Fleen Beauty คือใคร ทำไมแบรนด์ความงามไทยรายนี้กำลังถูกจับตา
Fleen Beauty คือแบรนด์ความงามไทยในกลุ่ม T-Beauty ที่เน้นเมคอัปผสานสกินแคร์ เจาะกลุ่มคนผิวบอบบางที่อยากแต่งหน้าอย่างสบายผิว แบรนด์ถูกรีสตาร์ตใหม่ภายใต้ทีมบริหารชุดปัจจุบัน พร้อมวางระบบองค์กร ซัพพลายเชน และการตลาดให้ทันกับการเติบโตของตลาดเครื่องสำอางมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท การเติบโตของ Fleen Beauty จึงไม่ใช่แค่เรื่องไวรัล แต่คือกรณีศึกษาว่าจะเปลี่ยนกระแสสังคมออนไลน์ให้เป็นธุรกิจที่โตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร
สาระสำคัญคือ Fleen Beauty ไม่ได้โตเพราะดวง แต่โตจากการตัดสินใจเชิงธุรกิจที่ชัดเจน ตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการมูลค่า 25 ล้านบาทของผู้ก่อตั้ง ออม สุชาร์ มานะยิ่ง ไปจนถึงการยกเครื่องโครงสร้างองค์กรใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับการขยายตัวของแบรนด์ ในมุมของวงการเครื่องสำอาง Fleen Beauty จึงเป็นตัวอย่างของแบรนด์ความงามไทยที่กล้าเสี่ยง กล้าปรับ และใช้ข้อมูลจริงขับเคลื่อน ไม่ใช่แค่ทำคอนเทนต์ไวรัลแล้วจบ

ไวรัล Skin Tint 10,000 ชิ้น จุดกำเนิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด
จุดเปลี่ยนสำคัญของ Fleen Beauty คือการปล่อย Fleen Skin Tint ที่สามารถสร้างยอดขาย 10,000 ชิ้นภายในเดือนแรกที่เปิดตัว ตัวเลขนี้สะท้อนสองอย่าง หนึ่ง แบรนด์อ่านเทรนด์ถูก ว่าผู้บริโภคต้องการเมคอัปแบบบางเบาเป็นธรรมชาติที่ไม่ทำร้ายผิว สอง ระบบหลังบ้านพร้อมพอจะไม่ทำให้สินค้าขาดสต๊อกในช่วงที่กระแสแรงที่สุด เมื่อเทียบกับตลาดที่เต็มไปด้วยรองพื้นและบีบีครีม การที่แบรนด์ความงามไทยที่ยังใหม่สามารถดันสินค้าประเภท Skin Tint ขึ้นมาเป็นว่าที่ Hero Product ได้ แสดงว่ากลยุทธ์โปรดักต์ผสานกับการตลาดกำลังเดินในทิศทางเดียวกัน
สิ่งที่น่าคิดคือ Fleen Beauty ไม่หยุดที่ตัวเดียว แต่จัดพอร์ตสินค้าชัดเจน กลุ่ม Tone-up และ Corrector ยังทำรายได้รวมกันถึง 80 ของยอดขาย ขณะที่ Skin Tint เข้ามาต่อแถวเป็นเครื่องยนต์ตัวใหม่ของแบรนด์ แทนที่จะทุ่มงบยิงแอดเพียงอย่างเดียว Fleen Beautyเลือกสร้างสินค้าที่คนใช้แล้วอยากซื้อซ้ำ และเล่าสตอรีเรื่องผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่าย ให้กลายเป็นจุดยืนของแบรนด์ความงามไทยรายนี้อย่างมีน้ำหนัก

จาก 47 ล้านสู่เป้ารายได้ 100 ล้านขึ้นไป: Fleen Beauty ยอดขายที่โตด้วยการซื้อซ้ำ
ถ้ามองจากตัวเลข Fleen Beauty ยอดขายโตเกินเท่าตัวจาก 47 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 96 ล้านบาทในปี 2568 และ ณ เดือนสิงหาคมปีเดียวกันนี้แบรนด์ทำรายได้ไปแล้ว 76 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 120 ล้านบาทในปี 2569 นี่ไม่ใช่แค่กราฟสวยบนสไลด์ แต่สะท้อนว่าโมเดลธุรกิจที่เน้นการซื้อซ้ำกำลังทำงานจริง เพราะเครื่องสำอางคือหมวดที่ลูกค้าพร้อมเปลี่ยนแบรนด์ได้ตลอดเวลา หากสินค้าไม่ตอบโจทย์
คำพูดของผู้บริหารที่ว่าแบรนด์โตจากการซื้อซ้ำและการบอกต่อจึงจับต้องได้ เมื่อผูกกับการออกสินค้าใหม่ เพิ่มไซซ์ และเปิดตัว Travel Size ให้ลูกค้าลองก่อนซื้อขนาดจริง นี่คือกลยุทธ์ที่ฉลาด เพราะลดความเสี่ยงของผู้ใช้หน้าใหม่ แต่เพิ่มโอกาสปิดการขายขนาดจริงในระยะยาว การเน้นสารสกัดจากธรรมชาติและกลุ่มคนผิวแพ้ง่ายยิ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองถูกเข้าใจ ไม่ใช่แค่ถูกขายของ

ขยายรีเทลอย่างดุเดือด จากแบรนด์ออนไลน์สู่สินค้าที่ “เห็นได้ทุกชั้นวาง”
ยุคแรก Fleen Beauty พึ่งรายได้จากช่องทางออนไลน์ถึง 97 ในขณะที่ออฟไลน์มีเพียง 3 เท่านั้น แต่แผนล่าสุดคือการขยายรีเทลเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าให้ออฟไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 17 และลดสัดส่วนออนไลน์ลงเหลือ 83 ภายในปีเดียวกัน แนวคิดคือ แบรนด์ความงามไทยจะเข้าถึงใจผู้บริโภคได้มากขึ้น เมื่อสินค้าวางอยู่ในร้านที่คนเดินผ่านและหยิบจับได้ ไม่ใช่แค่เห็นผ่านหน้าจอ
การเข้าไปอยู่ในเชนรีเทลหลายร้อยสาขาทั้งในรูปแบบมัลติแบรนด์สโตร์และช่องทางบิวตี้เฉพาะทาง ทำให้ Fleen Beauty เปลี่ยนจากแบรนด์ออนไลน์เล็กๆ เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคเจอซ้ำบ่อยขึ้นทุกครั้งที่เดินช้อป เมื่อใช้ควบคู่กับกิจกรรมการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการทำงานกับ KOL ที่เข้าใจตัวตนแบรนด์ และใช้ TikTok Live รับฟีดแบ็กแบบเรียลไทม์ กลยุทธ์ขยายรีเทลของ Fleen Beauty จึงมีทั้งฐานลูกค้าเดิมจากออนไลน์และฐานใหม่จากหน้าร้านช่วยกันผลักดันยอดขาย

Fleen Beauty กับบทเรียนของคลื่น T-Beauty ลูกใหม่
กระแส T-Beauty ทำให้ผู้บริโภคเปิดใจต่อแบรนด์ความงามไทยมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Fleen Beauty เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เดินพร้อมกับเทรนด์นี้ และใช้กระแสไวรัลเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ปลายทาง สิ่งที่ต่างออกไปคือการลงทุนกับระบบหลังบ้านอย่างการวางซัพพลายเชนใหม่ เลือกซัพพลายเออร์ที่สอดคล้องกับแนวคิดแบรนด์ และไม่ยอมให้โอกาสการขายหลุดมือเพราะของขาดสต๊อก
ในเชิงภาพรวม Fleen Beauty แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ความงามไทยยุคใหม่จะเติบโตแบบยั่งยืนได้ ต้องผสมสามองค์ประกอบเข้าด้วยกัน หนึ่ง โปรดักต์ที่ตอบโจทย์ผิวและไลฟ์สไตล์จริง สอง การเล่าเรื่องที่จับใจและใช้ช่องทางออนไลน์อย่างชาญฉลาด สาม การขยายรีเทลและฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้ารายได้แตะ 100 ล้านขึ้นไป และแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างไม่หยุด แบรนด์อย่าง Fleen Beauty กำลังพิสูจน์ว่า T-Beauty ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นเวทีที่แบรนด์ไทยสามารถยืนระยะและโตได้จริง








