไปก็โดนพิษ แสดงให้เห็นการใช้ภาษาแบบกวน ประชด แต่ตรงไปตรงมา และย้ำแนวคิดว่า การบอกลาไม่ได้แปลว่าหมดรัก แต่เพราะรู้แล้วว่า life is better without you ผู้ฟังสามารถฟังเพลงผ่านทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิงและชมมิวสิกวิดีโอบนช่องทางของศิลปินได้ ขณะที่ JOONS ศิลปินรุ่นใหม่ลูกครึ่งสองโลก เลือกเปิดบทแรกของเส้นทางดนตรีด้วย Adore เพลงภาษาอังกฤษที่ใช้บีตและอินโทรปลุกให้ตัวเองรู้สึกมีชีวิตอีกครั้ง จึงถูกเลือกเป็นซิงเกิลเปิดตัว แม้โทนอารมณ์จะออกทางหลงใหลและตื่นเต้นกับคนใหม่ แต่แก่นยังคงเป็นการนิยามความรู้สึกเปลี่ยนโลกภายในใจ เมื่อใครบางคนเข้ามาทำให้ชีวิตที่เคยเงียบเหงากลับมามีสีสัน สองเพลงนี้จึงเหมือนคู่ขนานคนละฟากฝั่งของเส้นเรื่องความรัก ตั้งแต่จบอย่างปวดร้าว ไปจนถึงเริ่มต้นอย่างหัวใจเต้นแรง

ซิงเกิลเศร้าใหม่สะท้อนยุคเพลงรักเปราะบางของศิลปินเดี่ยว

จากซิงเกิลเศร้าสู่วัฒนธรรมการเยียวยาผ่านเพลง

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่าเพลงใหม่ศิลปินไทยในช่วงนี้กำลังผลักดันให้ซิงเกิลเศร้า pop กลายเป็นพื้นที่พูดคุยเรื่องจิตใจอย่างตรงไปตรงมา ทั้ง เจ็บให้พอ เพลงรักที่ยังไม่ลืม Bye และ Adore แม้โทนต่างกัน แต่ล้วนยอมรับว่าความสัมพันธ์มีทั้งด้านที่ทำให้มีชีวิตชีวาและด้านที่ทำให้เราเจ็บจนหลงทาง การที่งานเหล่านี้ถูกปล่อยพร้อมมิวสิกวิดีโอบน YouTube และสตรีมมิงทุกแพลตฟอร์ม ทำให้ผู้ฟังเข้าถึงได้ทันทีในวันที่ต้องการที่พึ่งทางใจ สำหรับคนฟังทั่วไป ผลกระทบเชิงปฏิบัติชัดมาก เพลงไม่ได้มีบทบาทเป็นแค่ซาวด์แทร็กของความทรงจำ แต่เป็นเหมือนคู่มือรับมือความสัมพันธ์ ทั้งสอนให้กล้าปล่อยมือ รู้จักอยู่กับคำตอบที่ไม่มีคำตอบ และเปิดใจให้กับการเริ่มต้นครั้งใหม่ เทรนด์นี้อาจไม่ทำให้ทุกเพลงทะลุชาร์ตทันที แต่กำลังค่อยๆ ปรับความคาดหวังของผู้ฟังว่า เพลงรักไทยสมัยนี้ควรกล้าที่จะซื่อสัตย์ต่อหัวใจ มากกว่าซื่อสัตย์ต่อสูตรสำเร็จทางตลาด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!