ประเด็นหลัก: นาฬิกา GPS ราคาถูกคือการเสี่ยงให้คนแปลกหน้าติดตามลูก
ประเด็นเรื่อง GPS tracker เด็ก ความปลอดภัย คือการประเมินว่าการใช้อุปกรณ์ติดตามตำแหน่งและ smartwatch เด็กช่วยให้พ่อแม่สบายใจหรือกำลังเปิดช่องให้คนแปลกหน้าสามารถติดตามและดักฟังลูกได้ผ่านช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของระบบและซอฟต์แวร์ที่อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะอุปกรณ์ GPS ราคาถูก ความเสี่ยงสูงที่มักใช้แพลตฟอร์มเดียวกันเบื้องหลังหลายยี่ห้อ ทำให้เมื่อระบบส่วนกลางถูกแฮก แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลตำแหน่ง เสียง และการตั้งค่าอุปกรณ์ของเด็กจำนวนมากพร้อมกันโดยที่ผู้ปกครองไม่รู้ตัวและไม่มีทางตรวจสอบได้ว่าแบรนด์ที่ซื้อใช้แพลตฟอร์มที่ปลอดภัยหรือไม่. อุปกรณ์ติดตามที่โฆษณาตัวเองว่าเป็นทางออกในการ ติดตามตำแหน่งเด็ก ปลอดภัย กำลังกลายเป็นดาบสองคม เมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่านักวิจัยด้านความปลอดภัยสามารถแฮกแพลตฟอร์มที่รองรับนาฬิกา GPS สำหรับเด็กจำนวนมากได้สำเร็จ และไม่ได้แค่เห็นจุดที่ลูกยืนอยู่บนแผนที่ แต่ยังควบคุมกล้อง เปลี่ยนรายชื่อเบอร์ฉุกเฉิน และเปิดไมค์เพื่อดักฟังแบบเงียบ ๆ ได้ด้วย. ถ้าพ่อแม่ยังคิดว่า “ขอแค่ราคาถูกและมีฟีเจอร์ติดตามตำแหน่งก็พอ” นั่นเท่ากับยอมให้คนอื่นมีสิทธิ์เข้ามาอยู่ใกล้ชีวิตลูกมากกว่าที่ควรจะเป็น.

เบื้องหลังห่วงโซ่อุปทาน: หลายแบรนด์แต่ใช้ระบบเปราะบางเดียวกัน
ปัญหาของ smartwatch เด็ก การแฮก ไม่ได้อยู่ที่ตัวเรือนหรือดีไซน์ แต่ซ่อนอยู่ในห่วงโซ่อุปทานและซอฟต์แวร์ส่วนกลางที่แบรนด์จำนวนมากใช้ร่วมกัน นักวิจัยพบว่าพวกเขาตรวจสอบนาฬิกา GPS และอุปกรณ์ติดตามในรถมากกว่า 70 รุ่น แล้วพบว่าจำนวนไม่น้อยใช้ซอฟต์แวร์แบ็กเอนด์และเซิร์ฟเวอร์ชุดเดียวกัน. การใช้โมเดล “ไวท์เลเบล” ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ เปลี่ยนชื่อหน้ากล่องให้ดูหลากหลาย แต่สุดท้ายอุปกรณ์เหล่านี้กลับส่งข้อมูลไปยังแพลตฟอร์มกลางเพียงไม่กี่เจ้า ซึ่งหากมีช่องโหว่ ความเสียหายจะลามทีเดียวไปยังอุปกรณ์ของเด็กนับไม่ถ้วน. นาฬิกาที่ถูกทดสอบเครื่องหนึ่งมาจากผู้ผลิตในเซินเจิ้นและใช้แพลตฟอร์ม SETracker ซึ่งถูกใช้งานในหลายแบรนด์และอุปกรณ์จำนวนหลายล้านชิ้น. ช่องโหว่ด้านการยืนยันตัวตนในแพลตฟอร์มนี้เปิดโอกาสให้ใครก็ตามส่งคำสั่งไปยังอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องพิสูจน์ตัวตนอย่างเหมาะสม ทำให้การ “ยึดเครื่อง” ทั้งฝั่งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เป็นเรื่องทำได้ไม่ยากเลยสำหรับแฮกเกอร์ที่มีข้อมูลระบุตัวอุปกรณ์เพียงเล็กน้อย. เมื่อแพลตฟอร์มกลางหนึ่งรายผิดพลาด ผลกระทบก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่แบรนด์เดียว แต่ลากทุกแบรนด์ที่ใช้ระบบนั้นให้ตกอยู่ในความเสี่ยงพร้อมกัน.
จากช่องโหว่สู่การสอดแนม: แฮกเกอร์ทำอะไรได้บ้างกับนาฬิกาเด็ก
คำถามสำคัญคือ เมื่อ smartwatch เด็ก การแฮก ถูกยึดเครื่อง แฮกเกอร์ทำอะไรได้บ้าง สิ่งที่นักวิจัยสาธิตให้เห็นคือพวกเขาสามารถติดตามตำแหน่งของเด็กแบบเรียลไทม์ แอบควบคุมกล้อง เปลี่ยนรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉิน และเปิดไมค์เพื่อดักฟังการสนทนาโดยที่เด็กไม่รู้ตัว. นั่นแปลว่าคนแปลกหน้าไม่เพียงรู้ว่าลูกคุณอยู่ที่ไหน แต่ยังรู้ว่าพูดคุยกับใครและอาจสั่งให้อุปกรณ์ทำงานบางอย่างได้แทบทุกเวลา. แพลตฟอร์มอีกเจ้าหนึ่งถูกพบว่ามีช่องโหว่แบบ SQL injection ซึ่งทำให้ใครก็ตามสามารถส่งคำสั่งแฝงไปยังเซิร์ฟเวอร์และให้เซิร์ฟเวอร์ทำตามคำสั่งนั้นได้ ผลคือแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงตำแหน่ง รหัสผ่าน และข้อมูลการขับรถของอุปกรณ์จำนวนหลายหมื่นเครื่อง. แพลตฟอร์มอื่นยังถูกพบหลักฐานว่าระบบเคยถูกเจาะมาก่อนแล้ว และอาจมีผู้ไม่หวังดีแอบเข้าใช้ระบบเป็นเวลานานโดยไม่มีใครตรวจพบ. เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงว่ามีอุปกรณ์ราคาถูกจำนวนมากสำหรับเด็กและรถยนต์ที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ภาพรวมที่ได้คือโลกของอุปกรณ์ GPS ราคาถูก ความเสี่ยงสูงกว่าที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะคาดคิด.
ความร้ายแรงและการแก้ไขที่ยังมาไม่ถึง
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ GPS tracker เด็ก ความปลอดภัย น่ากังวลยิ่งขึ้นคือระดับความร้ายแรงของช่องโหว่และสถานะการแก้ไขที่ยังไม่ชัดเจน นักวิจัยรายงานว่าบางแพลตฟอร์มไม่ตอบสนองคำร้องขอข้อมูลหรือข้อเสนอการแก้ไขจากพวกเขาเลย และเทคนิคการแฮกที่ใช้ก็ยังสามารถทำงานได้อยู่. นั่นหมายความว่าช่องโหว่ที่เปิดให้คนส่งคำสั่งไปยังอุปกรณ์จำนวนมากยังคงเป็นช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ทุกเมื่อ หากรู้จักเครื่องมือที่ถูกเผยแพร่ในงานวิจัย. แม้บางช่องโหว่จะถูกแจ้งไปยังบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มมานานหลายเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขทั้งหมด. ในกรณีหนึ่ง นักวิจัยสามารถรันโค้ดของตนเองบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท และพบหลักฐานว่าเซิร์ฟเวอร์เคยถูกเจาะมาก่อนแล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่าระบบอาจถูกเข้าถึงโดยผู้ไม่หวังดีเป็นเวลานานโดยที่ผู้ใช้และพ่อแม่ไม่เคยรับรู้. เมื่อผูกเข้ากับข้อเท็จจริงที่ว่าผู้เชี่ยวชาญเตือนมานานกว่าทศวรรษแล้วว่า smartwatch เด็ก ราคาถูกและอุปกรณ์เสริมในรถเต็มไปด้วยช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ภาพรวมคือปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นภัยเงียบที่ถูกละเลยเพราะราคาถูกและรีวิวสวยงามในหน้าโฆษณา.
แนวทางพ่อแม่: เลือกอุปกรณ์ติดตามตำแหน่งเด็ก ปลอดภัยกว่าราคาถูก
เมื่อเข้าใจแล้วว่าอุปกรณ์ GPS ราคาถูก ความเสี่ยงสูงแค่ไหน คำถามถัดมาคือพ่อแม่ควรทำอย่างไร สิ่งแรกคือหยุดมองแค่ราคากับรีวิวบนแพลตฟอร์มขายสินค้า เพราะรีวิวไม่สามารถสะท้อนความปลอดภัยด้านไซเบอร์ได้ และแบรนด์ที่ไม่คุ้นชื่อจำนวนมากอาจใช้แพลตฟอร์มกลางที่มีช่องโหว่ร้ายแรง. ถ้านาฬิกาหรือ GPS tracker ที่ใช้อยู่มาจากแบรนด์ที่ไม่รู้จักและไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยชัดเจน การถอดออกและหยุดใช้งานอาจปลอดภัยกว่าปล่อยให้ลูกสวมต่อไป. ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือมองหาอุปกรณ์จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้านความปลอดภัย มีระบบอัปเดตเฟิร์มแวร์สม่ำเสมอ และเปิดช่องให้ผู้เชี่ยวชาญรายงานช่องโหว่แล้วได้รับการแก้ไขรวดเร็ว แม้บางแบรนด์ใหญ่จะเคยมีกรณีรั่วไหลของข้อมูล แต่ก็ยังมีโครงสร้างรองรับการจัดการปัญหาดีกว่าผู้ผลิตรายเล็กที่ไม่ตอบสนองต่อการแจ้งเตือน. ที่สำคัญคือพ่อแม่ต้องตั้งคำถามกับฟีเจอร์ที่ฟังดูดีเกินจริง เช่น การโทรวิดีโอ กล้อง และไมค์ที่เปิดได้จากระยะไกล เพราะฟีเจอร์เหล่านี้ไม่เพียงเพิ่มความสะดวก แต่ยังเพิ่มพื้นที่โจมตีให้แฮกเกอร์เข้ามาใกล้ชีวิตลูกมากขึ้นด้วย.






