นิยามดีลใหม่: บางกอกกล๊าสบุกสนามดีลเลอร์ BMW
บางกอกกล๊าส ยานยนต์ คือการขยายตัวเชิงกลยุทธ์ของบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด มหาชน จากธุรกิจบรรจุภัณฑ์และกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น เข้าสู่ตลาดค้าปลีกยานยนต์ระดับพรีเมียมในฐานะผู้ถือสิทธิ์บริหารดีลเลอร์ BMW ผ่านบริษัทใหม่ชื่อ บีจี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเข้ามาดูแลโชว์รูมและศูนย์บริการทั้งสามแห่ง ได้แก่ รัชดาภิเษก รัชโยธิน และรังสิต โดยเน้นการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและการลงทุนระยะยาวในเครือข่ายศูนย์บริการ BMW
หัวใจของดีลนี้คือการที่ บางกอกกล๊าส หรือ บีจี กรุ๊ป เทคโอเวอร์กิจการบริษัท อมร เพรสทีจ จำกัด ดีลเลอร์ BMW อย่างเป็นทางการครบ 100 เปอร์เซ็นต์ และตั้งบริษัท บีจี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 800 ล้านบาทเพื่อบริหารโชว์รูมและศูนย์บริการทั้งสามสาขา รัชดาภิเษก รังสิต และรัชโยธินซึ่งเป็นศูนย์บริการโดยเฉพาะ การเคลื่อนตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อเจ้าของ แต่คือการประกาศว่ากลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่กำลังก้าวเข้ามาจริงจังในบทบาทใหม่ของดีลเลอร์ BMW ไทย

ทำไมบีจี กรุ๊ปจึงเลือกกระโจนสู่ตลาดยานยนต์พรีเมียม
ดีลอมร เพรสทีจไม่ได้เกิดจากจังหวะหรือความบังเอิญ แต่สะท้อนวิสัยทัศน์ระยะยาวของบีจี กรุ๊ปที่ต้องการต่อยอดจากฐานธุรกิจเดิมสี่กลุ่ม ทั้งบรรจุภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง พลังงานหมุนเวียน และกีฬาไลฟ์สไตล์ เข้าสู่ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมที่มีอัตราการเติบโตของแบรนด์ BMW และ MINI รวมกัน 12,247 คันในปีหนึ่ง โดยเป็น BMW 10,582 คัน MINI 1,665 คัน และ BMW Motorrad 1,033 คัน ตัวเลขเหล่านี้คือภาพชัดว่าตลาดรถหรูยังมีฐานลูกค้าที่มั่นคง
ในเชิงกลยุทธ์ การเข้าสู่บทบาทดีลเลอร์ BMW ไทยช่วยให้บางกอกกล๊าส ยานยนต์ กระจายความเสี่ยงจากธุรกิจเดิม พร้อมใช้จุดแข็งด้านประสบการณ์บริหารธุรกิจหลากหลายและศักยภาพด้านการลงทุน เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวจากเครือข่ายศูนย์บริการ BMW และการขายรถพรีเมียม ความร่วมมือกับ BMW ถูกย้ำชัดว่าเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวที่ตั้งอยู่บนเป้าหมายร่วมกันด้านความเป็นเลิศ นวัตกรรม และการเติบโตอย่างยั่งยืน

บีจี มอเตอร์ส: รวม 3 ศูนย์บริการ BMW ใต้การบริหารเดียว
การตั้ง บีจี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด คือการจัดระเบียบใหม่ของเครือข่ายดีลเลอร์ BMW ที่อมร เพรสทีจเคยดูแล โดยโครงสร้างใหม่โอนการดำเนินงานทุกอย่างของทั้งสามสาขามาอยู่ภายใต้การบริหารของบีจี กรุ๊ปทั้งหมด ได้แก่ โชว์รูมและศูนย์บริการสำนักงานใหญ่บนถนนรัชดาภิเษก ศูนย์บริการเฉพาะทางที่รัชโยธินแบบ Service Only Outlet และโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการขนาดใหญ่ที่รังสิต ซึ่งให้บริการลูกค้าในกรุงเทพฯ ตอนเหนือและภาคกลางตอนล่าง
ในทางปฏิบัติ การรวมทั้งสามสาขาไว้ภายใต้แบรนด์เดียวอย่างบีจี มอเตอร์สเปิดโอกาสให้การบริหารศูนย์บริการ BMW มีทิศทางชัดเจนขึ้น ตั้งแต่ภาพลักษณ์โชว์รูม การกำหนดมาตรฐานการบริการ ไปจนถึงการวางแผนลงทุนด้านอุปกรณ์และบุคลากร การมีทุนจดทะเบียน 800 ล้านบาทของบีจี มอเตอร์สถูกมองว่าเป็นฐานการเงินที่เพียงพอสำหรับการพัฒนาศูนย์บริการ BMW และดีลเลอร์ BMW ไทย ให้พร้อมรองรับการเติบโตของตลาดรถพรีเมียมในระยะยาว
ลูกค้าได้อะไรจากการเปลี่ยนเจ้าของดีลเลอร์ BMW
สิ่งที่ผู้ใช้รถพรีเมียมกังวลที่สุดเวลาเจ้าของดีลเลอร์เปลี่ยนมือคือบริการจะสะดุดหรือไม่ แผนของบีจี กรุ๊ปและ BMW เน้นชัดว่าจะรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ การขาย และการบริการหลังการขายให้เดินต่อเนื่องไม่สะดุด พร้อมย้ำว่าลูกค้ายังคงสามารถไว้วางใจในมาตรฐานการบริการและความเชี่ยวชาญจากทีมงานที่ผ่านการอบรมในทั้งสามสาขา และยังติดต่อทั้งรัชดาภิเษก รัชโยธิน และรังสิตผ่านหมายเลขเดิม 02-513-9555
ผลเชิงรูปธรรมสำหรับลูกค้าคือประสบการณ์ที่ควรดีขึ้น มากกว่าจะทรงตัว บีจี กรุ๊ประบุชัดว่าจะให้ความสำคัญกับการลงทุน การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายในระยะยาว หากทำได้จริง ลูกค้า BMW จะได้ศูนย์บริการ BMW ที่มีมาตรฐานสม่ำเสมอ การดูแลหลังการขายที่มั่นใจได้ และดีลเลอร์ BMW ไทยที่ใส่ใจทั้งการขายและบริการ ไม่ใช่แค่ตั้งใจปิดดีลเฉพาะตอนออกรถ

บทสรุป: ดีลเลอร์ BMW ไทย กำลังเข้าสู่ยุคของกลุ่มทุนใหญ่
เมื่อมองภาพรวม การที่บางกอกกล๊าส ยานยนต์ ก้าวเข้ามาบริหารดีลเลอร์ BMW ผ่านบีจี มอเตอร์ส คือสัญญาณว่าตลาดรถพรีเมียมกำลังเข้าสู่ยุคที่กลุ่มทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ลงมาจับธุรกิจค้าปลีกโดยตรง ไม่ใช่แค่ผ่านการสนับสนุนหรือสปอนเซอร์ ภายใต้เครือข่ายสามสาขา รัชดาภิเษก รัชโยธิน และรังสิต ศูนย์บริการ BMW จะกลายเป็นสนามพิสูจน์ว่าโครงสร้างทุนใหญ่ผสมกับแบรนด์ระดับโลกสามารถสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้นได้จริงเพียงใด
อนาคตของดีลนี้จึงไม่ได้อยู่แค่ในยอดขายรถใหม่ แต่ในความสามารถของบีจี กรุ๊ปที่จะทำให้บีจี มอเตอร์สกลายเป็นต้นแบบดีลเลอร์ BMW ไทย รุ่นใหม่ ที่เน้นความโปร่งใส การบริการระยะยาว และการลงทุนต่อเนื่อง หากทำสำเร็จ ดีลอมร เพรสทีจครั้งนี้จะถูกจดจำไม่ใช่แค่การซื้อกิจการ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ในฐานะจุดเปลี่ยนสำคัญของเครือข่ายศูนย์บริการ BMW และโฉมใหม่ของธุรกิจยานยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศ






