ACE LOVES FASHION นิยามใหม่ของการช้อปปิ้งที่พาแฟชั่นพบศิลปะ
ACE LOVES FASHION คือแคมเปญประสบการณ์ศิลปะแฟชั่นที่ศูนย์การค้ากรุงเทพนำแฟชั่นและศิลปะมาผสานกันในพื้นที่เดียว เปลี่ยนการเดินห้างจากการเลือกซื้อสินค้าให้กลายเป็นการเดินทางผ่านโลกความคิดสร้างสรรค์ เชื่อมดีไซน์เสื้อผ้า งานศิลป์ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างมีเรื่องราว เพื่อให้ผู้คนได้สำรวจตัวตนผ่านทั้งการแต่งกายและการเสพงานศิลปะในบรรยากาศเดียว สิ่งที่ทำให้แคมเปญนี้โดดเด่นคือท่าทีของเซ็นทรัล เอ็มบาสซีที่ไม่มองแฟชั่นเป็นแค่เครื่องแต่งกาย แต่คือวิธีคิดและการแสดงตัวตน พร้อมย้ำว่าศิลปะคือรากฐานสำคัญของวัฒนธรรมแห่งความคิดสร้างสรรค์ แนวคิดนี้สะท้อนว่าห้างสรรพสินค้าไม่ใช่เพียงพื้นที่บริโภค แต่สามารถเป็นพื้นที่สนทนาทางวัฒนธรรมที่เปิดให้ผู้คนได้ตีความแฟชั่นและศิลปะในแบบของตัวเอง ตามคำอธิบายของผู้จัดงาน “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE รวมที่สุดแห่งสไตล์ ศิลปะระดับโลก และอภิสิทธิ์เหนือระดับ จัดตั้งแต่วันที่ 2–11 ตุลาคม 2569” แสดงให้เห็นชัดว่าห้างกำลังผลักดันตัวเองให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่บ้านเราควรจับตา

เปิดม่านงานเปิดตัว เมื่อเซเลบและอินฟลูเอนเซอร์เติมชีวิตให้ศูนย์การค้า
หากจะบอกว่า ACE LOVES FASHION คือเวทีที่แฟชั่นและศิลปะมาพบกัน คนที่มาร่วมงานเปิดตัวคือผู้เล่นหลักที่ทำให้ภาพนี้ชัดเจน ในวันที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซีเปิดแคมเปญอย่างเป็นทางการ บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสันจากเหล่าผู้บริหาร ศิลปิน และแขกคนสำคัญที่ต่างใช้สไตล์ของตัวเองเล่าเรื่องราวแฟชั่นและศิลปะผ่านลุคที่สอดคล้องกับธีมแคมเปญ รายชื่อที่สายแฟชั่นรู้จักดีอย่าง ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต แอลลี่ อชิรญา นิติพน ฝ้าย พีรญา มะลิซ้อน อะตอม ปริยะ ปิยะพันธ์โอภาส คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์ และสิงโต ปราชญา เรืองโรจน์ ต่างมาร่วมเฉลิมฉลองโปรเจกต์ “BAZAAR ART 2026 Presented by Central Embassy” อย่างพร้อมหน้า การได้เห็นตัวแม่สายแฟร์และศิลปินชื่อดังเดินกลางงานศิลปะร่วมสมัย ทำให้แคมเปญนี้ไม่ใช่แค่ Central Embassy event สำหรับการช้อปปิ้ง แต่เป็นค่ำคืนที่แฟชั่นและศิลปะแลกเปลี่ยนสายตาและแรงบันดาลใจแบบตัวต่อตัว ไฮไลต์อย่างมินิคอนเสิร์ตจากโบกี้ไลออน และงาน Live Floral Installation โดยบอล นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์ ยิ่งตอกย้ำว่าห้างกำลังทดลองบทบาทใหม่ของตัวเองในฐานะเวทีการแสดงที่ผู้ชมไม่ได้แค่ดู แต่ถูกดึงให้มีส่วนร่วมกับทุกองค์ประกอบของงาน

จากลักชัวรีกว่า 70 แบรนด์สู่พื้นที่ศิลปะ ACE LOVES STYLE และ ACE LOVES THE STORIES
หัวใจของแคมเปญนี้คือการจัดวางประสบการณ์ศิลปะแฟชั่นให้เดินไปพร้อมกัน ไม่ใช่แยกเป็นโซนเสื้อผ้ากับโซนงานศิลป์แบบที่เราคุ้นเคย ด้านแฟชั่นเริ่มจาก ACE LOVES STYLE — A STATEMENT OF BEING YOU ที่ประกาศชัดในแนวคิดว่าทุกการเลือกสรรคือภาพสะท้อนตัวตน และทุกสไตล์มีความหมายในแบบของคุณ เมื่อเดินตามแนวคิดนี้ ภายในศูนย์การค้ากรุงเทพจึงเปิดโลกแฟชั่นจากแบรนด์ลักชัวรีระดับโลกและแบรนด์ร่วมสมัยกว่า 70 แบรนด์ให้คนเมืองได้เลือกสรรอย่างเต็มที่ การดึงคอลเลกชัน Fall/Winter 2026 จากแบรนด์ชั้นนำ รวมถึง Capsule Collection พิเศษ CHAVANA x O THONGTHAI รุ่น THE CAMOUFLAGE แว่นตารุ่นคอลแลบ MYKITA x RIMOWA ที่ร้าน NICHE NATION และ Pop-Up Store ครั้งแรกในประเทศของแบรนด์ REPRESENT คือการบอกโลกว่าการมาเดินห้างวันนี้คือการเข้าไปอยู่ในจักรวาลแฟชั่นที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงการดูสินค้าบนชั้นวาง อีกฝั่งหนึ่ง ACE LOVES THE STORIES — THE MAKING OF A MOMENT นำความจริงจังของวงการศิลปะมาผูกกับแฟชั่นผ่านโปรเจกต์ BAZAAR ART 2026 Presented by Central Embassy ที่ประกาศตัวว่าเป็น “THE INTERSECTION OF ART, FASHION AND CULTURE” ผสานโลกศิลปะ พื้นที่สร้างสรรค์ เวิร์กช็อป และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างครบถ้วน นี่คือการออกแบบประสบการณ์ที่ชวนให้ผู้ชมไม่แยกศิลปะออกจากชีวิตประจำวัน แต่เดินอยู่กับมันในทุกย่างก้าวของการช้อปปิ้ง
| Spec | A | B |
|---|---|---|
| แกนหลักของแคมเปญ | ACE LOVES STYLE เน้นแฟชั่นและตัวตน | ACE LOVES THE STORIES เน้นศิลปะและเรื่องเล่า |
| รูปแบบประสบการณ์ | คอลเลกชันลักชัวรีกว่า 70 แบรนด์ และคอลแลบพิเศษ | นิทรรศการ ศิลปินร่วมสมัย เวิร์กช็อป และพื้นที่สร้างสรรค์ |

THE ROOTs และพื้นที่สร้างสรรค์ เมื่อห้างกลายเป็นพิพิธภัณฑ์และสตูดิโอร่วมสมัย
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับสายอาร์ตคือคอนเซปต์ THE ROOTs ที่กระจายอยู่ในโปรเจกต์ BAZAAR ART ซึ่งทำให้โซนชั้น G ของศูนย์การค้ากรุงเทพดูเหมือนพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยมากกว่าพื้นที่รีเทล BAZAAR ART | The Museum Extended จัดแสดงงานกว่า 33 ชิ้นจาก 19 ศิลปินชั้นนำและผลงานระดับโลก เช่น MEMORY ภาพพิมพ์จากชุด Sunrise from a Small Window ของ Sho Shibuya และงาน Dial-A-Poem Thailand จากศิลปิน 35 ท่าน โดยความร่วมมือกับดิบ บางกอก และบางกอก คุนส์ฮาเลอ นี่คือการนำภาษาทางศิลปะที่มักอยู่ในแกลเลอรีเฉพาะทางมาวางไว้กลางห้าง ให้คนทั่วไปได้เข้าถึงโดยไม่ต้องเกรงใจพื้นที่ โซนอื่นอย่าง BAZAAR ART | The Auction ที่นำรายได้จากการประมูลผลงานศิลปะมอบให้มูลนิธิถันยรักษ์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แสดงมุมของแคมเปญที่ไม่มองงานศิลป์เป็นแค่ของสะสม แต่เป็นพลังที่ช่วยขับเคลื่อนสังคม ขณะที่ BAZAAR ART | The Cafe เชื่อมงานศิลปะกับชีวิตประจำวันผ่านเครื่องดื่มจาก BONCI และเฟอร์นิเจอร์โดย Kitt.Ta.Khon นักออกแบบชาวไทย เสริมด้วย BAZAAR ART | The Studio พื้นที่ที่เปิดให้ผู้สนใจร่วมเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากศิลปินหลากแขนง และนิทรรศการ VISUAL D. ARCHIVE: DECON CRAFT ที่ OPEN HOUSE ชั้น 6 จัดแสดงผลงานนิสิตและศิษย์เก่าจาก 4 วิชาเอกด้านการออกแบบ พร้อมชวนคนทั่วไปเข้าร่วมเวิร์กช็อปและเลือกซื้อผลงานโดยตรง ภาพรวมทั้งหมดทำให้ห้างแห่งนี้กลายเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ ห้องเรียน และสตูดิโอในเวลาเดียวกัน

จากศูนย์การค้ากรุงเทพสู่จุดหมายทางวัฒนธรรม บทสรุปของศิลปะและแฟชั่นยุคใหม่
เมื่อมอง ACE LOVES FASHION โดยรวม สิ่งที่เห็นชัดคือการเปลี่ยนบทบาทของศูนย์การค้ากรุงเทพจากที่ที่คนมาเดินช้อปปิ้ง ไปสู่จุดหมายทางวัฒนธรรมที่ผสานแฟชั่นและศิลปะเข้ากับชีวิตประจำวันอย่างมีกึ๋น ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซีประกาศชัดเจนว่าต้องการตอกย้ำบทบาทการเป็นจุดหมายปลายทางด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำ และการจัดแคมเปญรูปแบบนี้คือคำตอบว่าห้างในยุคถัดไปจะต้องให้มากกว่าแค่สินค้าดีๆ แต่ต้องสร้างพื้นที่ที่ผู้คนรู้สึกว่าการมาเยือนคือการได้สัมผัสประสบการณ์ การผสมผสานประสบการณ์ศิลปะแฟชั่นผ่านคอลเลกชันลักชัวรี การร่วมงานกับศิลปินระดับโลกและศิลปินรุ่นใหม่ การจัดเวิร์กช็อป และการเปิดพื้นที่ให้สมาชิก CENFINITY และแขกรับเชิญได้รับกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟและ Welcome Voucher เครื่องดื่มฟรีจาก BAZAAR CAFÉ สะท้อนแนวทางรีเทลที่เน้นความสัมพันธ์กับผู้ใช้มากกว่าการขายในระยะสั้น ผู้ซื้อวันนี้จึงไม่ใช่แค่ลูกค้า แต่เป็นผู้ร่วมสร้างวัฒนธรรมในพื้นที่เดียวกัน ท้ายที่สุด ACE LOVES FASHION แสดงให้เห็นว่าแฟชั่นและศิลปะไม่ได้อยู่คนละโลก หากถูกออกแบบอย่างตั้งใจ ทั้งสองสามารถหลอมรวมให้ศูนย์การค้ากลายเป็นจุดพบปะระหว่างตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ และการใช้ชีวิต และนี่อาจเป็นทิศทางที่เราจะเห็นบ่อยขึ้นในอนาคต เมื่อผู้คนคาดหวังจากห้างมากกว่าป้ายลดราคา แต่ต้องการประสบการณ์ที่เล่าเรื่องตัวเองได้อย่างมีความหมาย








