เข้าฤดูรับปริญญาเต็มตัวแล้วนะคะ ช่วงนี้บัณฑิตทักหาร้านเครื่องประดับกันแน่นมาก เพราะทั้งวันซ้อมใหญ่ วันถ่ายรูปนอกรอบ และวันรับจริงเรียงคิวกันมาตั้งแต่ตุลาคมยาวไปถึงธันวาคม เราเลยรวมทรงต่างหูหลักร้อยที่ใส่กับชุดครุยแล้วรอดมาเล่าให้ฟังแบบเพื่อนสาวคุยกันเหมือนเดิม จบแล้วมีพิกัดให้จิ้มตามด้วยนะคะ
สายมินิมอลติดติ่งเรียบแต่ดูแพง
กลุ่มแรกคือสายติดติ่งที่เรามั่นใจที่สุดสำหรับพิธีช่วงเช้าค่ะ ทรงสตัดมุกเม็ดเดี่ยวหรือสตัดเพชร CZ เม็ดเล็กใส่แล้วหน้าสว่างขึ้นทันทีโดยไม่ได้แย่งซีนชุดครุยเลย ทรงที่เห็นบ่อยและถ่ายรูปขึ้นสุดคือแบบมุกเม็ดเดี่ยวท็อปเพชรหนึ่งเม็ด กับแบบหัวใจทองฝังเพชรเม็ดจิ๋ว มองใกล้ๆ เห็นดีเทลครบแต่ยืนไกลสามเมตรยังดูเรียบร้อยมาก

งบกลุ่มนี้ในแอปส้มสบายกระเป๋ามาก ต่างหูมุกเงินแท้ 92.5 มุกสังเคราะห์มีขนาด 5, 6 และ 8 มิลลิเมตร ราคา 79 ถึง 99 บาทต่อคู่ ส่วนงานมุกที่ก้านและแป้นปั๊มเงินแท้ 925 อยู่ราว 100 ถึง 180 บาท ใครชอบประกายแวววาวแบบเพชรเลือกก้านเงินแท้ประดับเพชร CZ ได้เลย ไซซ์ 2 มิลลิเมตร 70 บาท 3 มิลลิเมตร 80 บาท 4 มิลลิเมตร 90 บาท และ 5 มิลลิเมตร 100 บาทต่อคู่
เราคิดว่าไซซ์กำลังสวยสำหรับวันรับปริญญาคือมุก 6 มิลลิเมตร หรือเพชร CZ 3 ถึง 4 มิลลิเมตรค่ะ เม็ดไม่เล็กจนหายในรูปหมู่และไม่ใหญ่จนดูใส่ออกงานกลางคืน จิ้มดูได้ที่ หน้าสินค้าต่างหูมุกเงินแท้ 92.5 ในแอปส้ม และ หน้าสินค้าต่างหูเพชร CZ ก้านเงินแท้ เลยค่า
สายจัดเต็มทรงห้อยระย้า
ใครอยากได้ลุคคุณหนูเต็มขั้นต้องกลุ่มทรงห้อยค่ะ คู่ที่เราเห็นแล้วร้องว้าวคือแบบมุกเม็ดเดี่ยวหน้าหูแล้วห้อยโซ่ทองปลายเป็นโบว์ฝังเพชรจิ๋ว กับแบบหัวเพชรชมพูแล้วมีแถว มุก โค้งโอบใต้ติ่งหู ใส่แล้วเวลาหันหน้าจะมีจังหวะไหวเบาๆ ที่กล้องจับได้พอดีเป๊ะ

จุดเด่นของทรงห้อย
- ให้ลุคจัดเต็มแบบคุณหนู หันหน้าแล้วมีจังหวะไหวที่กล้องจับได้
- ใส่กับชุดครุยแล้วดูแพงกว่าทรงติดติ่งขึ้นไปอีกระดับ
จุดที่ต้องรับให้ได้
- หนักกว่าทรงติดติ่ง ใส่ยาวทั้งวันติ่งหูจะล้ากว่า
- ปลายห้อยเกี่ยวกับสายรัดครุยและผมตัวเองได้ถ้ายาวเกิน 3 เซนติเมตร
ข้อควรจำของเราคือความยาวช่วงห้อยไม่ควรเกินราว 2 ถึง 3 เซนติเมตร เพราะวันจริงต้องก้มๆ เงยๆ ทั้งวันและโดนเสื้อครุยทับทับ ถ้าห้อยยาวเกินไปจะเกี่ยวกับสายรัดและผมเองเอาได้ งานห้อยก้านเงินแท้ 925 ในแอปส้มอยู่ราว 219 บาทต่อคู่ ถือว่าคุ้มมากสำหรับรูปที่จะอยู่กับเราไปอีกเป็นสิบปีจ้า
สายโบว์สายมุกถ่ายรูปขึ้นสุด
ถ้าให้เลือกลายที่ขึ้นกล้องที่สุดในวันรับปริญญา เราขอชูทรงโบว์คู่ มุก เลยค่ะ โบว์เงินหรือโบว์ทองตัวเล็กท็อป มุก เม็ดกลมขาวนวลให้ลุคหวานแบบคุณหนู และข้อดีคือใส่วันอื่นต่อได้หมดทั้งวันทำงาน วันเดท และวันออกงาน ร้านเครื่องประดับหลายร้านจึงยกให้ทรงนี้เป็นรุ่นขายดีช่วงรับปริญญา

ราคาตลาดของงานโบว์ มุก อยู่ช่วงหลักร้อยกลางถึงปลายค่ะ แบบที่ร้านรวมลุครับปริญญาไว้เริ่มที่ 250 บาทสำหรับทรงโบว์ มุก เม็ดเดี่ยว ขยับเป็น 290 บาทในทรงโบว์ มุก คู่และทรงชาร์มคู่ ส่วนตัวท็อปของไลน์อย่างทรงเชอร์รี่โบว์ มุก คู่นั้นอยู่ที่ 350 บาทต่อคู่ ซึ่งเรารู้สึกว่ายังอยู่ในงบที่บัณฑิตหรือเพื่อนบัณฑิตซื้อเป็นของขวัญให้กันได้สบายมาก
ใส่ทั้งวันไม่เจ็บหูต้องดูก้านและแป้น
วันรับปริญญาคือมาราธอนค่ะ ใส่ตั้งแต่แต่งหน้าตอนเช้าตรู่จนถึงเลี้ยงฉลองตอนค่ำ เราเลยเชียร์ก้านเงินแท้ 925 หรือสแตนเลสสำหรับผิวแพ้ง่ายมากกว่าก้านชุบ เพราะเหงื่อทั้งวันคือศัตรูตัวจริงของงานชุบ คนหูคันง่ายควรเลี่ยงงานชุบไว้เลยนะคะ

อีกทริกที่อยากบอกคือทรงซีโอบติ่งเหมาะกับวันใส่ครุยมาก เพราะตัวเรือนโค้งแนบใต้ติ่งหู ไม่มีปลายห้อยไปเกี่ยวกับคอปกหรือผมตอนหันหน้า แถมดูแพงแบบไม่ต้องพยายาม ส่วนแป้นหลังเราเลือกแป้นซิลิโคนสำหรับสตัด มุก เพราะกระจายน้ำหนักดีกว่าแป้นผีเสื้อโลหะ ใส่ทั้งวันแล้วติ่งไม่ล้าเท่ากันชัดๆ
และเผื่อเหตุฉุกเฉิน เราแนะนำพกสตัดสำรองคู่เล็กติดกระเป๋าวันพิธีไว้หนึ่งคู่ งานก้านเงินแท้ประดับเพชร CZ ในแอปส้มมีเริ่มที่ 42 บาทต่อคู่ ถูกพอจะซื้อเผื่อแบบไม่ต้องคิดมากเลยค่ะ
สรุปเราเลือกทรงไหนและพิกัดกดตามได้
สรุปแบบไม่อ้อมค้อมนะคะ วันพิธีเช้าเราเลือกสตัด มุก เงินแท้ 92.5 ขนาด 6 มิลลิเมตร ราคา 79 ถึง 99 บาท เพราะเรียบร้อยและหน้าสว่างในรูปหมู่ ส่วนช่วงถ่ายรูปนอกรอบค่อยเปลี่ยนเป็นทรงโบว์ มุก หรือทรงห้อยโบว์ทองที่ให้ความคุณหนูเต็มขึ้น และถ้าอยากได้คู่เดียวจบที่ใส่วันอื่นต่อได้ ทรงซีโอบติ่งคือคำตอบของเราค่า
ทุกคนรับปริญญาทรงไหนมาแล้วบ้าง หรือเล็งคู่ไหนไว้แวะมากระซิบกันหน่อยนะคะ มิวมิวรออ่านทุกคอมเมนต์เลยค่า 🤍






