ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

กลัฟ-หน่อย บุษกร เปิดเคมีคู่ใหม่และแรงดีดจากบทหนุ่ม Red Flag

กลัฟ-หน่อย บุษกร เปิดเคมีคู่ใหม่และแรงดีดจากบทหนุ่ม Red Flag
ความสนใจ|ซีรีส์ไทย

Red Flag ที่ไม่แดงล้วน และนิยามเคมีระหว่างรุ่นใหม่กับรุ่นใหญ่

การแสดงบทหนุ่ม Red Flag คือการรับบทชายที่มีสัญญาณเตือนในความสัมพันธ์ แต่ซ่อนด้านดีไว้ภายใน ต้องเผชิญสถานการณ์กดดันที่ผลักให้ตัดสินใจผิดพลาดบ่อยครั้ง และใช้ความเหลี่ยมเจ้าเล่ห์เพื่อเอาตัวรอดในโลกของตัวละคร ขณะเดียวกันผู้แสดงต้องทำการบ้านอย่างลึกเพื่อให้ผู้ชมเชื่อว่าคนหนึ่งคนสามารถมีทั้งด้านดีและด้านมืดในเวลาเดียวกัน เคมีนักแสดงจึงไม่ใช่แค่ความเข้ากันของบุคลิก แต่คือการช่วยกันแบกน้ำหนักอารมณ์และชั้นเชิงของเรื่องให้ไปถึงจุดที่ผู้ชมสัมผัสได้

สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้น่าสนใจคือการที่กลัฟ คณาวุฒิเลือกเล่าอย่างชัดเจนว่าตัวละครของเขาไม่ได้เป็นหนุ่ม Red Flag แบบแบนราบ เขาเห็นว่าตัวละครมีทั้งด้านเรดแฟกและ Green Flag อยู่ในคนเดียวกัน ลึกๆ ใจเป็นฝั่งดีแต่โดนสภาพแวดล้อมบีบให้ต้องเล่นในด้านเข้มข้นมากขึ้น มุมมองนี้สะท้อนว่าเขาไม่ได้มองบทแค่ภาพลักษณ์โฉดเจ้าชู้ แต่กำลังชวนคนดูตั้งคำถามต่อคำว่า Red Flag ว่าบางทีคนที่เราติดป้ายอาจกำลังหาทางเอาตัวรอดจากโลกที่โหดร้ายมากกว่า

กลัฟ-หน่อย บุษกร เปิดเคมีคู่ใหม่และแรงดีดจากบทหนุ่ม Red Flag

เมื่อหนุ่ม Red Flag ต้องเล่นเกมกับหน่อย บุษกร

หัวใจของเคมีนักแสดงในเรื่องนี้อยู่ที่การปะทะระหว่างกลัฟ คณาวุฒิและหน่อย บุษกร ซีนที่ทีมงานตัดเบื้องหลังไปให้เห็นคือซีนที่ต้องประชันกับนักแสดงรุ่นใหญ่และต้องเล่นเกมกันค่อนข้างเยอะ การใช้คำว่า “เล่นเกม” ของเขาไม่ใช่การพูดเล่น เพราะหมายถึงการอ่านทางกันในทุกบล็อกกิ้ง สายตา และจังหวะอารมณ์ สิ่งที่น่าสังเกตคือแม้เขายอมรับว่าเกร็งนักแสดงทุกคน โดยเฉพาะรุ่นใหญ่ แต่ไดนามิกบนหน้ากล้องกลับดูผ่อนคลายยิ่งขึ้นเมื่อเขาเริ่มเข้าใจตัวละครมากขึ้น

กลัฟเล่าว่าช่วงแรกๆ ของการรับบทที่มีเลเยอร์หลายชั้น เขาก็ยังงงกับตัวละครตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อได้อยู่กับบทไปเรื่อยๆ ทำความเข้าใจระหว่างการแสดง เคมีกับหน่อย บุษกรก็เริ่มก่อตัว พอมีซีนที่ต้องปะทะกัน เขากลับรู้สึกสนุกและอยากเล่นฉากต่อไปเพิ่มขึ้นอีก ตรงนี้สะท้อนบทเรียนสำคัญสำหรับนักแสดงรุ่นใหม่ คือเคมีไม่ได้เกิดจากการคุยเล่นหน้ากองแต่เกิดจากการที่ทุกคนยอมทุ่มให้กับตัวละครของตัวเองอย่างจริงจังจนเส้นเรื่องไหลไปเอง

ทำการบ้านกับตัวละครเหลี่ยมจัด และการเรียนรู้จากรุ่นเก๋า

การรับบทชายที่ “มีสองเหลี่ยม ดี กับ เลว” ตามที่กลัฟอธิบาย ไม่ใช่โจทย์ง่ายสำหรับนักแสดงที่ยังไม่ค่อยมีโอกาสได้เล่นบทเข้มข้นเช่นนี้ เขายอมรับว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับบทที่มีมิติมาก มีเลเยอร์หลายชั้น จนต้องทำการบ้านค่อนข้างเยอะ น่าสนใจที่เขาเน้นเรื่องความเหลี่ยมและความเจ้าเล่ห์ของตัวละคร เพราะอยู่ในโลกที่ทุกคนมีเหลี่ยมสูง การจะเอาชีวิตรอดในสังคมนี้ได้จึงต้องเพิ่มชั้นเชิงเข้าไปในตัวละครด้วย

ความท้าทายอีกด้านที่เขาไม่ปิดบังคือความเกร็งเมื่อต้องทำงานร่วมกับนักแสดงมากฝีมือหลายคน เขาบอกตามตรงว่าเกร็งนักแสดงทุกคน แต่กลับมองว่านี่คือโอกาสทองที่จะ “ขโมยเทคนิค” จากนักแสดงรุ่นเก๋า มุมคิดนี้ชี้ให้เห็นความเป็นนักแสดงที่รู้ตัวว่าตัวเองยังต้องเรียนรู้อีกมาก ไม่ใช่แค่พอใจกับกระแส ซีรีส์ Red Flag ที่กำลังเป็นที่พูดถึง แต่ใช้โปรเจกต์นี้เป็นสนามจริงในการทดลองวิธีเข้าถึงอารมณ์ที่ซับซ้อนและการยืนระยะหน้ากล้องร่วมกับรุ่นพี่

เคมีนอกจอ กับความสนิทที่คลิกตั้งแต่ครั้งแรกของกลัฟและยามะพี

อีกมุมที่สะท้อนตัวตนของกลัฟ คณาวุฒิคือความสัมพันธ์กับยามะพีหรือยามาชิตะ โทโมฮิสะ เขาเล่าว่าได้มีโอกาสกลับไปเจอกันอีกครั้งหลังเคยเจอกันช่วงแฟชั่นวีคจากการไปงานแบรนด์เดียวกัน และมีโอกาสคุยกันว่าประมาณอาทิตย์หน้าจะมาที่นี่ พอจะมีเวลาว่างไหมมานั่งพูดคุยกันหน่อย สิ่งที่น่าสนใจคือยามะพีถึงกับบอกว่าเขาคือเพื่อน และกลัฟเองก็ยอมรับคำนี้แบบไม่ติด แสดงให้เห็นว่าเคมีนักแสดงของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกอง แต่ขยายไปถึงเครือข่ายคนทำงานต่างสายด้วย

กลัฟบอกว่าพอเจอกันครั้งแรกก็คลิกกันมาก คุยกันถูกคอแล้วไปดื่มกันต่อและไปเล่นอะไรด้วยกันอย่างสนุก หลังไมค์ส่วนใหญ่คุยกันเรื่องเที่ยวเรื่องปาร์ตี้ เขายังเล่าด้วยว่าเคยไปกินข้าวด้วยกันและถูกชวนให้ไปเห็น “ญี่ปุ่นจริงๆ เป็นอย่างไร” ช่วงปลายปีที่แล้วหรือสองปีที่แล้ว แม้ในด้านเพลงเขาจะยังกลัวว่าอีกฝ่ายฟังงานของตัวเองแล้วไม่เข้าใจจนยังไม่เปิดให้ฟัง แต่การที่ทั้งคู่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกันทำให้เห็นว่าเคมีนอกจอก็มีผลต่อความมั่นใจ และต่อวิธีที่กลัฟสะท้อนตัวตนลงในบทหนุ่ม Red Flag ด้วย

จากความเกร็งสู่ความกล้า บทสรุปของเคมีใหม่ในงานแสดง

หากมองภาพรวม การเดินเข้าสู่บทหนุ่ม Red Flag ทำให้เห็นว่ากลัฟ คณาวุฒิกำลังขยับจากโซนปลอดภัย ไปสู่พื้นที่ที่ต้องรับมือกับความเปราะบางของตัวละครและความกดดันของนักแสดงรุ่นใหญ่พร้อมกัน เขาไม่ได้ปิดบังความเกร็ง แต่เลือกใช้มันเป็นแรงผลักให้ทำการบ้านมากขึ้นและสังเกตวิธีทำงานของรุ่นพี่อย่างจริงจัง เคมีนักแสดงที่เกิดขึ้นกับหน่อย บุษกรจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของการยอมเปิดรับทั้งความสับสนช่วงแรกและการลองผิดลองถูกต่อหน้ากล้องจนซีนปะทะกันเริ่มสนุก

เดือนธันวาคมที่ยามะพีจะกลับมาเพื่อคอนเสิร์ตยังถูกกลัฟทิ้งปมว่าจะมีอะไรให้ลุ้นหรือไม่ แต่แม้เราไม่รู้ว่าจะมีงานร่วมกันหรือเปล่า สิ่งที่ชัดเจนแล้วคือเขากำลังสร้างตัวเองในฐานะนักแสดงที่กล้าเล่นกับเลเยอร์ของตัวละครและให้ความสำคัญกับเคมีทั้งในและนอกจอ เมื่อซีรีส์ Red Flag ฉายเต็มรูปแบบ เคมีที่เขากับหน่อย บุษกรช่วยกันขัดเกลาอาจไม่เพียงทำให้คนดูอินกับเรื่องราวเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้ชมเริ่มมองคำว่า Red Flag ด้วยสายตาที่ซับซ้อนขึ้น เห็นทั้งด้านเตือนภัยและด้านมนุษย์ของคนที่เราติดป้ายไปพร้อมกัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!