ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ลิซ่า Jimmy Fallon เมื่อป๊อปสตาร์กลายเป็นครูสอนภาษาไทยบนเวทีโลก

ลิซ่า Jimmy Fallon เมื่อป๊อปสตาร์กลายเป็นครูสอนภาษาไทยบนเวทีโลก
ความสนใจ|ศิลปินป๊อป

การปรากฏตัวของลิซ่า Jimmy Fallon คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

การปรากฏตัวของลิซ่าในรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon คือเหตุการณ์ที่ศิลปินป๊อประดับโลกเชื้อสายไทย ใช้พื้นที่ทอล์กโชว์ช่วงดึกสหรัฐเพื่อโปรโมตผลงานเพลงใหม่ PRESS PLAY และสารคดี Always Lalisa ควบคู่กับการสอดแทรกภาษาไทย อาหารไทย และอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยผ่านบทสนทนา แฟชั่น และคอนเทนต์บนเวที ทำให้การออกรายการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขายเพลง แต่กลายเป็นโมเมนต์ Thai soft power music ที่คนดูทั่วโลกเข้าถึงได้แบบสนุกและเป็นกันเอง

ลิซ่า ลลิษา มโนบาล สมาชิกวง BLACKPINK เข้าร่วมบันทึกเทปรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon ในฐานะแขกรับเชิญช่วงสัมภาษณ์ เพื่อพูดคุยถึงซิงเกิล SaWaDiKa อีพี PRESS PLAY และภาพยนตร์สารคดี Always Lalisa ที่กำลังจะเข้าฉาย รายการออกอากาศเวลา 23.35 น. ตามเวลาเขตตะวันออกของสหรัฐ ตรงกับเวลาประมาณ 10.35 น. ของไทยวันที่ 17 กันยายน

ความสำคัญคือเธอไม่ได้ไปในฐานะไอดอล K pop ที่มาแสดงเพลงเพียงอย่างเดียวเหมือนการมาเยือนเมื่อกันยายน 2564 แต่ครั้งนี้ลิซ่าได้พื้นที่สนทนา เล่าเบื้องหลังชีวิตและผลงาน เปิดมุมมองใหม่ของป๊อปสตาร์ที่พร้อมรับบททูตวัฒนธรรมในโลกสื่อบันเทิงยามดึก

ลิซ่า Jimmy Fallon เมื่อป๊อปสตาร์กลายเป็นครูสอนภาษาไทยบนเวทีโลก

จาก SaWaDiKa ถึง PRESS PLAY เมื่อ Thai soft power music ขึ้นเวทีทอล์กโชว์

หัวใจของการออกรายการครั้งนี้คือการประกาศว่า Thai soft power music ไม่ได้อยู่แค่ในมิวสิกวิดีโอ แต่สามารถเดินขึ้นเวทีทอล์กโชว์ระดับโลกได้อย่างสง่างาม SaWaDiKa นำคำทักทายภาษาไทย สวัสดีค่ะ มาเป็นชื่อเพลง และใส่องค์ประกอบไทยทั้งดนตรี แฟชั่น และท่าเต้นอย่างชัดเจน นี่คือคำประกาศว่า ภาษาและวัฒนธรรมไทยเป็นจุดขาย ไม่ใช่อุปสรรค

EP PRESS PLAY ถูกเล่าผ่านมุมมองเส้นทางชีวิตของลิซ่า ตั้งแต่รากเหง้าจนถึงปัจจุบัน โดยแต่ละเพลงมีบรรยากาศและความเป็นไทยในแบบของตัวเอง ก่อนจะถูกนำมารวมเหมือนการชมภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง SaWaDiKa จึงทำหน้าที่เป็นผลงานนำจาก PRESS PLAY ที่มีกำหนดปล่อยวันที่ 23 ตุลาคม 2569 และเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว

หนึ่งในตัวเลขที่สะท้อนพลังของคอนเซ็ปต์นี้คือมิวสิกวิดีโอ SaWaDiKa ทำยอดรับชมมากกว่า 70 ล้านครั้งบน YouTube ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งกลายเป็นคำยืนยันว่าเมื่อป๊อปสตาร์สอนภาษาไทยผ่านเพลง คนดูทั่วโลกพร้อมฟังและกดเล่นซ้ำ

ป๊อปสตาร์ สอนภาษาไทย และวัฒนธรรมอาหารบนเวที Jimmy Fallon

จุดที่ทำให้การออกรายการครั้งนี้โดดเด่นกว่าการโปรโมตเพลงทั่วไป คือภาพของป๊อปสตาร์ สอนภาษาไทย กลางรายการทอล์กโชว์ช่วงดึก ลิซ่าสอนจิมมี ฟอลลอนพูดคำว่า สวัสดีครับ และ ขอบคุณครับ พร้อมชมว่าพิธีกรตั้งใจออกเสียงจนสำเนียงเป๊ะ นี่คือการแปลงสตูดิโออเมริกันให้กลายเป็นห้องเรียนภาษาไทยแบบสนุกที่คนดูไม่รู้สึกว่ากำลังถูกสอน

ในอีกช่วง ลิซ่าแนะนำเมนูส้มตำให้พิธีกรได้รู้จัก อธิบายวัตถุดิบและรสชาติ ก่อนชวนลองเครื่องดื่มสูตรผสมโซจู เบียร์ไทย และสไปรต์ พร้อมสอนคำว่า หมดแก้ว จนสตูดิโอเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ การยกอาหารและเครื่องดื่มขึ้นไปอยู่กับบทสนทนาเรื่องเพลงคือการบอกว่าชีวิตของศิลปินไม่ได้แยกออกจากวัฒนธรรมที่เธอเติบโตมา

ความสำเร็จอยู่ที่การทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเรียนภาษาและวัฒนธรรมเป็นเรื่องขำขัน อบอุ่น และมีส่วนร่วม ไม่ใช่คอนเทนต์สอนความรู้แห้งแล้ง ซึ่งเป็นสูตรที่ศิลปินรุ่นต่อไปสามารถใช้เมื่อมีโอกาส late-night talk show appearance บนเวทีใดก็ตาม

การสปอยล์ PRESS PLAY แทร็ก T และบทบาทใหม่ของป๊อปไอคอน

นอกจากความเป็นครูสอนภาษาไทย ลิซ่ายังใช้เวทีนี้เป็นพื้นที่สื่อสารกับแฟนเพลงทั่วโลกอย่างแยบยล จิมมี ฟอลลอนถามถึงเพลงใหม่ที่ยังไม่เปิดเผยชื่อ ก่อนลิซ่าจะยอมบอกใบ้ว่าแทร็ก 4 ของ PRESS PLAY จะเป็นซิงเกิลต่อไป และชื่อเพลงขึ้นต้นด้วยตัว T แต่ขอเก็บชื่อเต็มไว้เป็นเซอร์ไพรส์ นี่คือเกมการตลาดที่ใช้ความขี้เล่นของตัวศิลปินมาช่วยสร้างกระแส

เธอยังเล่าถึงเส้นทางอาชีพในมุมสมมติว่า หากเส้นทาง K pop ไม่สำเร็จ อาจไปเป็นครูสอนเต้น หรือแต่งชุดมาสคอตเป็นเจ้าหญิงในดิสนีย์แลนด์ เรื่องเล่าเหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ป๊อปสตาร์ระดับโลกดูกลายเป็นคนธรรมดาที่มีฝัน และยิ่งตอกย้ำว่าความสำเร็จในวันนี้มาจากการเลือกเส้นทางที่ยากที่สุด

เมื่อรวมกับการพูดถึง Always Lalisa สารคดีที่เตรียมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ก่อนเผยแพร่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ และโชว์ VIVA LA LISA ที่ลาสเวกัสซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเตรียมซ้อม เราจะเห็นภาพศิลปินที่วางแผนสื่อสารในทุกแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นจอใหญ่ โรงคอนเสิร์ต หรือจอทีวีช่วงดึก

จากส้มตำถึง Always Lalisa ทำไมโมเดลลิซ่าจึงสำคัญต่อวัฒนธรรมไทยในอนาคต

เมื่อมองภาพรวม การออกรายการของลิซ่าครั้งนี้คือกรณีศึกษาว่า Thai soft power music สามารถเติบโตได้เมื่อศิลปินยอมพกบ้านเกิดขึ้นไปบนเวทีทุกครั้ง SaWaDiKa ดึงคำสวัสดีไทยขึ้นเป็นชื่อเพลง PRESS PLAY เล่าเส้นทางชีวิตที่ผูกกับรากเหง้า ส้มตำและคำว่า หมดแก้ว ถูกใช้สร้างบทสนทนากับพิธีกรระดับโลก สิ่งเหล่านี้คือซีนที่ทำให้คนดูผูกชื่อของเธอเข้ากับภาพวัฒนธรรมไทยโดยอัตโนมัติ

Always Lalisa จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกวันที่ 12 ตุลาคม 2569 และ PRESS PLAY กำหนดวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคม 2569 หมายความว่าช่วงเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์นี้คือจังหวะที่เรื่องเล่าของลิซ่าจะถูกปล่อยออกสู่สายตาโลกอย่างหนาแน่น การใช้ late-night talk show appearance จึงเป็นเหมือนการเปิดประตูชุดใหญ่ก่อนคลื่นคอนเทนต์ถาโถม

บทสรุปคือ หากศิลปินรุ่นใหม่อยากเห็นวัฒนธรรมไทยเดินไปไกลกว่านี้ โมเดลของลิซ่าชี้ทางชัดเจน นั่นคือไม่ต้องเลือกระหว่างการเป็นป๊อปสตาร์กับการเป็นตัวแทนวัฒนธรรม เพราะทั้งสองบทบาทสามารถเดินคู่กันได้ บนเวทีเดียวกัน ในคืนเดียวกัน และในสายตาผู้ชมกลุ่มเดียวกันทั่วโลก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!