ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค่ายเพลงสร้างสายพานโกอินเตอร์ใหม่ ผ่าน Music Lab และ Music Exchange

ค่ายเพลงสร้างสายพานโกอินเตอร์ใหม่ ผ่าน Music Lab และ Music Exchange
ความสนใจ|ศิลปินป๊อป

ศิลปินไทยตลาดโลกไม่ได้เกิดจากดวง แต่เกิดจากโครงสร้าง

ศิลปินไทยตลาดโลก หมายถึงศิลปินจากอุตสาหกรรมดนตรีไทยที่ถูกพัฒนาทั้งด้านธุรกิจ การตลาด ลิขสิทธิ์ และเวทีการแสดงให้พร้อมแข่งขันในตลาดนานาชาติ ผ่านกลไกสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและค่ายเพลง ตั้งแต่การบ่มเพาะทักษะ ไปจนถึงการเชื่อมต่อเทศกาลดนตรีและพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ที่หลากหลายกว่าสตรีมมิงและทำให้ดนตรีไทยมีบทบาทบนเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่กำลังเปลี่ยนเกมคือการที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA ไม่ได้พอใจกับการปล่อยให้ศิลปินไปโกอินเตอร์แบบเฉพาะกิจ แต่ลงมือสร้างสายพานพัฒนาศิลปินอย่างเป็นระบบผ่านสองโครงการ Music Lab และ Music Exchange 2026 เพื่อยกระดับศักยภาพทางธุรกิจและโอกาสบนเวทีโลกให้ทั้งศิลปินและผู้ประกอบการดนตรี นี่คือก้าวสำคัญที่บอกว่าอุตสาหกรรมดนตรีไทย ตั้งใจจะเล่นเกมโลก ไม่ใช่เพียงไล่ตามกระแสชั่วคราว

Music Lab: เปลี่ยนศิลปินให้เป็น Global Musicpreneur

จุดแข็งของ Music Lab คือการตอบโจทย์จุดอ่อนดั้งเดิมของอุตสาหกรรมดนตรีไทย ที่มักเน้นความสามารถทางดนตรีแต่ละเลยฐานธุรกิจและลิขสิทธิ์ โครงการนี้ CEA ร่วมกับเครือข่ายภาคการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศ ยกระดับบุคลากรเบื้องหน้าและเบื้องหลังสู่ Global Musicpreneur ผ่านสองหลักสูตรเข้มข้น หลักสูตร Music Lab Business Accelerator ใช้เวลาอบรมเชิงลึก 32 ชั่วโมงร่วมกับคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ครอบคลุมเรื่อง Artist Branding Global Marketing Show Production และ Pitching ที่สำคัญคือการคัดเลือก 10 ทีมศักยภาพสูงอย่าง LIT Entertainment และค่ายอื่นๆ รับทุนสนับสนุนโปรเจกต์ละ 150,000 บาท เพื่อนำผลงานไปขยายตลาดต่างประเทศอย่างมียุทธศาสตร์ อีกด้าน Music Lab Masterclass ด้าน IP Management จับมือกับบริษัทลิขสิทธิ์ดนตรี มุ่งสอนการพลิกเพลงให้เป็นทรัพย์สินระยะยาว วิธีอ่านและระวังสัญญาซื้อขาด และแนวทางบริหารลิขสิทธิ์ให้อยู่รอดในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสูง นี่คือการวางชั้นเรียนธุรกิจให้ศิลปิน ซึ่งเคยเป็นช่องว่างใหญ่ที่สุดของวงการ

Music Exchange 2026: จากห้องซ้อมสู่ 41 เวทีนานาชาติ

ถ้า Music Lab คือการสร้างสมองธุรกิจ Music Exchange 2026 ก็คือการพาไปสนามจริง โครงการนี้ดำเนินต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และปีนี้เลือกใช้กลไก PUSH และ PULL เพื่อบุกตลาดโลกอย่างมีแผน ฝั่ง PUSH คือการให้ทุนแก่ศิลปิน 33 ราย เข้าร่วมเทศกาลดนตรีนานาชาติ 34 งาน ครอบคลุม 14 ประเทศ รวม 41 โชว์ ตลอดเดือนมกราคมถึงกลางสิงหาคม 2569 รายชื่อที่ผ่านเวทีระดับโลกมีทั้ง MILLI ที่ขึ้น Head In The Clouds Tokyo และเทศกาลเม็กซิโก PiXXiE ที่ไป Summer Sonic KIKI ที่ได้ขึ้น Fuji Rock รวมถึงวงอื่นๆ ที่เดินสายโชว์ในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มองโกเลีย และยุโรป ด้าน PULL โครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจผ่านกิจกรรม International Business Matching ในงาน Bangkok Music City เชื่อมค่ายและผู้จัดเทศกาลจากจีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย พร้อมองค์กรอย่าง KOCCA และ TAICCA ที่เข้ามาร่วมกิจกรรม นี่ไม่ใช่การส่งศิลปินไปเล่นโชว์แล้วจบ แต่เป็นการต่อยอดสู่สัญญาและดีลระยะยาว ซึ่งคือหัวใจของศิลปินไทยตลาดโลก

รายได้ T-POP โตแรง เปิดพื้นที่ลงทุนขยายตลาด

การที่ Music Lab และ Music Exchange 2026 เกิดขึ้น ไม่ได้ลอยตัวจากบริบทธุรกิจ เพราะตัวเลขรายได้ในอุตสาหกรรมดนตรีไทยกำลังบอกว่าถึงเวลาเพิ่มเดิมพันแล้ว ตลาดสิ่งบันทึกเสียงของไทยมีมูลค่าสูงถึง 3,561.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% และติดอันดับ 32 ของโลกตามรายงาน IFPI แม้รายได้หลักจะมาจากบริการสตรีมมิงถึง 91.2% แต่รายได้จากลิขสิทธิ์การแสดงและการขยายตลาดต่างประเทศยังเปิดช่องโตอีกมหาศาล ในฝั่ง T POP ค่ายเพลงหลายแห่งเริ่มมีตัวเลขที่ทำให้กล้าลงทุนเชิงรุก ตัวอย่างชัดคือ SONRAY MUSIC ที่รายได้เพิ่มขึ้น 120% แตะ 557 ล้านบาทจากปี 2567 ที่ 253 ล้านบาท ขณะที่กำไรพุ่ง 314% จาก 25 ล้านบาทเป็น 103 ล้านบาทในปีเดียว ภาพรวมทั้งตลาด T POP มีแนวโน้มรายได้รวมราว 1.1 หมื่นล้านบาทในปี 2569 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.3 หมื่นล้านบาทในปี 2572 เติบโตเฉลี่ยปีละ 5.8% ตามข้อมูลของ SCB EIC เม็ดเงินเหล่านี้ทำให้ค่ายเพลงขยายตลาดไม่ใช่แค่เพิ่มวงใหม่ แต่เริ่มคิดเรื่องทีมอินเตอร์ ฝ่ายลิขสิทธิ์ และการร่วมมือกับโครงการระดับอุตสาหกรรมอย่าง CEA มากขึ้น นี่คือการเปลี่ยนจากรายได้ที่กระจัดกระจาย ไปสู่การลงทุนในโครงสร้างเพื่อเติบโตในตลาดโลก

ค่ายเพลงขยายตลาดรายได้ปี 2567รายได้ปี 2568
SONRAY MUSIC253 ล้านบาท557 ล้านบาท
iAM227 ล้านบาท301 ล้านบาท
WHOOP Music237 ล้านบาท256 ล้านบาท
ค่ายเพลงสร้างสายพานโกอินเตอร์ใหม่ ผ่าน Music Lab และ Music Exchange

ผลกระทบต่อแฟนเพลงและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในชีวิตจริง

คำถามสำคัญคือทั้งหมดนี้เปลี่ยนชีวิตคนฟังอย่างไร การเติบโตของศิลปินไทยตลาดโลกไม่ได้หยุดอยู่ที่ยอดสตรีมมิง แต่เงินเริ่มไหลกระจายไปสู่คอนเสิร์ต อีเวนต์ Fandom Marketing และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของแฟนคลับ ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า สายการบิน ระบบขนส่ง ไปจนถึงศูนย์การค้า ทุกครั้งที่ศิลปินจัดแฟนมีตหรือขึ้นเทศกาลในต่างเมือง เม็ดเงินและโอกาสงานใหม่จะกระทบตั้งแต่ทีมโปรดักชันไปถึงผู้ประกอบการรายเล็กในพื้นที่ ด้านพฤติกรรมการฟัง โซเชียลมีเดียโดยเฉพาะ TikTok ทำให้เพลง T POP กลายเป็นไวรัลได้ง่ายขึ้น โดยมี 59% ของผู้บริโภคเลือกฟังเพลง T POP ตามกระแสบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ นั่นบังคับให้ค่ายเพลงคิดมากกว่าแค่เพลงเพราะ แต่ต้องออกแบบว่าบทเพลงถูกนำไปเล่นต่อ แชร์ต่อ และแปลงเป็นชุมชนแฟนได้อย่างไร เมื่อรวมกับการดำเนิน Music Lab เพื่อเสริมฐานธุรกิจและลิขสิทธิ์ควบคู่กับ Music Exchange 2026 ที่ส่งเสริมศิลปินสู่เวทีสากล โครงสร้างเหล่านี้ถูกมองว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีไทยให้เติบโต แข่งขันในระดับนานาชาติ และก้าวสู่การเป็น Music Hub แห่งภูมิภาคอย่างยั่งยืน สำหรับแฟนเพลง ผลลัพธ์ที่เห็นชัดคือเราไม่ได้แค่ดูศิลปินที่รักผ่านหน้าจอ แต่มีโอกาสติดตามเขาไปต่างเมือง ทำกิจกรรม และมีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยตรง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!