ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ยกระดับการป้องกันโรค NCDs ผ่านรพ.ชุมชน ที่ทำงานไปถึงที่ทำงานและห้องเรียน

ยกระดับการป้องกันโรค NCDs ผ่านรพ.ชุมชน ที่ทำงานไปถึงที่ทำงานและห้องเรียน
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

จากมหกรรม “ลดเค็ม เติมสุข” สู่ยุทธศาสตร์ป้องกันโรค NCDs ตั้งแต่ต้นน้ำ

ยุทธศาสตร์การป้องกันโรค NCDs คือแนวทางสาธารณสุขที่มุ่งลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไต ผ่านการปรับพฤติกรรมการกิน การเคลื่อนไหว การใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการสร้างสุขภาพชุมชนให้เอื้อต่อการมีพฤติกรรมเสี่ยงน้อยลง โดยเน้นการดูแลตัวเองก่อนเกิดโรค เพื่อลดภาระการรักษาและยืดช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีของประชาชน วันที่ 16 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดมหกรรม “ส่งเสริมสุขภาพปลอดภัย ห่างไกลโรค NCDs ลดเค็ม เติมสุข” ที่ตลาดต้นสน ตำบลแก่งเลิงจาน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 15–17 สิงหาคม 2569 จุดยืนสำคัญของงานนี้ไม่ใช่เพียงนิทรรศการสุขภาพ แต่คือการประกาศให้เห็นชัดว่าระบบรัฐกำลังย้ายจุดเน้นจากการรักษาปลายเหตุไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนป่วย ตัวเลขสะเทือนใจคือประชาชนร้อยละ 57.37 นิยมกินเค็ม ได้โซเดียมเฉลี่ย 2,358 มิลลิกรัมต่อวัน เกินกว่าเกณฑ์องค์การอนามัยโลก และโรคเบาหวานในจังหวัดมหาสารคามมีอัตราผู้ป่วยถึง 10.04 เปอร์เซ็นต์ สูงสุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง หากไม่เปลี่ยนพฤติกรรมวันนี้ ระบบสุขภาพจะต้องแบกรับผู้ป่วยและภาวะแทรกซ้อนอีกมหาศาลในอนาคต

ยกระดับการป้องกันโรค NCDs ผ่านรพ.ชุมชน ที่ทำงานไปถึงที่ทำงานและห้องเรียน

รพ.ชุมชน สสส. และสถานีสุขภาพ: แนวรบใหม่ของสุขภาพชุมชน

จุดแข็งที่สุดของยุทธศาสตร์ป้องกันโรค NCDs ครั้งนี้ คือการดึงโรงพยาบาลชุมชนและระบบบริการปฐมภูมิขึ้นมาเป็นพระเอก ไม่ใช่บทสมทบ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพประกาศเดินหน้าร่วมกับโรงพยาบาลชุมชนและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ใช้ข้อมูลเชิงลึกแบบ Data driven วิเคราะห์ว่าอำเภอไหนมีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังต้องล้างไตสูง หรือมีปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงรูปแบบใด เพื่อตั้งเป้าลดผู้ป่วย NCDs รายใหม่ภายใน 1–2 ปี และลดค่าใช้จ่ายการรักษาในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า ที่สำคัญกระทรวงสาธารณสุขยังเร่งขับเคลื่อนกิจกรรม Health Station “ลดเค็ม ลดโรค NCDs โมเดล” ในทุกอำเภอ เพื่อให้ประชาชนเรียนรู้และปรับพฤติกรรม ลดโอกาสเกิดความดันโลหิตสูงลงร้อยละ 50 และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศ เมื่อโรงพยาบาลชุมชนกลายเป็นศูนย์กลางสุขภาพชุมชนจริงๆ การป้องกันโรคจะไม่ใช่คำขวัญบนป้าย แต่เป็นบริการที่ไปถึงตลาด วัด โรงเรียน และครอบครัว

ยกระดับความรอบรู้สุขภาพด้วยเครือข่ายโรงเรียนและ อสม. อย.

หากจะป้องกันโรค NCDs ให้ยั่งยืน การเปลี่ยนพฤติกรรมต้องเริ่มจากการเปลี่ยนความคิด แผนงานของหน่วยงานกำกับผลิตภัณฑ์สุขภาพจึงเล็งเป้าการสร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพให้กับประชาชนอย่างเป็นระบบ ผ่านโรงเรียน อย.น้อยกว่า 21,000 แห่ง เครือข่าย บวร.ร. 441 ชุมชน ภาคีประชาชน 39 หน่วยงาน และเครือข่าย อสม.อย. กว่า 8,112 คน ผลคือระดับความรอบรู้ของประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นถึง 81.83 เปอร์เซ็นต์ นี่ไม่ใช่เรื่อง “รณรงค์ให้รู้” แบบฉาบฉวย แต่คือยุทธศาสตร์สร้างภูมิคุ้มกันข้อมูลให้คนทั่วไปเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างปลอดภัย ลดการตกเป็นเหยื่อการโฆษณาเกินจริง และลดเสี่ยงโรค NCDs ที่มาจากอาหารเสริม ยาลดน้ำหนัก หรือผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียม น้ำตาล หรือสารกระตุ้นแอบแฝง การสื่อสารผ่านครู นักเรียน ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุข ทำให้โครงการสุขภาวะไม่หยุดอยู่ในห้องประชุม แต่เดินได้เองในชีวิตประจำวันของคนทุกวัย

ยกระดับการป้องกันโรค NCDs ผ่านรพ.ชุมชน ที่ทำงานไปถึงที่ทำงานและห้องเรียน

DPU และมหาวิทยาลัย: ห้องเรียนสุขภาพที่ต่อยอดสู่การดูแลตัวเองก่อนป่วย

อีกแนวรบที่น่าสนใจคือการดึงมหาวิทยาลัยเข้ามาเป็นฐานความรู้ด้าน NCDs ไม่ใช่แค่สอนนักศึกษา แต่เปิดห้องเรียนให้สังคมเข้าถึง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จัดโครงการบริการวิชาการ “Beyond the Numbers: Understanding Diabetes Before It’s Too Late – น้ำตาลในเลือดไม่ใช่แค่ตัวเลข: เข้าใจเบาหวานก่อนสายเกินไป” เพื่ออธิบายสัญญาณเตือน ปัจจัยเสี่ยง การอ่านผลตรวจระดับน้ำตาล ไปจนถึงการปรับพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม แนวทางนี้ถูกวางไว้เป็นส่วนหนึ่งของ DPU Health Science Ecosystem ที่เชื่อมการเรียนรู้ การวิจัย บริการวิชาการ และระบบบริการสุขภาพของมหาวิทยาลัย รวมถึงโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย เพื่อเตรียมรองรับสังคมสูงวัย โดยเน้นการดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนเกิดโรค เมื่อมหาวิทยาลัยกลายเป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และประชาชน การรู้เท่าทันเบาหวานและโรคกลุ่ม NCDs จึงไม่ใช่แค่เนื้อหาวิชาชีพแพทย์ แต่เป็นทักษะชีวิตที่ทุกคนควรมี

ยกระดับการป้องกันโรค NCDs ผ่านรพ.ชุมชน ที่ทำงานไปถึงที่ทำงานและห้องเรียน

จากข้อมูลสู่การเปลี่ยนพฤติกรรม: ทำไมยุทธศาสตร์นี้ห้ามสะดุดกลางทาง

เมื่อดูภาพรวมจะเห็นว่ายุทธศาสตร์ป้องกันโรค NCDs ครั้งนี้กำลังเชื่อมหลายระบบเข้าด้วยกัน ตั้งแต่มหกรรม “ลดเค็ม เติมสุข” ที่กระตุ้นให้คนเห็นภัยจากการบริโภคโซเดียมเกิน การใช้โรงพยาบาลชุมชนและ Health Station ขยายการป้องกันไปถึงทุกอำเภอ ไปจนถึงการสร้างความรอบรู้สุขภาพผ่านโรงเรียนและเครือข่ายอาสาสมัคร และการต่อยอดองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่คนทำงานและคนทั่วไป ขณะเดียวกันข้อมูลอายุคาดเฉลี่ยเฉลี่ย 77.1 ปี แต่คนต้องอยู่กับสุขภาพที่ไม่ดีนานถึง 6.9 ปี คือสัญญาณชัดว่าการยืดอายุขัยโดยไม่ยืดสุขภาพดีเป็นทางตันของระบบสาธารณสุข หากแผนป้องกันโรคสะดุดกลางทาง คนรุ่นทำงานวันนี้จะกลายเป็นผู้ป่วยเรื้อรังในวันหน้า และระบบบริการสุขภาพจะถูกใช้ไปกับการรักษาช่วงท้ายชีวิตมากกว่าการลงทุนในช่วงต้นน้ำ การเดินหน้าป้องกันโรค NCDs ผ่านสุขภาพชุมชน โครงการสุขภาวะ และการลดเค็มจึงไม่ใช่ “งานเสริม” แต่เป็นงานหลักที่ต้องทำต่อเนื่องและจริงจัง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!